ห้วงหนึ่งของการสัมมนาผู้นำองค์กรนิสิต เมื่อวันที่ 11 - 13 กันยายน 2550 ที่ผ่านมา , วิทยากรท่านหนึ่งได้ชวนผู้นำองค์กรนิสิต ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่พูดคุยถึงเรื่อง "ต้นสายปลายเหตุ" ของการเข้ามาร่วมทำกิจกรรม จนกล้าที่จะเรียกตนเองว่า "นักกิจกรรม" อย่างไม่เคอะเขิน
คำตอบหลากหลาย มีทั้งเหมือนและต่าง แต่ที่เป็นลักษณะร่วมของคำตอบที่ผมเก็บประมวลมาได้ก็คือ หลายคนทำกิจกรรมเพราะ "ใจรัก" , หลายคนทำกิจกรรมเพราะต่อยอดจากการทำกิจกรรมในตอนมัธยม,
บ้างทำเพราะเพื่อชักชวน, บ้างทำเพราะเพื่อนบังคับ, บ้างทำเพราะอยากเป็น "ฮีโร่", บ้างทำเพราะอยากใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์, บ้างทำกิจกรรมเพราะต้องการประสบการณ์ชีวิต, บ้างทำเพราะอยากพัฒนาโลกทัศน์ของตนเอง, รวมถึงการทำกิจกรรมเพราะต้องการช่วยเหลือผู้อื่น ..เป็นต้น ...
ต้นสายปลายเหตุที่ผมประมวลได้นั้น แน่นอนว่า ไม่มีถูกไม่มีผิด อดีตมาจากสายธารสายใดไม่สำคัญ แต่ปัจจุบันสายธารที่เขากำลังล่องไหลอยู่นี้คือ "สายธารกิจกรรม" และพวกเขาก็กำลังล่องไหลไปในสายธารนี้อย่างมีตัวตน ...
กระทั่งในช่วงแห่งการพักผ่อน นิสิตท่านหนึ่งก็เข้ามาทักทายและพูดคุยกับผมหลายเรื่อง
เรื่องหลัก ๆ ที่ผมจำได้ก็คือ การที่นิสิตท่านนั้นถามผมอย่างตรงไปตรงมาว่า "กิจกรรมให้อะไรกับผมบ้าง ?" ...
ผมตอบคำถามเขาอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีศัพท์แสงหรือทฤษฎีใด ๆ มาปั้นแต่งให้ดูดี นั่นคือ (๑) กิจกรรมช่วยให้ผมค้นพบ "ตัวเอง" และ (๒) กิจกรรมช่วยให้ผมเข้าใจสังคม ...
นั่นคือสองประเด็นหลักที่ผมบอกกล่าวต่อน้องนิสิต จากนั้นเราก็คุยกันยืดยาว..
เสียดายที่บันทึกผมยังมีปัญหาเรื่องระบบและเทคนิค จึงไม่สามารถเขียนอะไรได้ชัดเจนไปมากกว่านี้ ....
สวัสดีค่ะ
สรุปคือใจสั่งมา
สวัสดียามดึกครับ
การทำงานต้องทำเป็นกลุ่มแต่ทุกกลุ่มต้องทำกันด้วยความพร้อมเพรียงกเสมอจึงจะนำสุขมาให้ไม่ว่างานของกลุ่มนั้นจะเป็นอย่างไรแต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบเป็นการส่วนตัวงานก็จะออกมาดี
สวัสดีครับ แผ่นดิน
กิจกรรม หล่อหลอมให้เป็นผมอย่างทุกวันนี้ ครับ
สวัสดีครับ...
วันนี้ค่อยโล่งใจระบบต่าง ๆ ของบันทึกคืนชีพมาได้เสียที ขืนมาช้าอีกสักวัน .. มีหวังบันทึกผมร้างเป็นป่าช้าแน่ครับ ...
...
แน่นอนครับ กิจกรรมก็เหมือน KM ซึ่งยืมมาใช้ว่า "ใจสั่งมา" ... เมื่อมาด้วยใจ ก็ง่ายที่จะอยู่ด้วยใจ /// ดังนั้นการทำกิจกรรมของนิสิต ผมจึงย้ำว่า ขอให้ทำด้วยใจ .. เรียนรู้ด้วยใจ และให้คนอื่นด้วยใจ ..เช่นกัน
ขอบพระคุณครับ
สวัสดียามดึกเช่นกันครับ
ผมเองก็เห็นด้วยเกี่ยวกับประเด็นการทำงานที่จำต้องเริ่มต้นจากการมี "ใจรัก" ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเราคงไม่สามารถทำงานได้ดีในสิ่งที่เราไม่รัก ... ถึงแม้สิ่งนั้นจะเป็นการฝืนใจทำเพื่อคนอื่นก็ตาม แต่ผลลัพภ์ของมันจริง ๆ ก็ยังไม่ใช่ที่สุดของการลงมือทำ ..
และด้วยความที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ผมจึงมองว่า คงไม่มีการงานใดกระมังที่ตัดขาดออกจากสังคม จะมีบ้างก็บางขั้นตอนเท่านั้นที่ต้องอาศัยโลกส่วนตัวในการสร้างออกมา และเมื่อผลิตผลนั้นสำเร็จรุปออกมาแล้ว ก็จำต้องสื่อสารต่อสังคมอยู่วันยังค่ำ .. และสังคมนั้นอาจจะหมายถึง สังคมในครัวเรือน หรือแม้แต่ยังคมที่ก้าวพ้นออกมาจากครัวเรือนของเราเอง ซึ่งนั่นก็คือนัยสำคัญว่า ...
แท้ที่จริง เราคงไม่สามารถทำงานอันเป็นส่วนรวมได้ดี โดยปราศจากความร่วมมือจากคนรอบข้าง...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ครูเสือ..
ตอนนี้กลับถึงบ้านโดยปลอดภัยแล้วใช่ไหมครับ -
สักวันหนึ่งถ้ามีโอกาส ผมก็ยินดีหากช่วยเหลืออะไรได้บ้าง..
คนทำงานต้องไม่ปล่อยให้เพื่อนเดินอย่างเดียวดาย ..เพราะความดีงดงามเสมอ ...
สวัสดีครับ น้องสายลม <div style="padding-right: 4px; padding-left: 0px; padding-bottom: 4px; padding-top: 0px">
</div><div class="info"> นายสายลม อักษรสุนทรีย์
</div><div class="info">เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับว่า …ที่สุดของที่สุดก็คือ การทำให้เราได้รู้ซึ้งถึง “หัวใจ” ของตนเองยิ่งขึ้น และการได้รู้จักตัวเองก็ง่ายต่อการที่จะเรียนรู้คนอื่นไปด้วยเหมือนกัน</div><div class="info">….</div><div class="info">ขอบคุณครับ</div>