วันที่ ๒๓ ส.ค. ๕๐    สกว. จัดประชุมคณะกรรมการนโยบาย คปก. ด้วยความสุข เจือความเสียดาย     สุขเพราะได้เห็นผลงานที่ตนเองมีส่วนริเริ่มไว้     เสียดายตรงที่ประเทศไทยไม่มีกลไกลงทุนที่ก่อผลสร้างความเข้มแข็งระยะยาวของประเทศ อย่าง คปก.

          เป้าหมายของโครงการ คปก. (http://rgj.trf.or.th) ที่เป็นเป้าหมายโดยตรง     คือการผลิตบัณฑิตปริญญาเอกภายในประเทศ ที่มีคุณภาพสูงระดับนานาชาติ     จำนวน ๕,๐๐๐ คน ในเวลา ๑๐ (๑๕) ปี     เวลาผ่านมา ๑๐ ปี     มีการจัดสรรทุน ๒,๒๕๐ คน    จบไปแล้ว ๘๗๔ คน    มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ ๒,๐๓๕ เรื่อง    ยื่นจดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ๓๘ เรื่อง 

          จะเห็นว่า ในเชิงจำนวน โครงการนี้ทำงานได้ประมาณ ๔๐%     และในเชิงคุณภาพ บัณฑิตมีคุณภาพสูงมาก     ไม่แตกต่างจากผู้จบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ     แต่ใช้งบประมาณไม่ถึงครึ่งของวิธีส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ ปัญหาในเวลานี้อยู่ที่
          ๑. ได้รับงบประมาณน้อย    จึงจัดสรรทุนได้น้อย     ทั้งๆ ที่เวลานี้ มหาวิทยาลัยไทย มีความสามารถจะรับทุนทำงานสร้างบัณฑิตปริญญาเอกให้แก่ประเทศได้มากอีกประมาณเท่าตัว
          ๒. บางสาขาวิชา  มีศักยภาพต่ำ ในการผลิตบัณฑิตปริญญาเอก ที่มีคุณภาพสูงแบบ คปก.    การกระจายทุนจึงไม่ได้สมดุลในสาขาวิชาการ

          ปีนี้เป็น คปก. รุ่นที่ ๑๐ เราอนุมัติทุนจำนวน ๓๘๘ ทุน     ศ. ดร. นักสิทธ์  คูวัฒนาชัย   ผอ. คปก. บอกว่าน่าจะให้ทุน ๕๐๐ ทุน (โดยมีคุณภาพสูง) ได้สบายๆ     แต่ผมมองว่าน่าจะให้ ๓๘๘ x ๒ หรือประมาณ ๘๐๐ ทุนได้ โดยมีการกระตุ้นและสร้างความพร้อม

          ตัวเลขจาก สกอ. บอกว่า ทั้งประเทศต้องการอาจารย์ใหม่ ปีละ ๒,๐๐๐ คน ใน ๑๕ ปี    โดยจำนวนปีละ ๑,๑๐๐ เพื่อทดแทนผู้เกษียณอายุ     อีก ๙๐๐ เป็นความต้องการเพิ่ม    จะเห็นว่า ประเทศไทยน่าจะใช้ คปก. ผลิตบัณฑิตปริญญาเอกปีละ ๑,๐๐๐ คน    ก็จะเกิดคุณูปการต่อบ้านเมืองมหาศาล   

          ผลกระทบของ คปก. ที่เป็นผลทางอ้อม ได้แก่
          ๑. กระตุ้น และส่งเสริมมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่ง เข้าสู่เส้นทางมหาวิทยาลัยวิจัย
          ๒. สร้างความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศในแบบที่เป็นความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกัน    

          ผมได้เสนอต่อที่ประชุม ฝากไปกับผู้แทน สกอ., ผู้แทน สศช., ผู้แทนสำนักงบประมาณ ว่าน่าจะหางบประมาณเพิ่มเติมให้แก่ คปก. รุ่น ๑๐    ให้ได้ทุนสัก ๕๐๐ ทุน     เพราะเมื่อประเทศมีศักยภาพในการทำงานนี้     แล้วเราไม่ลงทุน ถือว่าเป็นความเขลาของประเทศ     การจัดงบประมาณนี้เป็น investment ไม่ใช่ expense     การไม่ invest อย่างฉลาดเพื่อความเข้มแข็งระยะยาวของประเทศ ถือเป็นความเขลา

วิจารณ์ พานิช
๒๓ ส.ค. ๕๐

๑. บรรยากาศในห้องประชุม

๒. จากขวาไปซ้าย ประธาน  ศ.ดร.สุจินต์  จินายน, ผู้แทนสวทช. ,ผู้แทนสำนักงบประมาณ, ผอ.โครงการพัฒนาบัณฑิตศึกษาฯ, นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

๓. ศ.ดร.นักสิทธ์  คูวัฒนาชัย   ผอ.คปก.

๔. รศ.ดร.โกศัลย์   คูสำราญ    รองผอ.คปก.ในปัจจุบัน  และรศ.ดร.กำจัด  มงคลกุล  อดีตผอ.คปก.