เมื่อได้เวลา ๑๓.๓๐ น. เราให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ “ขุมความรู้” จากเรื่องเล่าในกลุ่มของตน โดยขอให้บอกว่าในกลุ่มของตนมีเรื่องเล่าการจัดค่ายแบบใดบ้าง ขุมความรู้ที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง ดิฉันให้เวลาแต่ละกลุ่มหารือและลงมติกันว่าเรื่องเล่าของโรงพยาบาลใดน่าประทับใจที่สุด เพราะเหตุใด เราให้รางวัลเป็นหนังสือ “มหัศจรรย์แห่ง KM เบาหวาน”
การนำเสนอของทุกกลุ่มได้เอา flipchart มาใช้ด้วย กันลืม ดิฉันประทับใจกลุ่มที่มี “น้องฝน” จากโรงพยาบาลระนองเป็นผู้นำเสนอ น้องฝนเป็นคุณกิจคนหนึ่งในกลุ่มแต่สามารถจดจำเรื่องเล่าของโรงพยาบาลอื่นๆ และดึงจุดเด่นของแต่ละแห่งมานำเสนอด้วยคำพูดเชิงบวกได้อย่างน่าชื่นชม พร้อมๆ กับประชาสัมพันธ์ "เจ้าเรือนสปา" ที่ดำเนินการโดยโรงพยาบาลระนองไปด้วย
มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่ผู้นำเสนออาจเข้าใจประเด็นผิด แทนที่จะนำเสนอเรื่องเล่าและขุมความรู้ของกลุ่ม กลับเสนอแต่ความคิดเห็นและเล่าเรื่องของตนเอง ลงรายละเอียดเสียยืดยาวจนดิฉันต้องขัดจังหวะและตัดบทเพื่อรักษาเวลา
ดิฉันนำเสนอผ่าน PowerPoint ว่า “ขุมความรู้” ที่ได้มาจากเรื่องเล่าจะเอาไปจัดหมวดหมู่และสังเคราะห์เป็น “แก่นความรู้” ได้อย่างไร ในการประชุมครั้งนี้ทีมวิทยากรและทีม “คุณอำนวย” จะทำหน้าที่ตรงส่วนนี้ ส่วนผู้เข้าประชุมเราให้ดู VCD ของเครือข่าย KM เบาหวาน
การจัดหมวดหมู่และสังเคราะห์ “ขุมความรู้” เป็น “แก่นความรู้” ต้องเชื่อมโยงกลับไปที่เรื่องเล่าว่า “ขุมความรู้นั้นต้องการบอกอะไร” คุณอำนวยจำเรื่องเล่าในกลุ่มของตนเองได้ดี เราจึงใช้เวลาไม่นานก็สามารถจัดหมวดหมู่ขุมความรู้ได้
เราเย็บ card รวมกันเป็นชุดๆ ตามแก่นความรู้ เนื่องจาก card เป็นสีขาวทั้งหมด คุณธัญญาจึงใช้ปากกาวาดเส้นเป็นกรอบแบบง่ายๆ ใน card ที่เขียนแก่นความรู้ให้เห็นแตกต่าง
แก่นความรู้ที่ได้จากการประชุมครั้งนี้คือ
๑. ทำงานเป็นทีม
๒. คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเชิงรุก
๓. หาแหล่งประโยชน์สนับสนุน
๔. สร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้
๕. ให้สมาชิกเรียนรู้จากการปฏิบัติและของจริง
๖. ให้ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วม
๗. ติดตามอย่างต่อเนื่อง
ดูแก่นความรู้ก็ธรรมดา แต่จริงๆ ซ่อนความไม่ธรรมดาไว้ ซึ่งถ้าแบ่งเป็นเกณฑ์ระดับความสำเร็จคงจะเห็นได้ชัดเจน เช่น การทำงานเป็นทีมนั้น คำว่า “ทีม” ครอบคลุมตั้งแต่คนทำงานในโรงพยาบาล คนทำงานที่ สอ. จนไปถึงท้องถิ่นและชุมชน
การเชิญชวนและคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าค่ายนั้นต้องใช้หลากหลายวิธีการเชิงรุก รพ.ดอนสักเล่าว่าประกาศรับสมัครมีคนมาสมัครเพียงแค่ ๓ คน ต้องมีการหมายตาไว้แล้วเข้าไปเชิญชวนถึงตัว รพ.ระนองมีวิธีการให้ สอ.คัดเลือกคนมาเข้าค่าย สอ.ละ ๕ คน มีค่าหัวให้หัวละ ๕๐ บาท บางโรงพยาบาลก็ใช้สื่อต่างๆ ช่วย เป็นต้น ต้องใช้วิธีการเชิงรุกและหลากหลายวิธีจึงจะได้สมาชิกค่ายตามเป้า
เรื่องของแหล่งประโยชน์ ก็ครอบคลุมทั้ง คน เงิน สถานที่ ฯลฯ บางแห่งต้องอาศัยนายอำเภอ เชิญ ผอ.โรงพยาบาลมาด้วย เรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ทุกทีมช่วยกันคิดกันทำ ไม่มีสอนในตำรา
พอ VCD จบ ดิฉันก็นำเสนอ “แก่นความรู้” ที่ได้ พร้อมทั้งแสดงผ่าน PowerPoint ให้เห็นถึงการนำแก่นความรู้มาแจกแจงเป็นระดับความสำเร็จ ๕ ระดับ สร้างตารางแห่งอิสรภาพ การประเมินตนเอง การเอาข้อมูลมาทำแผนภูมิแม่น้ำ และบันไดแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมมติตัวเลขคะแนนการประเมินตนเองของแต่ละทีมขึ้นมา
ได้เวลา ๑๕ น. ก็พัก รับประทานอาหารว่างอีกครั้ง ก่อนจะกลับเข้าที่ประชุมและให้ทุกคนได้ AAR ระหว่างนั้นคุณสุภาพรรณและคุณธัญญาช่วยกันพิมพ์ AAR ของผู้เข้าประชุมจำนวน ๓๕ คน คุณหมอสุรเดชเป็นคนปิดประชุม บอกว่าตนเองก็ได้รู้อะไรจากผู้เข้าประชุม เห็นว่าทุกคนได้แนวทางที่จะไปทำต่อ และ สปสช. ยินดีที่จะสนับสนุนเครื่องมือที่จะช่วยในการทำงาน
เมื่อจบการประชุมบางคนเอา handy drive มาขอไฟล์ PowerPoint ก็ต้องขออภัยที่ไม่ได้อนุญาตให้ดูดไฟล์ เพราะเจอไวรัสจากวิธีการแบบนี้บ่อยๆ ทาง สปสช.รับว่าจะเอาไฟล์ขึ้นเว็บให้ ส่วนดิฉันจะเอาขึ้นที่บล็อก ไฟล์มีขนาดใหญ่ เสียดายพื้นที่จึงขอขึ้นไฟล์ที่เป็น handout ก็แล้วกัน (download ที่นี่)
วัลลา ตันตโยทัย
ขออนุญาตดูดเอาไฟท์ไปอ่านนะครับอาจารย์
วันที่14 กย.ที่ผ่านมาทีมอุดรได้รับความเมตตาจากทีมรพ.พุทรชิน นำทีมโดยคุณหมอนิพัธ,คุณโต้ง,คุณอ้อทั้งสอง,คุณอุ๋ยแถมด้วยทีมบ้านกร่างคุณลุงปรีชาก็มาด้วย มาช่วยปลุกกระแสการบูรณาการการดูแลเบาหวานสู่ชุมชนและกระแส KM DM ให้ชาวอุดรได้เปิดหูเปิดตาถึงบ้านมีพี่น้องร่วมรับฟังประมาณ 300 คน สุดยอดมากๆครับอาจารย์
ผมและทีมงานสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่ทำให้การมาของทีมพุทรชินในครั้งนี้เหนื่อยเปล่า จะต้องทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์นี้ขึ้นที่อุดรให้ได้และต้องเกิดทุกอำเภอทั้งจังหวัด อาจารย์ต้องช่วยทีมผมนะครับ ผมขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ไว้ล่วงหน้าตรงนี้ด้วยครับ
ดีใจแทนผู้ป่วยเบาหวานชาวอุดรที่มีคุณหมอเกรียงศักดิ์เอาจริงเอาจังในการพัฒนางานเบาหวาน เชื่อแน่ว่าคงจะมีผลงานดีๆ ออกมาให้เห็นกันเรื่อยๆ นะคะ ขอเอาใจช่วยเต็มที่เลย
เพิ่งกลับมาจากไปจัดประชุมให้ทีมของอุบลราชธานีและอำนาจเจริญเมื่อ ๑๓-๑๔ กันยายน ที่ผ่านมา รู้สึกว่าทีมงานชาวอีสานมีความกระตือรือร้นมากจริงๆ เห็นว่าทางอุบลจะจัด KM workshop อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้