"คุณ หมอคะ คุณหมอเชื่อเรื่องผีไหมคะ"
น้ำเสียงจริงจัง สายตาจ้องแน่นิ่ง ยืนยันว่าเธอ ต้องการคำตอบ และเธอต้องการคำตอบที่ทำให้เธอสบายใจที่เปิดเผย เรืองราวและความรู้สึกด้วย ผู้เขียนมองสบตาเธอเงียบ ๆ ยิ้มให้แล้วถามน้องไปว่า
"คำตอบของพี่ จะช่วยหนูได้อย่างไรคะ" รอคำตอบ สักครู่เธอก็พูดต่อ
"หนูกลัวหมอจะไม่เชื่อหนู หมอจะคิดว่าหนูประสาท คนไม่เชื่อหนูเขาว่าหนูเป็น ผีบ้า" ผู้เขียนยิ้มให้เธอ และพูดด้วยคำพูดหนักแน่นว่า
"หนูคงกังวลใจ กลัวพี่จะไม่เชื่อ สิ่งที่หนูพูด แต่พี่อยากให้หนูเข้าใจ และมั่นใจว่า พี่จะช่วยหนูได้ ก็ต่อเมื่อหนู เปิดเผยสิ่งที่หนูรู้สึก สิ่งที่เผชิญอยู่ หรือ สิ่งที่ทำให้หนูกังวลใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน พี่ตอบแบบนี้ หนูรู้สึกมั่นใจขึ้นบ้างไหมคะ"
เธอทำสีหน้าคลายความกังวล และดูผ่อนคลายขึ้น เด็กนักเรียนสาวอายุ 16 ปี เป็นชาวเขาเผ่าลาหู่ มาโรงพยาบาลครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ว่าด้วยอาการคุ้มคลั่งไม่รู้สึกตัว พยายามทำร้ายตัวเองสลับกับวิ่งหนี ร้องโวยวาย ครั้งแรกที่มาผู้เขียนจำได้ว่าเธอมาด้วย อาการ Hyper ventilation syndrome หรือ กลุ่มอาการมือจีบเกร็ง จากสภาวะทางจิตใจ และได้รับการวินิจฉัยไปแบบนั้น ครั้งนั้นเธอมีแค่อาการ เกร็ง เรียกไม่รู้สึกตัว มา 2 รอบ ใน 1 วัน หลังฟื้นคืนสติ ก็จำเหตุการณ์ไม่ได้ จำได้อย่างเดียวว่าเห็นผู้ชายเข้ามาเหมือนจะทำร้าย
ก่อนแพทย์จำหน่ายด้วยวินิจฉัย Anxiety with hyperventilation syndrome น้องเขามาพบที่คลินิกให้คำปรึกษา ก่อนกลับบ้าน หลังการสำรวจด้วยแบบประเมินทางจิตเวช ผู้เขียนพบว่าเธอปกติดี มาก ไม่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว บ้านโรงเรียน ครู เธอเป็นเด็ก ฉลาด พูดจาฉาดฉาน ร่าเริง กล้าแสดงออก เป็นผู้นำ แต่สิ่งเดียวที่เธอพยายามยืนยัน สิ่งที่เกิดกับเธอคือ "เรื่องเหนือธรรมชาติ"
"คุณพ่อหนู เค้าไปตัดไม้ในป่าค่ะ เป็นไม้ใหญ่ พอเขาตัด หนูก็มีอาการชักเกร็ง ไม่รู้สึกตัวจำอะไรไม่ได้ค่ะ พ่อให้หมอผีที่หมู่บ้านรักษา หนูก็หายไป แต่ครั้งนี้มาเป็นที่โรงเรียนค่ะ คุณครูเลยพาหนูมา "
ก่อนการจำหน่าย เธอกลับไปด้วยอารมณ์แจ่มใส พร้อมแผนการที่ว่าจะกลับไปเลี้ยงผีที่หมู่บ้าน และมั่นใจว่าเธอจะไม่เป็นมาอีก1 เดือนต่อมา เธอกลับมาอีกครั้ง.. และไม่ได้มาตามการนัด ของคลินิก คราวนี้เธอไม่ได้มาด้วยอาการเกร็ง ...แต่คุ้มคลั่ง ทำร้ายตัวเอง และคนรอบข้าง คุณครูหอพัก ให้ข้อมูลว่า พยายามสอบถามว่าเธอ เป็นอย่างไร และจำเหตุการณ์ได้หรือไม่ ...พอถามเธอก็แสดงอาการคุ้มคลั่ง จนต้องนำส่งโรงพยาบาล ...แพทย์จำหน่ายไปแล้ว เธอก็กลับมาอีกครั้งในวันเดียวกัน โดยสิ่งที่ทำให้เป็นซ้ำเพราะครูพยายามให้เด็กเขียนเล่าเรื่อง อาการของตัวเอง ...
เมื่อรู้สึกตัวดีเธอเล่าให้เพื่อน ๆ ร่วมหอพักที่มานอนเฝ้าว่า ผีผู้ชายจะเอาเธอไปเป็นภรรยา และ ผีนั้นไม่ยอมให้เธอเล่ากับใคร ทั้งสิ้น ..การที่คุณครูพยายามจะให้เธอเล่าจึงทำให้อาการกำเริบ..และเหมือนเดิม เธอต้องกลับมาพบเราก่อนกับบ้านที่ห้องให้คำปรึกษา ภายหลังการสนทนาและเครื่องมือทางจิตเวช ทีใช้เวลาค่อนข้างพอสมควร เราก็พบว่าเด็กคนนี้ปกติ ดี ตลอดเวลาที่พูด เริ่มแรกผู้เขียนไม่ได้จู่โจม แต่ให้เธอพูด เล่าระบายความรู้สึก ความคิด ความเข้าใจ ทัศนคติ ครอบครัว เพื่อน แฟน คุณครู ดูเธอสนุกสนานกับ การสนทนากึ่งบำบัดครั้งนี้มาก ประเด็นที่เธอมีคำพูดฝากไว้ก่อนกลับ
"การได้มาเล่าเรื่องแบบนี้ หนูรู้สึกสบายใจขึ้น ก่อนนี้หนูไม่กล้าพูด เรื่องนี้กับใคร หนูกลัวเขาว่าหนูบ้า พูดไปเขาก็ไม่เข้าใจหนู หนูพึ่งรู้ว่าการมาคลินิกให้คำปรึกษาแล้วสนุก" (งง ๆ ที่เธอบอกว่ารู้สึกสนุก แต่ความหมาย ที่แท้จริงคือ รู้สึกผ่อนคลาย ไม่กังวล ไม่กลัวผิดพลาด) ถาม ถึงการรับรุ้ต่อการเจ็บปวด และแผนการชีวิตต่อไปของเธอ ก่อนกลับเธอทิ้งไว้ว่า
"คราวก่อนที่หนูกลับไปเลี้ยงผี ก็นึกว่าจะไม่เป็นอะไร แต่ก็เป็นมาอีก หนูเข้าใจว่า คงจะเลี้ยงยังไม่พอ หนูคงต้องไปเลี้ยงผีที่โรงเรียนต่อ”
“พอดีหนูพึ่งนึกได้ว่าหนูไปตัดต้นกล้วยที่โรงเรียน เมื่อสองเดือนก่อนค่ะไม่มีใครทำนะคะ มีหนูคนเดียว อาจเป็นผีต้นกล้วยก็ได้ "........
ตกลงว่าคุณหมอเชื่อเรื่องผีไหมคะ เอ้ย! ครับ?
ตามความคิดนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อในเรื่องไสยศาสตร์อย่างผม กรณีนี้น่ากลัวจะเป็นเรื่องจิตวิทยามากกว่าเรื่องเหนือธรรมชาติแฮะ
ผมเป็นคนแม่สะเรียงโดยกำเนิดครับ วิถีชีวิตผมผูกพันกับเรื่องเหนือธรรมชาติพอสมควร จึงไม่แปลกเลยที่ผมจะเชื่อเรื่อง "ผี", "ตู้" (เสกของเข้าท้อง) และอื่นๆ .... อันนี้วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ครับ เอะอะหมอก็บอกว่า "คนไข้กลืนตะปูเข้าไปเอง" .. จะบ้าเหรอหมอ!! .. ไม่ได้ว่าคุณหมอ coffee_mania นะครับ หุหุ
สวัสดีครับ
ตอนนี้คนไข้เหล่านี้ มีเยอะมากมั้ยครับ ...คิดแล้วก็เสียดายครับ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ Csg เสียแล้ว
ทุกวันนี้อาการทางจิต มีอุบัติการณ์สูงมากขึ้น บนดอยก็ไม่เว้น แปรผันตามภาวะสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
พยาบาลจิตเวชใน รพ.ชุมชน ทำงานกันหนัก มีนโยบาย สุขภาพจิตในชุมชนดูเหมือนไม่ work โรงพยาบาลเลยรับคนป่วยคับคั่งเหมือนเดิม
มาให้กำลังใจครับ - - -
เชื่อว่าผีมีจริงนะ แต่ว่ากรณีนี้จะใช่หรือเปล่าครับ เป็นเรื่องการป่วยทางจิต หรือการเรียกร้องความสนใจหรือเปล่าครับ
สวัสดค่ะ
คุณต้นกล้า..
ดีใจจัง เจอคนบ้านเดียวกัน พี่ก็เกิดแม่สะเรียงนะ บ้านเดิมของครอบครัว อยู่บ้านนาคาว เลยสะพานน้ำยวมไปนิดนึง ตั้งแล็กแต่น้อย ชีวิตก็ได้ยินเรื่องผี และ เรื่องเหนือธรรมชาติ มามากต่อมาก ขนาดครอบครัวพี่ยังมีผีเจ้าพ่อประจำครอบครัว เล้ยย..คิคิคิ
ประเด็นคือ พี่เป็นคนไม่เชื่อเรื่องผี ที่เล่าเรื่องผี เก่งจ้า ..แต่ ไม่ลบหลู่สิ่งที่เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลนะคะ ไม่ใช่วิสัยน่ะค่ะ
สวัสดี
คุณเอก
ตั้งแต่คุณไป พี่ก็เหนื่อยอยู่คนเดียวนะ ตอนนี้ขยับตัวไปไหนต่อไหน ยากชะมัด เพราะเรื่องที่คาดไม่ถึง มักจะเกิดตอนเราไม่อนู่ซักที ตั้งแต่จบมามี case ยาก ๆ มาลองของเยอะแยะเลย
มีอดีตคนไข้ของคุณ คิดถึงคุณนะ ไปทำอะไร ไว้ล่ะ คุณเอก
คุณ
naree suwan
ยากที่จะบอกว่าเป็นอะไรกันแน่ อยากให้คิดไปต่าง ๆ นา ๆ มากกว่าค่ะ ความเป็นปริศนา มันหอมหวานกว่า ไม่ใช่หรือคะ ..อิอิอิ
เด็กคนนี้ ประเด็นทางจิตสังคมปกติ ค่ะ แต่ผู้เขียนไม่ได้ถอดเทป เลย จำเอาคำพูดบางตอนมาเขียน ดำเนินเรื่องเท่านั้นเอง
แต่เป็นความจริงที่ว่า การทำงานท่ามกลางชุมชน เราปฏิเสธความคิด ความเชื่อ ความศรัทธาของเค้าไม่ได้ ความจริงเป็นคนกลุ่มนี้น่าจะสบายใจดี แทนที่จะมานั่งโทษตัวเอง ผิดหวัง เสียใจ ให้สุขภาพจิตเสีย เค้าโทษสิ่งเหนือธรรมชาติ สบาย(ใจ)กว่ากันเยอะเลย ใช่ไหมคะ ..
กรณี นี้ทางจิตวิทยาเชื่อว่า Delusion ชัดเจน แต่ว่า ขัด ๆ อยู่ตรงที่มันตรงกับความคิด ความเชื่อของชาวบ้านค่ะ ไม่น่าจะเป็นการเรียกร้องความสนใจด้วย case นี้ หมอผี กับ รพ. เราช่วยกันรักษา คือ รอให้น้องเค้าเลี้ยงผีจนพอใจ แล้วค่อยมาคุยกันต่อน่ะ
ยังไม่เคยนัด Conference case กันซักทีนะคะ เนี่ย
โอ๊ย โอ๊ย
คุณ สายลม
พูดแล้วจะหาว่าคุย ที่นี่ปางมะผ้าเรามีผีเยอะ ค่ะ อย่างผีหน้าต่าง ผีประตู ผีห้อย ผีต้นยาง ผียาม ผีผมสั้น ผีผมยาว ผีแมว ฯลฯ สาธยายไม่หมด ..
แต่เราก็อยู่ร่วมกันได้ ..สันติ ค่ะ สันติ
ว่าแต่จะรออ่านเรื่องผีมะขามนะคะ ..
คุณ
seer
คำตอบของคุณ อยู่ตรงความคิดเห็นที่ 9 นะคะ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม มุมกาแฟค่ะ
อยากบอกว่า... ผมเป็นคนบ้านนาคาวโดยกำเนิดครับพี่ ที่บอกว่าเลยสะพาน ไม่ใช่น้ำยวมเน้อ น้ำแม่สะเรียงต่างหาก
บ้านพี่อยู่ส่วนไหนของหมูบ้านกันครับ หมู่บ้านเล็กนิดเดียว แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าพี่เลยครับ สงสัยพี่จะย้ายไปก่อนผมเกิด หุหุ
ว๊าย ว๊าย คนบ้านเดียวกันหรอเนี่ย ..น้อง
ต้นกล้า(ลูกใครหว่า)
มีความทรงจำดี ๆ ในวัยเด็กแถวนั้นเยอะ ..
ที่แน่ ๆ ไก่หมดเล้าเลย เรื่องสะพานน้ำแมสะเรียง ตอนพี่เป็นเด็กมันยังเป็นสะพานไม้ ที่ขาดทุกหน้าฝนอยู่เลยนะ ที่แน่ ๆ สะพวานน้ำยวมนี่พี่เอามันมาจากไหนนิ งงค่ะ
แว่มาแอ่วหันเรื่องผีของอินายคำหล้า..เออมีคนเป๋นผีเข้ามาอู้เหมือนกั๋นน้อ...
ลุงใคร่ป้ะคนที่ผีก้ะเข้าสิง หากมีบอกหื้อกำเน้อใคร่ได้ผมหอมของคนที่ผีก้ะเข้าแต๊ๆ จะเอามาส่องพิสูจน์ว่าผมเขามีสารอะหยังที่เป๋นสื่อหื้อพลังงานวิญญาณเข้าสิงได้ เหมือนกับเสาอากาศวิทยุหรือโทรทัศน์สื่อดึงเอาเสียงและภาพเข้าไปหาเครื่องได้ เพราะทางเชียงใหม่หาคนผีก้ะเข้าสิงยากอยู่
ผีเป๋นเรื่องของพลังงานคลื่นในธรรมชาติที่ต้องศึกษาหากไม่มีจริงหลวงปู่หลายท่านคงไม่พูดถึง เพราะท่านคือผู้ที่มีศีลสัตย์อยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องเปิดใจกว้างทำจิตให้บริสุทธิ์ใสสุดๆเหมือนหลวงปู่ซึ่งเป็นศาสตร์อีกแบบหนึ่งที่เราอาจพบสิ่งที่เรายังไม่พบขณะนี้ครับ..
สวัสดีเน้อหลานคำหล้า.....จากลุงหนาน
พรหมมา
สวัสดีเจ้าป้อหนานNIKHOM
ถ้าป๊ะ อิน้องคนนี้แหมเตื้อ
จะออกปาก ขอมาหื้อป้อหนานเลยเจ้า
รอหื้อแกอาก๋าร กำเริบก่นอนเน้อเจ้า
อิอิ
ขอบคุณอิหลานคำหล้า..ไว้ล่วงหน้า บ่ต้องหื้ออาก๋ารกำเริบก็ได้ เพราะผมหอมมันติดอยู่ที่ขวัญ หื้อสังเกตที่ขวัญแถวๆนั้นจะมีเส้นผมแปลกกว่าเส้นอื่น คือหึกหนา งอๆ หากสังเกตหื้อดีจะมีลักษณะแบนอยู่หน้อยๆ นั่นแหละผมหอมเป๋นสื่อ(คล้ายเสาอากาศวิทยุ )หื้อผีก้ะเข้าสิงคน สำคัญว่าเจ้าของต้องบ่ไจ๊ยาสระผมที่เป๋นสารเคมีเพราะจะทำลายสารธรรมชาติที่เป๋นสารสื่อล่อพลังงานวิญญาณในผมหื้อหมดไป แน่นอนผมนั้นคือผมหอม
หากแม่นแต๊เขานำมาไจ้เสกเป่าแป๋งยันต์หมานก๊าขายแม่น ขอบคุณที่ติดต๋ามเน้อเจ้า ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน
พรหมมา
โห เหมือนในหนังเลยค่ะ สับสนระหว่างอาการทางจิต กับจิตวิญญาณ
จะบอกว่าที่นี่ก็มีผีนะคะ น้องที่หอเห็น เห็นเหมือนๆ กันหลายคน เป็นผีฝรั่งนุ่งสายเดียวขาสั้นซะด้วย
แต่ตอนนี้ที่ระบาดหนักคือ ผีตู้เย็นค่ะ
ใส่ของกินไว้ก่อนนอน ตื่นเช้ามาอีกวัน เปิดตู้เย็น ของกินบางอันก็โดนกัดกิน บางอันก็หมดเกลี้ยงเลย อิอิ
^__^
ขออู้แถมกำอิหล้ากาแฟ ที่ว่าบ่หื้อไจ๊สารเคมีสระผมนั้นบ่ไจ้ คือหื้อสระผมอยู่แหละ.....แต่ไจ๊สมุนไพรธรรมชาติสระ เช่นว่า น้ำบ่ะขูด เป๋นต้น ถ้าจะอี้เป๋นธรรมชาติสระผมแล้วมันบ่ทำลายสารหอมในผม คือว่าสมุนไพรธรรมชาตินั้นบ่มีสารเคมีทำลายสารธรรมชาติที่อยู่ในเส้นผมทำหื้อเส้นผมคงสารธรรมชาติไว้เน่อเจ้า
สารเคมีหากสระผมแล้วมันจะทำลายสารผมหอมไปเหีย แต่ถ้าสระด้วยสมุนไพรธรรมชาติผมก็บ่เหม็นเน่อเจ้าและจะเยียะหื้อสารหอมในเส้นผมมันคงอยู่..หวังว่าอินายคำหล้าคงเข้าใจ๋เน้อเจ้า เพราะจะอั้นหมู่คนในเวียงถึงแม้ว่ามีผมหอมแต่ก็ไจ๊ยาสระผมมีสารเคมี มันถึงทำลายสารหอมในผมไปเหีย คนในเวียงมันเลยบ่มีผีก๊ะเข้าสิง
แถมกำนึ่งหากบ่อยากหื้อผีก็เข้าไผก็พยายามไจ๊สารเคมีหรือน้ำยาสระผมที่มีอยู่ปัจจุบันสระไปติ้กๆ ผมขาดสารที่หอม ขาดสื่อดูดพลังงานจิตวิญญาณเรื่องผีก้ะก็จะหมดไป นอกจากว่าสระด้วยสารเคมีแล้วผมคนนั้นยังมีสารหอมอยู่ก็บ่แน่เหมือนกั๋น เรื่องนี้ลุงหนานก๋ำลังศึกษาค้นคว้าอยู่บ่หยุดยั้งเตื้อเน่อเจ้า....
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน
พรหมมา