การบริหารภาครัฐแนวใหม่ โดยรศ.ดร.ปรีชา วิหคโตและรศ.ดร.สมพงษ์ แตงตาด
1.Memorandum of Understanding (MOU) เป็นคำรับรองการปฎิบัติราชการ เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการลงนามในคำรับรอง จะดำเนินการตามลำดับขั้นของผู้บริหาร เพื่อให้เกิดการทำงานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์
2.Result Base Management (RBM)เป็นการบริหารที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน โดยจะต้องบอกให้ชัดเจนว่าในการดำเนินงานนั้นจะทำให้เกิดผลผลิตและผลลัพธ์อย่างไร
3. แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) คือ แฟ้มบันทึกสะสมคุณภาพงาน เพื่อใช้ในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
4. Balance Score Card (BSC) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการนำวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การดำเนินงานสู่การปฏิบัติ (Action Plan) อย่างสมเหตุสมผลและครบถ้วน ซึ่งประกอบด้วย 4 มิติ คือ
4.1 Financial ด้านการเงิน ซึ่งมักคิดเป็นหลักในระบบเอกชน
4.2 Customer ด้านลูกค้า
4.3 Internal Process ด้านกระบวนการ
4.4 Learning and Growth ด้านการเรียนรู้และพัฒนา
จากนั้นนำวิสัยทัศน์มาคิดว่าจะต้องทำกิจกรรมอะไรบ้างที่จะไปให้ถึงวิสัยทัศน์ได้แล้วสิ่งที่คิดได้นั้นมาบรรจุลงตาราง matric ซึ่งประกอบไปด้วย
แนวนอน คือ KPI(ตัวชี้วัด) MT (วิธีวัดผลความสำเร็จ/เครื่องมือวัด) B (baseline=ข้อมูลพื้นฐาน) T (target=เป้าหมายที่คาดหวังไว้) O/S (owner/support=เจ้าภาพ/ผู้สนับสนุน) SI(startegy initiative=ชื่อโครงการ)
แนวตั้ง คือ F C I L ซึ่งอาจไม่มี F (Financial ) สำหรับระบบราชการที่ไม่คิดถึงวงเงินเป็นที่ตั้ง เวลาคิดให้จากบนลงล่างให้ตั้งคำถามว่า " ทำอย่างไร?" แต่ถ้าคิดจากล่างขึ้นบนให้ใช้คำถามว่า "ทำทำไม?"
เวลาตั้ง KPI ให้ถามว่า "รู้ได้อย่างไรว่า......." แล้วควรคิดให้ได้เป็น out put (ทำได้,ต้องเกิด) แต่ถ้าได้ out come ด้วยจะดีมาก ซึ่งก็คือสิ่งที่จะได้รับตามมาภายหลังเอง และKPI ควรวัดได้ระบุเป็นตัวเลขชัดเจน แต่ถ้าเป็นการวัดทางคุณภาพให้กำหนดคำจำกัดความประกอบไปด้วย