|
การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ประมาณ 3 งาน แยกเป็นพื้นที่อยู่อาศัย 40 ตารางวา พื้นที่การเกษตรผสมผสาน 2 งาน 60 ตารางวา ดำเนินกิจกรรมในครัวเรือนโดยยึดแนวทางธรรมชาติในการจัดการ และใช้พื้นที่ วัสดุ วัตถุดิบที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และใช้แรงงานในครัวเรือนเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในครอบครัว กิจกรรมที่ดำเนินการในครอบครัว ได้แก่ 1. การเกษตรผสมผสาน ปลูกแทรกตามพื้นที่ว่าง ประกอบด้วย หญ้าแฝก การปลูกพืชผักสวนครัว ได้แก่ ต้นหอม ผักชี ผักกาด โหระพา กระเพรา มะนาว ขิง ข่า ตะไคร้ พริก การปลูกไม้ผล ได้แก่ มะม่วง ละมุด ชมพู่ ส้มโอ มะพร้าว ลำไย มะยม ขนุน กล้วย มะปราง อย่างละ 2-3 ต้น เพื่อบริโภคในครัวเรือน แจกจ่ายแก่ญาติเพื่อนบ้าน นักศึกษาฝึกงาน ผู้สนใจศึกษาดูงาน
2. การเพาะเลี้ยงกบนาและกบบลูฟล๊อก มีราคาจำหน่ายลูกกบ ตัวละ 1-3 บาท พ่อพันธุ์แม่พันธุ์คู่ละ 300-500 บาท และกบเนื้อ กิโลกรัมละ 60-80 บาท
3. การเพาะเลี้ยงปลา ได้แก่ ปลานิล ปลาแรดในบ่อดินและปลาดุกบิ๊กอุยในร่องน้ำ ซึ่งช่วย กินอาหารที่กบกินไม่หมดก่อนปล่อยสู่ที่นา ราคาจำหน่ายปลาดุกกิโลกรัมละ40 บาท ปลานิลกิโลกรัมละ 50 บาท
4. การเพาะเห็ดโดยใช้ขี้เลื่อยยางพารา ได้แก่ เห็ดนางฟ้านางรม ขายราคากิโลกรัมละ 20-25 บาท เห็ดหอม กิโลกรัมละ 80-140 บาท เห็ดหัวลิง สดกิโลกรัมละ 150-350 บาท อบแห้ง กิโลกรัมละ 900-1,500 บาท เห็ดลมและเห็ดขอนขาว กิโลกรัมละ 80-100 บาท แต่ในหนึ่งปีจะผลิตเห็ดทั้งหมดประมาณ 5,000-7,000 ก้อนเท่านั้น เนื่องจากมีพื้นที่มีจำกัด
5. การเพาะเลี้ยงหมูแม่พันธุ์ และหมูป่า เพื่อขายพันธุ์และใช้มูลสัตว์ในการผลิตปุ๋ยหมักสำหรับใช้ในการเกษตรในบ้าน และปล่อยลงสู่บ่อเลี้ยงปลา รายได้ ลูกหมู – พ่อแม่พันธุ์ - หมูขุน
6. การผลิตปุ๋ยใบไม้และน้ำหมักจากผลไม้ พืชสีเขียว และเศษอาหาร -หอยเชอรี่เพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ และส่งเสริมชาวบ้านเพื่อลดต้นทุน – ลดการใช้สารเคมี ในการทำเกษตรกรรม
7. ปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันดินพังทลายและช่วยบำบัดน้ำเสียรอบพื้นที่และร่องน้ำ พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมให้ผู้ที่ไปศึกษาดูงานและชุมชนในการอนุรักษ์ดินและน้ำ สิ่งแวดล้อม 8. การเพาะกล้าไม้ดอกไม้ประดับ เช่น พุทธสามสี กล้าไม้ผลต่างๆ และปลาสวยงาม เพื่อจำหน่วยเป็นของที่ระลึกให้กับผู้ที่เข้ามาศึกษาดูงาน กล้าละประมาณ 100-1,000 บาท
|