เด็กเอ๋ย ครูเชื่อว่าหนูไปอยู่ที่ไหน หนูก็จะเป็นคนดี ตั้งใจเรียน เหมือนที่หนูอยู่กับครู

          มูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเด็กชาวเขาที่กำพร้า  และส่งเสียให้เด็กได้เรียนหนังสือ  รับเงินทุนจากต่างชาติ  เขาช่วยเหลือเด็กจริง ๆ เหรอ  มูลนิธิที่นักเรียนของเราอยู่ทำให้เราไม่มั่นใจ  และข้อมูลที่ได้จากครูแนะแนวอีก  มูลนิธินี้เขาทำอะไรกันนะ
          อะเลแมเป็นเด็กชาวเขา  เป็นนักเรียนในที่ปรึกษาของเราเอง  เราไปเยี่ยมที่มูลนิธิที่เขาอาศัยอยู่  รู้สึกสังเวชใจกับห้องพักของเขามาก (ครูที่ปรึกษาต้องเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคน) เป็นเหมือน………..(ดูจากภาพ)
  หอนอนหญิง   หอนอนชาย
         
ส่วนข้างในเหมือนยกพื้นขึ้นมาเป็นแคร่ยาวไปสองฝั่ง  เด็กก็นอนกันบนนั้นมีมุ้งคนละหลัง  1 มุ้ง ก็คืออาณาเขตของแต่ละคน  พาดเสื้อผ้า ข้าวของกันบนนั้นแหละ
          ถามจากเด็ก จะได้เงินวันละ 20 บาทมาโรงเรียนเป็นค่าอาหาร  แต่ถ้าไม่ทำงาน เช่น ทำแปลงผัก  รดน้ำต้นไม้  ซึ่งเป็นหน้าที่รับผิดชอบของตนเอง   ก็จะไม่ได้รับเงินค่าอาหาร 1 อาทิตย์  หมายความว่าอาทิตย์นั้นเด็กจะไม่ได้กินข้าวกลางวัน!
          สิ่งที่แปลกใจคือ มูลนิธินี้น่าจะรับเฉพาะเด็กกำพร้า  แต่นักเรียนของเรามีผู้ปกครองครบถ้วน  ก็อาศัยอยู่ในมูลนิธินี้ได้  เทอมที่ 1 ของชั้น ม.1 มูลนิธิจ่ายค่าเทอมให้  พอมาเทอมที่ 2  นักเรียนที่ยังมีผู้ปกครองอยู่ให้จ่ายค่าเทอมเอง  แต่ให้พักอาศัยในมูลนิธิได้โดยต้องช่วยทำงานเพื่อแลกกับที่พักและค่าอาหารกลางวัน โดยบอกเด็กว่าถูกตัดงบ ตอนนี้เด็กของเราอยู่ชั้นม.2 เทอม 1 ก็มีข่าวร้ายมาอีกว่า นักเรียนหญิงที่มีผู้ปกครองครบถ้วนต้องออกจากมูลนิธิไปพักที่อื่น  เนื่องจากไม่มีงบแล้ว  ส่วนนักเรียนชายที่มีผู้ปกครองอยู่ยังอาศัยอยู่ได้  แต่ให้นักเรียนหาที่พัก  หากยังหาไม่ได้ก็ให้อยู่ได้อีกแค่ 1 เทอมเท่านั้น
          เราถามอะเลแมว่าหนูจะทำอย่างไร  เธอบอกว่า  หนูจะอยู่อีก 1 เทอม ให้จบชั้น ม.2  แล้วจะไปอยู่ที่แม่ฮ่องสอนกับพี่สาว
          ทำไมเขาไม่มีความรับผิดชอบอะไรเลยเหรอ  ตอนมาก็บอกว่ากินฟรี อยู่ฟรี จ่ายค่าเรียนให้  แล้วตอนนี้คุณต้องออกไป  ไปอยู่ที่ไหน  ทำอะไร  ก็เรื่องของคุณ
          เราคุยกับครูแนะแนว  เขาบอกว่ามูลนิธินี้มีปัญหามานานแล้ว  แล้วครูเขาก็สืบกันอยู่เพราะคิดว่าไม่น่าจะใช่มูลนิธิ  น่าจะเป็นการหาประโยชน์มากกว่า คือหาเด็กมา  แล้วก็ไปบอกคนที่ให้ทุนว่ามีเด็กเท่านี้  เขาก็จะให้งบมา  แล้วก็เบียดบังเอาจากเด็ก  คือไม่มีใครรู้ว่าเขาได้งบมาเท่าไหร่  แต่เขาจ่ายให้เด็กวันละ 20 บาท  โดยแลกกับการทำงาน  ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้  แล้วพอถูกตรวจสอบว่าเด็กที่อาศัยในมูลนิธิไม่ใช่เด็กกำพร้าทั้งหมด  ก็จะถูกตัดงบในส่วนของเด็กเหล่านั้นออกไป  เขาก็จะลอยแพเด็กเหล่านั้น  แล้วปีต่อมาเขาก็ไปหาเด็กอีก  ถ้าถูกจับได้ก็จะลอยแพอีก  เป็นอย่างนี้  ซึ่งทางโรงเรียนก็เคยต้องส่งเด็กกลับไปเรียนใกล้บ้าน  เป็นโรงเรียนที่เรียนฟรี  (ศึกษาสงเคราะห์  ราชประชาฯ)  แล้วทางครูเขาก็ไปร้องเรียนที่สงเคราะห์จังหวัดแล้ว (ไม่แน่ใจว่าเรียกอย่างนี้หรือเปล่า) เขาก็บอกว่าเขามีคนไม่พอที่จะไปตรวจสอบ  สรุปคือทำอะไรเขาไม่ได้เลย
         
เราก็ต้องนั่งดูลูกศิษย์ของเราเดินจากไป  เพราะฝีมือของคนกลุ่มหนึ่ง  เพราะพ่อแม่เชื่อเขาว่า  ถ้าให้ลูกมาอยู่กับเขา  จะได้เรียนฟรี  มีที่พัก
เด็กเอ๋ย  ครูเชื่อว่าหนูไปอยู่ที่ไหน  หนูก็จะเป็นคนดี  ตั้งใจเรียน  เหมือนที่หนูอยู่กับครู