ผมเดินทางออกจากจังหวัดปทุมธานี หลังจากเดินหาผู้คนเพื่อทำภาระกิจที่ควรจะทำ ด้วย ๑) ให้เกียรติแก่ผู้เป็นอาจารย์ ๒) ทำหน้าที่ที่สังคมควรทำให้กัน ๓) ประสานงานที่รับผิดชอบ (งานวิชาพื้นฐาน) ตั้งใจว่าจะขึ้นรถบ่ายสองโมงออกจากสายใต้ แต่งานไม่เสร็จ กว่าจะได้ออกจากมหาวิทยาลัยก็ปาเข้าไปหกโมงเย็น

   รถออกจากสายใต้เวลา ๒๑.๔๐ น. มุ่งหน้าสู่จังหวัดชุมพร ด้วยความที่นั่งรถประจำทางบ่อยจึงรู้ทันทีว่า รถคันนี้เป็นรถใหม่ที่บริษัท...เพิ่งซื้อมาแน่นอน นอนหลับมาสบายมาก และไม่ได้ไปกินข้าวเที่ยงคืนกับเขา อันที่จริงก็ไม่ใส่ใจเรื่องนี้อยู่แล้ว ดังนั้น สิ่งที่บริษัทควรจัดการคือ กรณีทีเราไม่ใช่บริการแบบนี้ เขาน่าจะคืนค่าบริการนี้ให้ผู้ใช้บริการ

   ตีห้า ขับรถไปหาแม่ที่งานศพ ในบางผรา เพื่อนำกุญแจมาไขบ้าน เมื่อไปถึงงานศพ....เห็นคนเฝ้าศพกันเยอะหลายวงทีเดียว ปล่อยให้ศพเหงาอยู่เพียงเดียวดาย

   กลับมาบ้าน นอนสบายๆๆๆ เพราะไม่ต้องพวงกับงานและภาระที่ต้องเตือนตัวเองอยู่ทุกวันก่อนนอน ตื่นนอนพี่สาวก็นำข้าวมาให้ ผมนี่ช่างสุขสบายเหลือเกิน และบอกไปว่า ไม่ต้องกังวล หากินเองได้ ไม่ได้ยากเย็นหรอก ขอให้อยู่ให้สบาย พี่สาวระบายอะไรหลายๆอย่างให้ฟัง ผมนั้นเป็นนักฟังที่ดี ด้วย ๑) ถ้าเขาเล่าให้เราฟัง แสดงว่าเขาไว้ใจเรา ๒) เราเป็นประโยชน์ต่อเขา เมื่อเขาเล่าแล้ว เรารับฟัง เขารู้สึกสบายใจ

   พี่สาวกลับไป ผมนอนต่อ (ชีวิตไร้สาระ) การนอนนี้ไม่ได้นอนเฉยๆ ในสมองมีเรื่องราวให้ต้องเตรียมการอยู่พอสมควร นอนนิ่งๆ หายใจเข้าออก เรียบเรียงเรื่องราว

   บ่ายโมง ลงไปนั่งใต้ถุนบ้าน สายลมโชยมาเย็นๆ แสงแดดไม่ร้อนระอุ เดี๋ยวเจอร่มเงา เดี๋ยวแดดออก แต่ลมนั้นโชยมาตลอด

   สบายใจดีแท้...