ความรู้ที่ได้จากพระอาจารย์ ..ธรรมะในชีวิตประจำวัน

  ตอบข้อสงสัยหลายอย่าง...ให้คนห่างวัดอย่างตัวเรา  

ความรู้ที่ได้จากพระอาจารย์ (ท่านเจ้าคุณเมธี  รองเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม) เป็นหลักการปฏิบัติกรรมฐาน โดยการควบคุมจิตใจให้อยู่กับปัจจุบัน ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกกับชีวิตประจำวันของแต่ละคนได้มาก เพราะใช้ความรู้สึกของตัวเราให้รู้ว่าตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในรูปไหน เดินในรูปไหน เดินในรูปไหนและนอนในรูปไหนไม่ให้ยึดติดกับตัวตน แต่ใช้ความรู้สึกถึงรูปของแต่ละอริยาบทของเราแทน การปฏิบัติไม่จำเป็นต้องลืมตาและปฏิบัติได้ตลอดเวลา ถ้าปฏิบัติได้จะรู้สึกสบายและมีความสุข ไม่โกรธ ไม่เสียใจหรือดีใจจนมากเกินไปจนควบคุมไม่ได้ แต่จิตใจเป็นสิ่งที่ควบคุมยากเพราะเราปล่อยให้กิเลสครอบงำมานาน แต่ถ้าได้รับการฝึกอย่างต่อเนื่องก็จะปฏิบัติได้ เช่นเดียวกับ วัวควายที่มัดไว้กับหลัก ระยะแรกอาจดื้อดึงแล้วพยายามหลุดออกจากหลัก แต่เมื่อเชื่องดีแล้วก็จะไม่กระชากหลักและว่าง่าย   นอกจากเรื่องกรรมฐานแล้วพระอาจารย์ยังได้ให้ความรู้ในเรื่องของศาสนาในชีวิตประจำวันเช่น

- คนเราเกิดมาเพราะมีบุญ ไม่ใช่เกิดมาใช้กรรม ถ้าเราไม่มีบุญเราคงไม่ได้เกิดมาเป็นคนแต่อาจเป็นสัตว์ หรือภูตผี

-  กรรม คือ ผลของการกระทำ ซึ่งมีทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ใครทำดีก็จะได้ผลดี  แต่ผลของการทำชั่วหรือบาปนั่นไม่สามารถล้างบาปหรือลบล้างได้ นอกจากการทำบุญเพื่อให้ผลบุญมาช่วยลดความรุนแรงของบาปนั่นๆ ให้น้อยลง ดังนั้นเมื่อถึงภาวะที่พบปัญหารุนแรงอย่าลืมขอให้บุญมาช่วยเหลือ จะช่วยบรรเทาปัญหาได้

-  การจะได้บาปหรือบุญขึ้นอยู่กับเจตนาเป็นสำคัญ ดังคำที่ว่า ทำบุญกับยาจกได้ขึ้นสวรรค์ ทำบุญกับพระอรหันต์ตกนรก พระอาจารย์ได้เล่าเรื่องว่ามีพระราชาองค์หนึ่งชอบการทำบุญจึงได้นิมนต์พระรูปหนึ่งที่น่าเชื่อถือมาเทศนา และทำบุญด้วยอย่างมาก แล้วพระรูปนี้ก็กลับไป  ด้วยความศรัทธาเลื่อมใสของพระราชาจึงให้มหาดเล็กติดตามไปดูว่าพระอยู่วัดไหน  มหาดเล็กตามไปจนถึงพงป่าแห่งหนึ่งก็พบว่าพระรูปนี้แอบเข้าไปเปลี่ยนชุดออกมาเป็นยาจก   แต่ก็ไม่กล้าบอกความจริงกับพระราชาจึงบอกว่าเมื่อเดินมาถึงพงป่าก็พบว่าพระรูปนี้หายไป (ก็ไม่ได้โกหก)   พระราชาก็ยิ่งเพิ่มความศรัทธาเป็นอย่างมาก ต่อมาพระราชาสิ้นพระชนม์ก็ได้ขึ้นไปเกิดบนสวรรค์ ก่อนหน้าได้ยกให้มหาดเล็กเป็นพระราชาแทน(พระราชาไม่มีลูกหลาน) ก็มีพระรูปหนึ่งมาบิณฑบาต มหาดเล็กก็นึกถึงครั้งก่อนจึงให้นิมนต์พระเข้ามาเพื่อแก้แค้นทั้งที่ไม่ใช่พระองค์เดิม ก็ให้อาหารบูดๆ ของไม่ดี สุดท้ายพระองค์กลับเป็นพระอรหันต์จริงทำให้มหาดเล็กผู้มีความหลังฝังใจต้องตกนรก

- การกรวดน้ำให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ให้ใช้น้ำเป็นตัวแทนของข้าวปลาอาหารที่เราถวายพระ จึงควรกรวดน้ำแต่ไม่จำเป็นต้องสวดบทกรวดน้ำร่วมด้วยก็ได้ ขอให้ตั้งใจกรวดโดยระบุว่าให้ใคร คล้ายกับการส่งจดหมายก็ต้องระบุผู้รับให้ชัดเจน

- การจุดธูปเทียนบูชาพระนั้น ธูปเป็นตัวแทนของการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยกลิ่นหอม เทียนเป็นตัวแทนของการบูชาด้วยแสงสว่าง แต่ถ้าไม่สะดวกที่จะจุดก็ไม่จำเป็นต้องจุด ทุกอย่างขึ้นกับศรัทธาและความตั้งใจ

- บาปเรื่องการฆ่าสัตว์นั้น ขึ้นกับเจตนา คือ ถ้าซื้อสัตว์ที่ตายแล้วโดยเราไม่ได้ไปชี้กำหนดเป็นตาย เราก็ไม่บาป และสัตว์ยิ่งตัวใหญ่ยิ่งบาปมากขึ้นเรื่อยๆมากกว่าสัตว์เล็ก พระไม่สามารถเลือกได้ที่จะชั้นอาหารอะไร แล้วแต่ญาติโยมจะถวาย

- การให้ทาน เป็นเหมือนการต่อวีซ่าให้กับตัวเอง ควรทำร่วมกับการทำบุญด้วย

- ตายแล้วไปไหน ก่อนตายทุกคนจะระลึกถึงผลกรรมที่ทำมา ดังนั้นในวูบสุดท้ายคิดถึงอะไรก็จะไปเกิดเป็นสิ่งนั้น อาจไปเกิดเป็นเทวดานางฟ้า เป็นคน เป็นภูตผี ฯลฯ

-  การอนุโมทนาบุญให้กันนั่นจะส่งผลให้ผู้อนุโมทนาได้บุญเพิ่มขึ้น ส่วนผู้รับก็ได้รับร่วมด้วย โดยพูดคำว่า สาธุ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ห้องสมุดใจ

คำสำคัญ (Tags)#ธรรมะ#นสก.6

หมายเลขบันทึก: 126286, เขียน: 08 Sep 2007 @ 14:45 (), แก้ไข: 29 Apr 2012 @ 15:01 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (0)