การสร้างพลังให้กับชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้ชีวิตไม่น่าเบื่อหน่าย กระตือรือร้นมากขึ้น
การท่องเที่ยวก็เป็นวิธีหนึ่ง
บางคน เช่น "หนูดี" ผู้เขียนหนังสืออัจฉริยะสร้างได้ให้ความคิดเห็นประมาณว่า ทำงานหนักแล้วเที่ยวสุดๆ อาจจะไม่ดีนัก ทำงานและเที่ยวให้สมดุลย์กันน่าจะดีกว่า
เราเองก็เช่นกัน ว่าบางทีเที่ยวมาก เที่ยวสุดๆ ก็เหนื่อยเหมือนกัน
อยากทำงานเที่ยวไป เที่ยว-พักผ่อนไป แต่บางครั้งก็ติดด้วยเงื่อนไขที่เคยเล่าไปแล้วว่า เวลา ภาระ เงินตรา เพื่อน ล้วนแต่มีส่วนกับรูปแบบการท่องเที่ยวทั้งนั้น
การท่องเที่ยวเพื่อชาร์จแบตเตอรรี่ให้ตัวเอง มีหลายรูปแบบ
- เที่ยวธรรมชาติ
- เที่ยวกลางคืน
- เที่ยวผจญภัย พวกมีการ Trekking ล่องแพ ปีนผางั้นแหละ
- หรือเปลี่ยนที่นอน
- เที่ยวดินแดนในฝัน เช่น การไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น
จะเที่ยวแบบไหนก็ขอให้ถูกใจตนเอง...โดยเฉพาะนยามที่เศรษฐกิจค่อนข้างจะไม่คล่องตัว หากเป็นเศรษฐีคงไม่ต้องคำนึงถึงประเด็นนี้
เราเองช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยได้มีเวลาเป็นของตัวเอง งานรัดตัวมาก เดินทางไปนุ้นมานี่ตลอดเวลา เหมือนจะเป็นการท่องเที่ยวแต่ไม่ใช่เลย ทุกอย่างบีบรัดตัวมาก จนอยากจะหาเวลาผ่อนคลาย...
ไปไหนดีหล่ะ สำหรับเดือนกันยายน ที่แสนจะใช้เงินทะลุเป้า...ไม่อยากจะเป็นการยืมเงินไปเที่ยวเลย...เดี๋ยวทุกข์จะตามมา...แถวไหนที่จะสามารถใช้งบไม่เกิน 2,000 บาทได้โดยมีบรรยากาศที่กระตุกต่อมพลังได้...ต๊อก ติ๊ก ต๊อก...
คำตอบสุดท้าย คือ วังเวียง...ที่ลาว เพื่อนบ้านของเรานี่เองแถมได้เพื่อนร่วทางแล้วนะ
กะว่า ไปซัก 3 วัน 2 คืน
เริ่มที่วันพฤหัสบดี วันแรกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปที่หนองคาย ออกเดินทางซัก 6 โมงเช้า ไม่ต้องตาลีตาเหลือกตื่นแต่เช้า
ถึงหนองคายสายๆ หาอาหารเช้ากินกัน ไข่กะทะงัย...ก๋วยจั๊บญวนอีกก็น่าจะดีนะ หาที่ฝากรถ
แล้วไปสถานีขนส่ง นั่งรถประจำทางระหว่างประเทศ ถึงเวียงจันทน์ก่อนเที่ยง
ไปจองตั๋วรถ VIP ซึ่งก่อนนั้นที่เคยไป รถออกเดินทางไปวังเวียงเวลา 14.00 น. หากได้เวลาเดินทางที่ชัดเจน ก็จะมีเวลาท่องเที่ยวในตัวเวียงจันทน์ แต่ที่ตั้งใจไว้ว่าอยากจะไปหอสมุดแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยโด่งโดก ไม่ทราบว่าเพื่อนๆ ที่ไปด้วยกันจะสนใจไปด้วยหรือเปล่า อาจจะสนใจ city tour มากกว่า
คงออกเดินทางไปวังเวียงตอนบ่ายๆ ถึงก็ราว 1 หรือ 2 ทุ่ม หาที่พักและสังสรรค์กันพอให้หายเหนื่อย
ตื่นนอนเช้าวันแรกในวังเวียงด้วยเสียงน้ำซอง ไม่ต้องเช้ามากก็ได้ สำหรับคนที่ชอบตื่นสาย
หาของกินตอนเช้า ลองหาลู่ทางในการไปตะลอนและสัมผัสความเป็นวังเวียง ปายหรือกุ้ยหลินแห่งเมืองลาว อาจจะเช่ารถตุ๊กๆ หรือ จักรยานถีบ หรืออาจจะเป็นสองขา ระหว่างทางก็สอดส่ายสายตาหาร้านอาหารที่เหมาะจะมากินข้าวเย็น...โปรแกรมมื้อเย็นก็น่าจะ OK.
นอนค้างอีกคืน ในเมืองที่ไม่มีวัตถุมากมาย นอกจากที่พัก ชาวต่างชาติ คนเมือง แก่งน้ำ ขุนเขา ความเงียบสงบ ตื่นเช้าวันที่ 2 ก็คงไม่มีอะไรแตกต่างจากวันแรก...สิ่งที่ดีสำหรับความสุข อาจจะเป็นหนังสือ...กาแฟสักแก้ว...เบียร์ลาว...MP3...เพื่อน...การทบทวนตัวเอง...และการแลกเปลี่ยนความคิดกับคนเดินทาง...กินข้าวเที่ยงแล้วก็กลับมาเวียงจันทน์...เผื่อเวลาแวะ ร้านค้าปลอดภาษีหน่อย เผื่อจะได้อะไรกลับมาเป็นของฝากบ้าง นี่คือโปรแกรมคร่าวๆ
ถึงฝั่งไทยก็คงไม่เย็นนัก...หาอะไรทานก่อนขับรถกลับขอนแก่น..
คิดว่าบรรยากาศที่แตกต่างของเมือง เพื่อนร่วมทาง (มีหน้าใหม่ด้วย) น่าจะสร้างความรู้สึกดีดีได้มาก
สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบไปจะเปลี่ยนที่นอน สไตล์แบบนี้ก็มาเร้ว....
หมายเหตุ ผลการประเมิน ทริปนี้สร้างสีสันให้มากมายจริงๆ ค่ะ


