เราจะเน้นวิธีการแบบเสริมแรงทีมกันมากกว่า ที่จะไปติดตามประเมินผล และควบคุมกำกับ นี่ก็จะเป็นจุดที่กรมอนามัยใช้อยู่ คือ ไปแต่ละจุด และใช้วิธีแลกเปลี่ยนกัน เสริมแรงเสริมแรงเสริมพลังกันไป
มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจาก Team กลาง KM กรมอนามัยค่ะ
คุณศรีวิภา
- กรมอนามัยใช้หลักคิดง่ายๆ ทำง่ายๆ และลงมือทำเลย
- แต่ละแห่ง 30 หน่วย มีอิสระที่จะเลือกวิธีการของตัวเอง
- แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ต้องเข้าใจหลักคิด และมีสติหน่อย ว่า มันเป็นการจัดการความรู้ เพราะว่าบางทีหยิบแต่ความรู้มาก็ยังบริหารจัดการไม่ได้ มันต้องใช้หลายศาสตร์ผสมกัน นี่คือสิ่งที่เป็นรูปธรรม
- เรื่องเล่าความสำเร็จก็ยังไม่ต้องคิดว่า ต้องมี Output ใหญ่โต สำเร็จเพียงนิดเดียวก็เอามาเล่ากันได้ จะมีดอกเบี้ยมหาศาล แต่ tactics เล็กๆ น้อยๆ Microsuccess นั่นละค่ะ คือ ได้เลย ไม่ต้องรอจนชาติไหน ไม่ต้องรอผลลัพธ์เยอะ เพราะว่ามันไม่ทันกาล นี่คือประเด็นหัวใจสำคัญที่กรมอนามัยมองกัน
- และพยายามให้เกิดขึ้นในองค์กร ก็คือ สบายๆ ขอให้คุณเริ่มต้นก็พอแล้ว
คุณฉัตรลดา
- บางทีอาจจะได้ยินทางทีมพูด ก็คือ บอกให้เล่าถึงความสำเร็จ ไม่ใช่ปัญหา แต่มีบางคำเหมือนหลุดๆ ออกมาว่า มีปัญหาจากการทำงานแล้วก็มาคุยกัน ก็อาจจะเติมนิดหนึ่งว่า เราไม่ได้ห้ามเด็ดขาดเลย ไม่ใช่ว่าจะเอาเฉพาะเรื่องของความสำเร็จมาคุยกัน แม้จะมีปัญหาในการทำงาน ก็มาคุยกันได้ แต่ไม่ใช่คุยแต่เรื่องปัญหา แต่ไม่มีทางออก นั่นคือ เอาปัญหามาคุย แต่มีต้องคุยว่าแล้วมันจะแก้ยังไง หรือคุณทำมายังไง คุณถึงผ่านปัญหานั้นๆ มาได้ ถึงแม้จะเริ่มจากตรงนี้ ก็ต้องให้เห็นถึงวิธีการแก้ตรงนั้น นี่ก็คือ วิธีการเติ
- อีกเรื่องที่เราพูดกันถึงเรื่องการประเมินตนเอง ที่กรมอนามัยจะมีเกณฑ์ประเมินตนเองของเรา ซึ่งไม่ใช่เกณฑ์ของ KM กพร. นี่ก็เป็นจุดที่ตัวเองคิดว่า เป็นจุดแข็งของกรม เพราะว่าเราต้องทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวประสานระหว่าง กพร. กับทีม เพื่อมิให้
- อย่างท่านอธิบดีบอกว่า พอมีเครื่องมือตัวใหม่มาแล้ว ทำให้คนเครียด บอกว่า เอ๊ะ ทำไมมันขลังจังเลย เครียดจังเลย เพราะฉะนั้น มันก็ต้องมาตรงนี้ มาทำย่อยลงมาให้มันง่ายสำหรับคนทำ เพื่อไม่เป็นภาระ และไม่เครียด
- เพราะฉะนั้น เราก็จะมีเกณฑ์ของเราที่ท่านสามารถเข้าไปดูในเวปไซต์ของกรมฯ เราได้ ว่าเกณฑ์ตัวนี้เป็นอย่างไร ซึ่งเกณฑ์ตัวนี้จะใช้เป็นกุศโลบายในการพัฒนาคนของเรา เป็นเหมือน Roadmap ที่จะเดินไปสู่การจัดการความรู้
- และข้อสุดท้ายคือ เราจะเน้นวิธีการแบบเสริมแรงทีมกันมากกว่า ที่จะไปติดตามประเมินผล และควบคุมกำกับ นี่ก็จะเป็นจุดที่กรมอนามัยใช้อยู่ คือ ไปแต่ละจุด และใช้วิธีแลกเปลี่ยนกัน เสริมแรงเสริมแรงเสริมพลังกันไป
ทพญ.นนทลี
- กรมอนามัยยังมีอีกหลายเรื่องที่เอา KM ไปใช้ในงาน ซึ่งตรงนี้ท่านก็สามารถไปเยี่ยมชมในเวปไซต์เพราะเราก็จะขึ้นบนเวปไซต์ความรู้ของเราด้วย ก็คือ
kcenter.anamai.moph.go.th อันนั้นจะเป็นเวป Kcenter ของกรมอนามัย
- และเรามี ลานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กรมอนามัย ซึ่งไปเปิดใช้ในพื้นที่ของ สคส. gotoknow.org ตรงนั้นมีหลายเรื่องราวที่เรามีการทำกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกองคลัง เรื่องของแฟ้มภูมิปัญญา เรื่องส้วมสาธารณะไทย เวทีเด็กไทยทำได้ และก็อีกมากมายที่มีกิจกรรมนำมาเล่าสู่กันฟัง ตรงนั้นถ้าใครสนใจกิจกรรมเพิ่มเติมก็ไปหาอ่านได้ จะมีในรายละเอียดค่อนข้างเยอะ จะเห็นรูปธรรมของการทำ KM และร่วมแลกเปลี่ยนกันได้
- กรมอนามัยจริงๆ แล้วมีหน่วยงานประมาณ 30 หน่วยงาน เป็นหน่วยงานในส่วนกลางประมาณ 10 กว่าหน่วย และศูนย์อนามัยเขต อีก 12 เขต รวมหน่วยงานเขตอีก 2 แห่ง ซึ่งอยู่ทั่วประเทศ แต่ละที่ใช้ KM ในการจัดการความรู้ ทุกที่ก็จะเป็นสไตล์ของแต่ละที่ ซึ่งตรงนั้นเราก็มีการแลกเปลี่ยนให้ดู
- ตรงนี้จึงอยากเสนอว่า รูปแบบของเราไม่ได้ Fix idea แค่ที่เท่ามีอยู่ แต่เราจะนำไปใช้กับงาน ... คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยที่จะเรียนรู้ว่า กรมอนามัยได้ใช้ KM ในกิจกรรมใดบ้าง ซึ่งก็จะมีพัฒนาการให้ทราบกันต่อ
เรื่องราวเหล่านี้ คงทำให้ท่านได้รู้จักกรมอนามัยมากขึ้นบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ