วิธีการสาวไหม

ภูมิปัญญาการสาวไหม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                                การศึกษาภูมิปัญญาการสาวไหมหัตถกรรมของเกษตร  ผู้มีภูมิปัญญาการสาวไหมของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สกลนคร  ทำการเก็บข้อมูลขบวนการสาวไหมของเกษตรกรผู้มีภูมิปัญญา  จำนวน  10  ราย  เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์  สังเกต  ในขณะที่เกษตรกรปฏิบัติจริงของเกษตรกรผู้มีภูมิปัญญาแต่ละราย  แล้วนำมาสรุปเป็นภูมิปัญญา  และวัดคุณภาพเส้นไหมที่สาวได้  พบว่า  การสาวไหมหัตถกรรมเป็นขบวนการดึงเส้นไหมออกจากรังไหมของชาวบ้านผ่านพวงสาว มีการพันเกลียว แล้วดึงลงภาชนะเป็นภูมิปัญญาที่มีการสืบทอดความรู้ทักษะมาจากบรรพบุรุษ  ที่สามารถแยกชั้นคุณภาพของเส้นไหม  คือ  เส้นไหมหัว (ไหม 3)  เส้นไหมน้อย (ไหม  1)  และเส้นไหมเลย (ไหม  2)   </p>  อุปกรณ์ที่ใช้สามารถทำขึ้นเองและหาซื้อได้ในท้องถิ่น  ประกอบด้วย  1.  พวงสาวไหม2.  หม้อต้มรังไหม (หม้อดิน)  เป็นอุปกรณ์พื้นบ้าน3.  ไม้คืบเกลี่ยรังไหม 4.  เตา5.  กระบุง6.  ถังใส่น้ำ7.  ขันตักน้ำ  8.  ไม้ฟืนหรือถ่าน9.  เก้าอี้นั่งสาวไหม 10.  ช้อนกระชอนและอื่น ๆโดยวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ  บริเวณที่ใช้สาวไหมเพื่อการใช้งานที่สะดวก  สำหรับการสาวไหมพบว่า  เกษตรกรจะเก็บรังไหมออกจากล่อที่ผ่านการทำรังมาแล้ว  2-3  วัน  วางเรียงในกระด้งก่อนนำไปสาวจะตากแดด/ผึ่งลม  ประมาณ  1-2  ชั่วโมง  แล้วลอกปุยทำความสะอาดรังและคัดรังเสียออกก่อนนำไปสาว  ขั้นตอนการสาวไหมจะต้มน้ำสะอาด  (น้ำฝน)  ให้ร้อนเกือบเดือด  อุณหภูมิประมาณ 82-90  องศาเซลเซียส  แล้วกำรังไหม  2-3  กำมือ    (ประมาณ  120 150  รัง)  ลงต้มในหม้อต้มแล้วใช้ไม้คืบกดรังไหมจนน้ำพลิกกลับไปมา  3-4  ครั้ง ยกไม้คืบขึ้น  เส้นไหมจะติดขึ้นมาก  ใช้มือรวบเส้นไหมสอดใส่รูพวงสาวไหม  แล้วพันเส้นไหมรอบพวงสาว  1  รอบ  พันเกลียว  4- 5  รอบ  ใช้มือซ้ายดึงเส้นไหมลงภาชนะที่ตั้งไว้ทางซ้ายมือด้านหลัง  ทำการสาวจนเส้นไหมเปลือกนอกหมด  สังเกตสีของรังไหมเปลี่ยนจากสีเข้มเป็นสีจาง  ผิวรังไหมเรียบสม่ำเสมอและเส้นไหมที่ออกจากรังไหมมีเส้นเดียว  ใช้กระชอนตักรังไหมออกจากหม้อมาวางไว้บนกระด้งที่เตรียมไว้  โดยให้เหลือรังไหมในหม้อ  4-5  รัง  แล้วเติมรังไหมใหม่เข้าไปครั้งละ  2 -3  กำมือ  ทำการสาวไหมหัว (ไหมเปลือกนอก)  จนหมดรังไหมที่เตรียมไว้  แล้วจึงเริ่มต้นสาวไหมน้อย (ไหม 1)  เป็นขั้นตอนต่อไป                                การสาวไหมน้อย  (ไหม 1)   เกษตรกรผู้มีภูมิปัญญาทุกคนจะเปลี่ยนน้ำสาวไหมใหม่  ต้มน้ำจนความร้อนพอเหมะ  ประมาณ  85 -90  องศาเซลเซียส   นำรังไหมที่สาวไหมหัวออกแล้วประมาณ  70 80  รัง  ลงในหม้อสาว  ใช้ไม้คืบกดรังไหมจนน้ำพลิกไปมาก  จกไม้คืบขึ้น  เส้นไหมจะติดขึ้นมาก  เอามือรวบเส้นไหมสอดใส่รูพวงสาว  พันพวงสาว  1  รอบ  แล้วพันเกรียว  10 -11  รอบ  เอามือซ้ายดึงเส้นไหมผ่านพวงสาวลงภาชนะที่เตรียมไว้  ขณะเดียวกันมือขวาถือไม้คืบคอยบังคับและเกลี่ยรังไหมในหม้อไปมา  การดึงเส้นไหมลงภาชนะมีความเร็วระหว่าง  60 -65  ครั้ง/นาที  สำหรับการควบคุมขนาดเส้นไหมจะใช้การสัมผัสเส้นไหม  ถ้ารู้สึกเส้นไหมมีขนาดเล็กลงก็จะเติมรังไหมเข้าไปครั้งละ 5 -10  รัง  และถ้าเส้นไหมมีขนาดใหญ่ขึ้นก็จะตักรังไหมในหม้อออก  ถ้าเส้นไหมสกปรกหรือมีปุ่มปมก็หยุดแคะสิ่งสกปรกปุ่มปมออกก่อน  เติมรังไหมทุกครั้งจะตักดักแด้หรือรังไหมที่สาวหมดแล้วออก  แล้วเติมรังไหมเข้าไป  สำหรับการควบคุมความร้อนของน้ำในหม้อต้มจะสังเกตจากการสาวออกของเส้นไหม  คือ ถ้าน้ำเย็นลงจะสาวยาก  ถ้าน้ำร้อนมากเส้นไหมจะสาวง่าย ก็เติมฟืน  ถ้าอุณหภูมิน้ำร้อนไปก็เติมน้ำเย็นและหรือดึงฟืนออกจากเตา  เมื่อสาวไหมหมดแล้วนำเส้นไหมที่สาวได้ออกจากภาชนะเก็บไว้ในที่ปลอดภัย  แล้วหาวัสดุที่มีน้ำหนัก  เช่น  หม้อน้ำ  ท่อนไม้  ก้อนหิน  ทับเส้นไหมไว้  วันต่อมาหลังจากเส้นไหมแห้งแล้วจะนำมากรอใส่อักเพื่อทำความสะอาดเส้นไหม  ตีเกลียวเส้นไหม  นำไปใส่เหล่งเพื่อมัดทำใจ  แล้วจึงนำไปฟอกเอกกาวไหมออกก่อน   นำไปย้อมสีเพื่อทอผ้าผ้า  หรือเก็บรักษาในที่ที่ปลอดภัยต่อการทำลายของหนู  แมลง