ไทยใหญ่ หรือ เงี้ยว

ตอนเป็นเด็กใครเรียกผมว่า "เงี้ยว"ผมจะโกรธมาก หรืออาจต่อยเลยถ้าคะเนดูว่ารูปร่างไม่ใหญ่จนเกินไป ไม่ชอบคำนี้เพราะว่าเพื่อนมักต่อท้ายว่า "ไอ้เงี้ยวกบฏ" เนื่องจากผมมีเชื้อสายชาวไทยใหญ่ร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณพ่อเข้ามาเมืองไทยตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่5 มาพึ่งพระโพธิสมภารจนเป็นชาวไทยกันหมดทุกคน ผมอ่านพบบันทึกจดหมายเหตุ เมื่อคราวเสด็จประพาสเมืองเหนือของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ดังนี้

เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม 2445 พวกเงี้ยวซึ่งอพยพมาจากมณฑลเสฉวนประเทศจีนตอนใต้ ประมาณ 40 คนจากบ้านบ่อแก้ว แขวงเมืองลอง จังหวัดแพร่ มีผู้นำชื่อ สล่าโป่ไชย ลาปู่โอ และจองแข่ เป็นหัวหน้า และอีกพวกหนึ่งเป็นเงี้ยวจากชาวบ้านป่าผึ้ง แขวงสูงเม่นจำนวนหนึ่งมีพะก่าหม่องเป็นหัวหน้า สมทบจากเงี้ยวเมืองเชียงใหม่ เชียงราย และเมืองลำปาง รวมเบ็ดเสร็จประมาณ 500 คน ก่อการกบฏได้จู่โจมยึดสถานที่สำคัญๆของเมืองแพร่ เช่น โรงพักพลตำรวจภูธร โรงไปรษณีโทรเลข บ้านข้าหลวงที่ว่าการเมืองแพร่ ศาลเมืองแพร่และคุก นอกจากนั้นยังได้แยกเป็นหมู่ๆก่อการจราจลทำร้ายประชาชน และปล้นบ้านคนไทย จับคนไทยไปประหารจนเดือดร้อนไปทั่ว ในขณะที่เจ้าพิริยะเทพวงษ์เจ้าครองนครแพร่และพระยาไชยบูรณ์ข้าหลวงเมืองแพร่ ได้รวบรวมกำลังเข้าต่อสู้ แต่ก็ไม่สามารถต่อกรได้เลย เงี้ยวได้จับตัวพระยาไชยบูรณ์ไว้และสังหารในที่สุด และยังยกกำลังเข้าปล้นเมืองลำปาง รวมทั้งยกกำลังมาสกัดกองทัพไทยบริเวณเขาพลึง จนกระทั่งทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พลโทเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี แม่ทัพใหญ่มีอำนาจเด็ดขาด ยกกำลังเป็นทัพหลวงจากกรุงเทพฯและจากราชบุรี สมทบกับทหารจากเมืองพิษณุโลก เมืองพิชัย เมืองสุโขทัย และเมืองตาก จำนวน 6 กองพัน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2445เดินทางไปปราบกบฏเงี้ยวที่กำลังยึดเมืองแพร่ไว้ในความปกครอง โดยสามารถยึดคืนมได้ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2445

ในที่สุดพวกเงี้ยวก็ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ล่าถอยทิ้งเมืองแพร่หนีไปทางเมืองสอง สะเอียบ เชียงคำและเชียงของ ประมาณ 1 เดือนเศษที่ทหารไทยสามารถปราบกบฏเงี้ยวลงอย่างราบคาบ

ผลจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ก่อให้เกิดเรื่องเล่าขานตามมาหลายประการ เช่น สิ้นสูญตระกูลเจ้าผู้ครองเมืองแพร่ เนื่องจากเกรงกลัวความผิดแล้วหนีไปเมืองหลวงพระบางจนหายสาบสูญไป จึงไม่ปรากฏนามสกุล "ณ แพร่"ให้พวกเราได้รู้จัก นอกจากนี้ยังเป็นต้นเหตุให้มี"กองทัพภาคที่ 3"ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ผมมาคิดว่าเป็นความผิดของพวกผมด้วยหรือเปล่าที่เกิดมาเป็นชาวไทยใหญ่ในแม่ฮ่องสอน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาวไทยใหญ่กลุ่มนั้นเลย ทำไมต้องกล่าวหากันเช่นนั้น ทำให้ผิดพ้องหมองใจกันเปล่าๆเพราะอย่างไรเสีย พวกผมก็คือคนไทยและรักเมืองไทยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคนอื่นเช่นกัน

สมัยนั้นเมื่อถูกล้อจะคิดเช่นนี้ หากแต่ปัจจุบันเมื่อเป็นผู้ใหญ่มีความคิดที่กว้างไกลขึ้น ก็ทำให้คิดเหมือนกันว่า "ทำไมต้องเอาชื่อเสียงของคนทั้งชาติมาทิ้งเป็นตำนานไว้ที่เมืองแพร่ มันไม่ยุติธรรมเลยสำหรับคนรุ่นหลัง"

ลุงเก