น้องชาย ..... สวัสดีครับพี่เม้ง พี่เม้งอยู่บ้านป่าวครับ

พี่เม้ง............ครับมีไรหรือเปล่าครับ

น้องชาย......มีครับ  เดี๋ยวช่วยเปิดประตูให้หน่อยครับ จะเอาของไปให้ครับ

พี่เม้ง...........ออครับ

น้องชาย......สักหนึ่งนาที คงไม่รบกวนอะไรพี่มากครับ เดี๋ยวผมแวะไปกดกริ่งบ้านพี่นะครับ

พี่เม้ง...........ครับผม

         เป็นบทสนทนาระหว่างผมกับน้องชายที่น่ารักในเมืองที่อยู่ด้วยกัน ด้วยความที่น้องเกรงใจว่าจะมารบกวนเวลาทำงานครับ

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง..................(เีสียงกริ่งหน้าบ้านดัง)

พี่เม้ง..........มีช็อคโกเลตมาให้เลือกด้วย...หยิบไปด้วยนะครับ

น้องชาย.....ผมมีสองถุงมาฝากพี่ ถุงแรกเป็นถุงซีดีของพี่ ถุงที่สองเป็นปลาทูและผักต่างๆ พี่ไปแกะดูแล้วกันครับ พอดีพี่แม่บ้านเป็นคนไทย เอามาฝาก  ส่วนน้ำพริกพี่ตำเองแล้วกันครับ

พี่เม้ง..........แล้วน้องหล่ะ...

น้องชาย.....ผมแบ่งไว้แล้วครับ และเอามาฝากพี่เม้งด้วย

         แล้วก็ทักทายตามประสา ไม่ได้เจอกันหลายวัน แล้วก็ลากลับกันครับผม.....

ผมแกะดูพบสิ่งดังต่อไปนี้

  • ปลาทูทอดสองตัว

  • ถั่วฝักยาวห้าฝัก

  • มะเขือสามผล

  • ผักดองหนึ่งกระปุก

ผมเลยอุ่นปลาทูทอด แล้วตำน้ำพริกหักคอ แบบสูตรลัด ซึ่งประกอบไปด้วย

  • พริกขี้หนูป่น

  • กะปิตราตาชั่ง

  • มะนาว

     จริงเรียกว่าผสมเอามากกว่านะครับ เพราะไม่ต้องตำครับ รุ่นนี้ ทำเพียงหนึ่งนาทีกินได้เลยครับ

 แล้วก็ใส่สมการเทคล็อกการึทึม ยกกำลัง ท้ายสุดได้คำตอบดังภาพต่อไปนี้ครับ

Namprig-platoo 

 เมื่อคุณเห็นในภาพแล้ว ซึ่งจะเป็นจานน้ำพริกปลาทูนั่นเองครับ อาหารโปรดเลยครับ เรียบง่าย ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพราะมันอยู่ในเยอรมันครับ

หากเรามาลองดูถึงที่มาของน้ำพริกปลาทูจานนี้ ลองย้อนทบทวนถึงที่มาของส่วนประกอบต่างๆ  ดูเล่นๆ ดูไหมครับ ว่าเกี่ยวกับใครบ้าง

  • ปลาทู แน่นอนผมเชื่อว่ามาจากทะเลไทยแน่นอนครับ คิดว่าไม่ัอันดามันก็ อ่าวไทยครับ (อันนี้ชาวประมงครับ)

  • ถั่วฝักยาว อันนี้แน่นอนจากเมืองไทยแน่นอน ไม่แน่ใจว่าสวนคุณลุงคุณป้าท่านใดครับ (เกษตรกรครับ)

  • มะเขือ อันนี้ก็แน่นอนเช่นกัน ไม่แน่ใจว่าสวนไหนนะครับ (เกษตรกรครับ)

  • ผักดองอันนี้ ก็จากเมืองไทยอีกเช่นกัน  (เกษตรกรกับแม่บ้านหรือโรงงานทำผักดองครับ)

  • มะนาว อันนี้ใช้มะนาวเยอรมันครับ (เกษตรกรเยอรมันครับ ลึกๆ แล้ว ไม่แน่ใจว่านำเข้าด้วยหรือเปล่าครับ)

  • กะิปิ ทำมาจากเคอย (เคย) เป็นสัตว์น้ำเค็มตัวเล็กๆ คล้ายๆ กุ้ง อันนี้ผลิตภัณฑ์จากทะเล ผ่านกระบวนการมากมายกว่าจะมาลงอยู่ในกระปุกพลาสติกก่อนจะส่งออก  (จากชาวประมงครับ)

  • พริกขี้หนูป่น อันนี้สวนของคุณแม่แน่นอนครับ (เกษตรกรครับ)

  • แล้วต่อมาก็คือการขนส่งสิ่งเหล่านี้ ข้ามทวีป จนมาเจอพี่แม่บ้านไปซื้อนำไปทอด แล้วห่อฟรอยด์มาฝากพวกเรา จนกว่าจะมาถึงน้องชายที่แสนดี แล้วมีน้ำใจมาแบ่งปันถึงผม ทำให้ผมคิดย้อนกลับไปยังที่มา ว่าแต่ละอย่างกว่าจะมาถึงได้นี่ผ่านกระบวนการ ตรากตรำมาพอสมควร ย้อนนึกไปถึงรากที่มาของบ้านเรา นึกถึงรากของสังคมบ้านเรา ได้อยู่ไกลก็คิดถึงรากตัวเองอย่างนี้หล่ะครับ 

 คุณดูซิครับ กว่าจะมาเป็นน้ำพริกปลาทูที่เมืองก่อน ใครได้กินน้ำพริกปลาทูถือว่า ยากจน จนทุกวันนี้ ใช่ว่าจะหากินง่ายครับ ทุกวันนี้ต้องบอกว่า น้ำพริกปลาทูไม่ใช่อาหารของคนจนแล้ว เพราะปลาทูก็ราคาไม่น่าจะถูกๆ อย่างในเยอรมันนั้น น้ำพริกปลาทูจะแพงที่มะเขือ หรือผักไทยๆ นะครับ ตัวน้ำพริกไม่เท่าไหร่ครับ

ทุกอย่างกว่าจะมาประกอบกันเป็นอย่างใด สิ่งใดสิ่งหนึ่งล้วนมีกรรมวิธี กระบวนการทั้งสิ้น

ทำให้ผมนึกถึงพี่น้องเกษตรกร ขึ้นมาจับใจ ทั้งๆที่ปกติผมก็ไม่เคยลืมวิถีของท่านเหล่านั้นอยู่แล้วครับ เพราะว่ารากของผมก็คือเกษตรกรเช่นกันครับ

จากภาพนั้น ผมมีคำถามครับ หากใครตอบถูกผมจะส่งโปสท์การ์ดไปให้ครับ จากเมืองที่ผมอยู่นะครับ  คำถามมีอยู่ว่า....

  • ทำไมในจานน้ำพริกปลาทู ในภาพด้านบน ถึงมีปลาทูอยู่เพียงครึ่งตัว

  • ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนคำถาม

    • ปลาทูสองตัว ผมนำไปอุ่นเพียงตัวเดียวครับ เหลือไว้อีกหนึ่งตัว

    • อาหารมื้อนี้ ผมทานคนเดียวครับ

 ลองทายกันดูนะครับ ตอบได้ คนละ 2 คำตอบครับ ตอบถูก 5 ท่านแรกผมจะส่งภาพสวยๆ ไปให้ครับ

ปล. ขอขอบพระคุณทุกๆท่าน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำพริกปลาทูจานนี้ ขอให้เจริญในหน้าที่การงาน และสุขภาพกาย ใจ สติปัญญา แข็งแรงครับ ตลอดจนผู้อ่านที่เข้าใจในความรู้สึกลึกๆ ของอาหารจานนี้ด้วยนะครับ 

ขอให้ทุกท่านโชคดีนะครับผม 

 เม้งครับ