รอมาฎอนแห่งความสุขและความหวัง

วันนี้ตื่นมาแต่เช้า ด้วยความแตกต่างจากทุกวันคือวันนี้เป็นวันแรกของเดือนรอมาฎอนและเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดวันหนึ่งถึงแม้นว่าไม่ได้อยู่ใกล้ภรรยาที่ผมรัก (ฮิ ฮิ ฮิ) เพราะตัวเองต้องมาเรียนต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงและอาทิตย์นี้ไม่ได้เดินทางกลับเหมือนทุกอาทิตย์เพราะต้องเข้าร่วมประชุมสอบไล่ภายนอกของมหาวิทยาลัยอิสลามสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเงินและการธนาคารถ้าจะกลับไปยะลาก็ต้องเดินทางมาอีกวันพฤหัสก็เลยตัดสินใจอยู่ต่อมาถึงวันนี้ผมต้องถือศิลอดที่เมืองหลวง ก็เป็นบรรยากาศอย่างหนึ่งละนะคิดถึงบ้านก็คิดถึง ก็ไม่คิดถึงได้งัยครับภรรยากำลังลุ้นวันคลอดอยู่พอดี ตัวเองก็ไม่ได้กลับ ปล่อยให้แฟนตื่นเต้นอยู่คนเดียวแต่แล้ววันที่ผมรอคอยก็มาถึงพอดี นอกจากเดือนอันประเสริญที่ผมและครอบครัวรอคอยแล้ววันนี้ผมก็ได้ลูกชาย ที่ตั้งชื่อว่า “รอมาฎอน”  ด้วยนะครับเดิมนะไม่ใช่ชื่อนี้ที่ตั้งไว้ ชื่อเดิมที่ตั้งไว้คือ “มุสาตากีม”แต่เมื่อสิ่งที่ลูกรอคอยไม่ใช่อาบูยา (ชื่อเรียกของผมที่ลูกๆ เรียก แทนคำว่า “พ่อ”)ถ้าเขารอผม เขาต้องคลอดวันจันทร์ วันที่ผมกลับจากกรุงเทพ (ผมจะใช้ชื่อมุสตากีมแต่สิ่งที่ลูกรอคอยก็คือเดือนรอมาฎอน อย่างนั้นผมเลยตั้งชื่อลูกว่า “รอมาฎอน”เพราะรอมาฎอน ไม่ใช่ผมคนเดียวที่รอคอย แต่มุสลิมทั่วโลก กำลังรอคอยอยู่และรอมาฎอนนี้ก็น่าเป็นรอมาฎอนที่มุสลิมทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ถือศิลอดพร้อมกันดัวยน่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดี แสดงถึงความเอกภาพของมุสลิมทาบกลางกระแสของตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่พยายามป้ายสีให้กับอิสลามอย่างต่อเนื่องแต่กลับตรงกันข้ามผู้คนก็ยิ่งสนใจอิสลามมากขึ้นมีผู้เข้ารับอิสลามใหม่อย่างต่อเนื่องและมุสลิมเองก็พยายามทำความเข้าใจอิสลามมากขึ้น สิ่งที่ผมเห็นในกรุงเทพก็เช่นกันจะเห็นว่า ปัจจุบันมุสลิมเรากล้าแสดงออกว่าเป็นมุสลิมมากขึ้นโดยเฉพาะมุสลิมะก็จะใส่ผ้าคลุมห้วมากขึ้นขอจากอัลลอฮฺขอให้รอมาฎอนนี้เป็นรอมาฎอนที่ทำให้มุสลิมเป็นเอกภาพและเป็นรอมาฎอนที่ทำให้พี่น้องต่างศาสนิกเข้าใจอิสลามมากขึ้นด้วยเถิดมุสลิมคือผู้สร้างความสันติไม่ใช่ก่อการร้ายดังที่สหรัฐกำลังป้ายสีเรา