ในปัจจุบันนี้มีข่าวสารเกี่ยวกับความรุนแรงอันเกิดมาจากการกระทำของคนมาก เช่น กรณีเด็กนักเรียนหญิงอยู่ทางจังหวัดอยุธยาจะไปโรงเรียนจึงเดินไปรอรถประจำทางที่ศาลาข้างถนนแล้วก็มีเด็กชายวัยรุ่นประมาณ 6 คน มาชวนแล้วพาไปข่มขืนแล้วฆ่าที่กำลังเป็นข่าวอยู่ขณะนี้
หรือปัญหาฆาตกรรมอำพรางและปัญหาโสเภณีเด็กที่สะท้อนภาพสังคมวัตถุนิยม เป็นทาสทางวัฒนธรรมตะวันตกที่มุ่งความสุขทางกาย ชอบบริโภคนิยมมากกว่าการเป็นผู้ผลิตแสดงให้เห็นว่า
คนเป็นจำนวนมากชอบเป็นผู้ตามอยู่ในลัทธิเอาอย่างโดยหลงลืมภูมิปัญญาบรรพบุรุษของตนเอง ถึงแม้แสงธรรมจะส่องมายังจิตใจของชาวไทยมานานปีแล้วก็ตามถ้านับการถือกำเนิดของพุทธธรรมที่ส่องโลกเป็นประทีปนำวิถีชีวิตสรรพสัตว์ แต่จะมีสักกี่คนที่ข้ามพ้นไปสู่ความดับทุกข์ได้
จากกระแสข่าวในปัจจุบันแม้ผู้อยู่ในวงการนักบวชผู้อาศัยอยู่ใกล้ชิดหลักพุทธธรรมเอง ก็ยังมีกรณีนักบวชปลอมนักบวชเก๊ ทำให้ผู้ไม่แยกแยะให้ดีแล้วมองเห็นว่าปลาเน่าตัวเดียวกับเหม็นทั้งข้อง ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้ว ในทุกสังคมก็มีคนดีคนชั่ว
ขอเพียงให้คนดีมีมากกว่าคนชั่วและคนดีมีอำนาจเป็นผู้นำกลุ่มก็จะทำให้สังคมนั้นดูดี เป็นสังคมที่น่าอยู่อาศัย อย่างมีความสุขตลอดไป ตามที่จริงนั้นความสุขอยู่ที่จิตใจดังคำกลอนสอนใจว่า…
อันทุกข์สุขอยู่ที่ใจมิใช่หรือ ถ้าใจถือก็เป็นทุกข์ไม่สุกใสถ้าไมถือก็เป็นสุขไม่ทุกข์ใจ เราอยากได้ความสุขหรือทุกข์นา...(นิรนาม) เมื่อมองตามหลักพุทธธรรมแสดงเหตุผลของผู้มีความสุขว่า ผู้ไม่มีอะไรให้กังวล ย่อมมีแต่ความสุข. ( สุขัง วะตะ ตัสสะ นะ โหติ กิญจิ ) ( ขุ.ธ. 25/55).คนที่ไร้กังวลในทุกเรื่องก็คือผู้รู้แจ้งโลก ( โลกวิทู ) หรือผู้หมดกิเลสนั้นเอง
เมื่อมนุษย์ยังถือตนเป็นที่ตั้ง...หากพวกตนไม่ดีก็หาว่า(ตำหนิ,ด่าว่า ฯ)เหมือนสัตว์(ชนิดอื่น)?
ถ้ามนุษย์(มีความสามารถพอที่จะ)สื่อสารกับสัตว์ชนิดอื่นได้ ความจริงอีกด้านปรากฏ อาจไม่กล่าวหากันอีก?
สวัสดีครับ คุณ เอกชน
การมองได้อย่างนี้ก็เห็นธรรมเลยนะนี่ อิ อิ อิ
ขอบคุณครับผม