คุณหมอคะ คุณหมอเชื่อเรื่องผีไหมคะ สองเดือนก่อนหนูไปตัดต้นกล้วย อาจเป็นผีต้นกล้วยก็ได้

"คุณ หมอคะ คุณหมอเชื่อเรื่องผีไหมคะ"

น้ำเสียงจริงจัง  สายตาจ้องแน่นิ่ง ยืนยันว่าเธอ ต้องการคำตอบ และเธอต้องการคำตอบที่ทำให้เธอสบายใจที่เปิดเผย เรืองราวและความรู้สึกด้วย  ผู้เขียนมองสบตาเธอเงียบ ๆ ยิ้มให้แล้วถามน้องไปว่า     

"คำตอบของพี่ จะช่วยหนูได้อย่างไรคะ"  รอคำตอบ สักครู่เธอก็พูดต่อ

"หนูกลัวหมอจะไม่เชื่อหนู หมอจะคิดว่าหนูประสาท คนไม่เชื่อหนูเขาว่าหนูเป็น ผีบ้าผู้เขียนยิ้มให้เธอ และพูดด้วยคำพูดหนักแน่นว่า 

"หนูคงกังวลใจ กลัวพี่จะไม่เชื่อ สิ่งที่หนูพูด  แต่พี่อยากให้หนูเข้าใจ และมั่นใจว่า พี่จะช่วยหนูได้ ก็ต่อเมื่อหนู เปิดเผยสิ่งที่หนูรู้สึก สิ่งที่เผชิญอยู่ หรือ สิ่งที่ทำให้หนูกังวลใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน พี่ตอบแบบนี้ หนูรู้สึกมั่นใจขึ้นบ้างไหมคะ" 

เธอทำสีหน้าคลายความกังวล และดูผ่อนคลายขึ้น เด็กนักเรียนสาวอายุ 16 ปี เป็นชาวเขาเผ่าลาหู่ มาโรงพยาบาลครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ว่าด้วยอาการคุ้มคลั่งไม่รู้สึกตัว  พยายามทำร้ายตัวเองสลับกับวิ่งหนี ร้องโวยวาย  ครั้งแรกที่มาผู้เขียนจำได้ว่าเธอมาด้วย อาการ Hyper ventilation syndrome หรือ กลุ่มอาการมือจีบเกร็ง จากสภาวะทางจิตใจ และได้รับการวินิจฉัยไปแบบนั้น  ครั้งนั้นเธอมีแค่อาการ เกร็ง เรียกไม่รู้สึกตัว  มา 2 รอบ ใน 1 วัน หลังฟื้นคืนสติ ก็จำเหตุการณ์ไม่ได้ จำได้อย่างเดียวว่าเห็นผู้ชายเข้ามาเหมือนจะทำร้าย 

ก่อนแพทย์จำหน่ายด้วยวินิจฉัย Anxiety with hyperventilation syndrome น้องเขามาพบที่คลินิกให้คำปรึกษา ก่อนกลับบ้าน หลังการสำรวจด้วยแบบประเมินทางจิตเวช ผู้เขียนพบว่าเธอปกติดี มาก ไม่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว บ้านโรงเรียน ครู เธอเป็นเด็ก ฉลาด พูดจาฉาดฉาน ร่าเริง กล้าแสดงออก เป็นผู้นำ แต่สิ่งเดียวที่เธอพยายามยืนยัน สิ่งที่เกิดกับเธอคือ "เรื่องเหนือธรรมชาติ"  

"คุณพ่อหนู เค้าไปตัดไม้ในป่าค่ะ  เป็นไม้ใหญ่ พอเขาตัด หนูก็มีอาการชักเกร็ง ไม่รู้สึกตัวจำอะไรไม่ได้ค่ะ พ่อให้หมอผีที่หมู่บ้านรักษา หนูก็หายไป แต่ครั้งนี้มาเป็นที่โรงเรียนค่ะ คุณครูเลยพาหนูมา "

ก่อนการจำหน่าย  เธอกลับไปด้วยอารมณ์แจ่มใส พร้อมแผนการที่ว่าจะกลับไปเลี้ยงผีที่หมู่บ้าน และมั่นใจว่าเธอจะไม่เป็นมาอีกเดือนต่อมา เธอกลับมาอีกครั้ง.. และไม่ได้มาตามการนัด ของคลินิก คราวนี้เธอไม่ได้มาด้วยอาการเกร็ง ...แต่คุ้มคลั่ง  ทำร้ายตัวเอง และคนรอบข้าง คุณครูหอพัก ให้ข้อมูลว่า พยายามสอบถามว่าเธอ เป็นอย่างไร และจำเหตุการณ์ได้หรือไม่ ...พอถามเธอก็แสดงอาการคุ้มคลั่ง จนต้องนำส่งโรงพยาบาล ...แพทย์จำหน่ายไปแล้ว เธอก็กลับมาอีกครั้งในวันเดียวกัน โดยสิ่งที่ทำให้เป็นซ้ำเพราะครูพยายามให้เด็กเขียนเล่าเรื่อง อาการของตัวเอง ... 

เมื่อรู้สึกตัวดีเธอเล่าให้เพื่อน ๆ ร่วมหอพักที่มานอนเฝ้าว่า ผีผู้ชายจะเอาเธอไปเป็นภรรยา  และ ผีนั้นไม่ยอมให้เธอเล่ากับใคร ทั้งสิ้น ..การที่คุณครูพยายามจะให้เธอเล่าจึงทำให้อาการกำเริบ..และเหมือนเดิม เธอต้องกลับมาพบเราก่อนกับบ้านที่ห้องให้คำปรึกษา ภายหลังการสนทนาและเครื่องมือทางจิตเวช ทีใช้เวลาค่อนข้างพอสมควร เราก็พบว่าเด็กคนนี้ปกติ ดี ตลอดเวลาที่พูด เริ่มแรกผู้เขียนไม่ได้จู่โจม แต่ให้เธอพูด เล่าระบายความรู้สึก ความคิด ความเข้าใจ ทัศนคติ ครอบครัว เพื่อน แฟน คุณครู ดูเธอสนุกสนานกับ การสนทนากึ่งบำบัดครั้งนี้มาก ประเด็นที่เธอมีคำพูดฝากไว้ก่อนกลับ

"การได้มาเล่าเรื่องแบบนี้ หนูรู้สึกสบายใจขึ้น   ก่อนนี้หนูไม่กล้าพูด เรื่องนี้กับใคร หนูกลัวเขาว่าหนูบ้า พูดไปเขาก็ไม่เข้าใจหนู หนูพึ่งรู้ว่าการมาคลินิกให้คำปรึกษาแล้วสนุก" (งง ๆ ที่เธอบอกว่ารู้สึกสนุก แต่ความหมาย ที่แท้จริงคือ รู้สึกผ่อนคลาย ไม่กังวล ไม่กลัวผิดพลาด)  ถาม ถึงการรับรุ้ต่อการเจ็บปวด และแผนการชีวิตต่อไปของเธอ ก่อนกลับเธอทิ้งไว้ว่า

"คราวก่อนที่หนูกลับไปเลี้ยงผี ก็นึกว่าจะไม่เป็นอะไร  แต่ก็เป็นมาอีก หนูเข้าใจว่า คงจะเลี้ยงยังไม่พอ หนูคงต้องไปเลี้ยงผีที่โรงเรียนต่อ

พอดีหนูพึ่งนึกได้ว่าหนูไปตัดต้นกล้วยที่โรงเรียน เมื่อสองเดือนก่อนค่ะไม่มีใครทำนะคะ มีหนูคนเดียว อาจเป็นผีต้นกล้วยก็ได้  "........