"กินครูเป็นอาหารวันละบท เล่นร้อยอรรถรสวันละหน อ่านเขียนวันละครั้งอย่างแยบยล"

 

 

ครูศิวกานต์ ปทุมสูติ ถูกเด็กบางลี่วิทยา...กินเสียแล้ว

          วันนี้(๖ กันยายน ๒๕๕๐) เป็นวันที่ ๔ ของกิจกรรมนักเขียนพบนักอ่าน ในกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่าน จัดโดยห้องสมุดโรงเรียนบางลี่วิทยา ร่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยความอนุเคราะห์ประสานงานของคุณสุรพล จินดาอินทร์

          นักเขียนที่เชิญมาวันนี้คือคุณศิวกานต์ ปทุมสูติ ท่านได้มาให้ข้อคิด ประสบการณ์ที่ล้ำค่ายิ่ง

         ท่านแนะแนวทางว่าถ้าเราอยากเป็นนักเขียนที่เก่ง นักกลอนที่มีความสามารถ จะต้อง "กินครูเป็นอาหารวันละบท เล่นร้อยอรรถรสวันละหน อ่านเขียนวันละครั้งอย่างแยบยล"

          หมายถึงเราต้องศึกษาแบบอย่างจากครูให้แตกฉาน จดจำนำมาปฏิบัติให้ดื่มด่ำ ทำตามครูให้เชี่ยวชาญก่อน แล้วค่อยพัฒนาสู่รูปแบบของตนเอง

         การอ่านท่านสอนให้เริ่มอ่านอะไรก็ได้ที่อ่านแล้วมีความสุข ไม่ใช่ถูกบังคับ ส่วนการเขียนก็เริ่มเขียนจากบันทึกง่ายๆ เขียนจากหัวใจก่อน

        ครูศิวกานต์ นำตัวอย่างกลอนเพราะๆและสนุก มาอ่านให้ฟัง และให้น้องจิราภรณ์ ช่วยอ่าน บางช่วงท่านก็นำเพลงเพื่อชีวิตเพลงพื้นบ้านมาร้องสาธิต สลับกับการแจกรางวัลแก่นักเรียนที่ต่อบทกลอนได้ถูกใจ บางทีก็ชวนนักเรียนออกมาตอบคำถาม ให้เด็กพูด บรรยายตัวตนของตนเอง เด็กๆต่างสนใจในแนวคิดของกวีชื่อดังท่านนี้มาก และพยายามกินครูศิวกานต์ กันเต็มที่

          ศิวกานต์ ปทุมสูติ เกิดเมื่อ ๑๗ สิงหาคม ๒๔๙๖ ในครอบครัวชาวนาชาวไร่ แห่งบ้านวังหลุมพอง ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นบุตรนายกรวย นางทองมา ปทุมสูติ

        การศึกษา จบ ป.๔ จากโรงเรียนวัดปทุมวนาราม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แล้วไม่ได้เรียนต่อเพราะพ่อแม่ยากจน จึงต้องออกไปช่วยพ่อแม่ทำไร่ ทำนา เลี้ยงควาย แต่ด้วยความอุตสาหะจึงไปเรียนการศึกษาผู้ใหญ่จนจบระดับมัธยมศึกษา แล้วเข้าเรียนต่อระดับอนุปริญญาที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา แล้วก็มาเรียนต่อระดับปริญญาตรี จบครุศาสตรบัณฑิต วิชาเอกภาษาไทย ที่วิทยาลัยครูกาญจนบุรี

        ประสบการณ์ชีวิต ของศิวกานต์ ช่างหลากหลายยิ่งนัก เคยเป็นช่างตัดผม ช่างปะยางรถ กองเชียร์รำวง นักเพลงพื้นบ้าน นักศึกษาผู้ใหญ่ เด็กวัด บุรุษไปรษณีย์ เซลส์แมน นักหนังสือพิมพ์ นักกลอนชมรมกวีศรีสยาม ครู สปช. บรรณาธิการ กรรมการสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย(ในพระบรมราชูปถัมภ์) อุปนายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย แนวร่วมกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภูมิภาคตะวันตก กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี กรรมการการเลือกตั้งจังหวัดกาญจนบุรี

       ตำแหน่ง เมื่อรับราชการในสถาบันราชภัฏกาญจนบุรี เคยเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาไทย เป็นหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ เป็นรองคณะบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นกรรมการสภาประจำสถาบัน เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์สังกัดโปรแกรมวิชาภาษาไทย

       ชีวิตในปัจจุบัน ลาออกจากราชการ มีความสุขกับครอบครัว มีภรรยา  สุดที่รักชื่อ นางพราม ปทุมสูติ ลูกชายชื่อนายภูมิไทย ลูกสาวชื่อ น.ส.ดวงตา พักอยู่บ้าน "ทุ่งสักอาศรม เลขที่ ๓๕ หมู่ ๑๓ ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

       เกียรติคุณ

ปี ๒๕๑๖ นักศึกษาดีเด่นโรงเรียนผู้ใหญ่มหาวีรานุวัตร

ปี ๒๕๒๙ ศิษย์เก่าดีเด่นวิทยาลัยครูกาญจนบุรี

ปี ๒๕๓๗ ครูภาษาไทยดีเด่นของคุรุสภา

ปี ๒๕๓๗ นักกลอนตัวอย่างของสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย

ปี ๒๕๓๙ อาจารย์ผู้สอนดีเด่นรางวัลมูลนิธิ ศ.บุญถิ่น อัตถากร

ปี ๒๕๔๐ บุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรมอำเภออู่ทอง

ปี ๒๕๔๐ ศิลปินดีเด่นจังหวัดกาญจนบุรี

รางวัลวรรณกรรม

รางวัลวรรณกรรมไทยบัวหลวง ๕ ครั้ง

รางวัลงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ๔ ครั้ง

รางวัลจากองค์กร สถาบันต่างๆ ๘๕ ครั้ง

เข้ารอบสุดท้ายรางวัล ซีไรท์ ๒ ครั้ง