คนเขียนเป็นเด็กบ้านนอกที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างจะสูงลิบลิ่ว    และไม่ใช่คนที่เชื่อในสัมพันธภาพจากโลกไซเบอร์    โลกไซเบอร์ในสายตาของคนเขียนค่อนข้างจะเลื่อนลอย  เปราะบาง  น่ากลัว    เราจะไปแน่ใจได้อย่างไรว่าทุกสิ่งที่บอกเล่าผ่านตัวหนังสือในโลกเสมือนจริงนั้นคือ ความจริง     และคงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะหาความจริงใจได้จากในนั้น

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">แล้ววันหนึ่ง..เมื่อได้พาตัวเองเข้าสู่โลกไซเบอร์    คนเขียนก็ได้เรียนรู้  ได้เข้าใจ  โลกไซเบอร์มากขึ้น    โลกไซเบอร์หรือ Cyber worlds เปรียบได้กับโลกเสมือนจริงนั้นมีผู้คนหลากหลายประเภท  ทั้งดี  ทั้งเลว  ไม่ต่างไปจากโลกแห่งความจริงเลย    </p>

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">แรก ๆ ก็กึ่งกล้า กึ่งกลัว ที่จะเข้าไปโลดแล่นอยู่ในนั้น    ซึ่งนอกเหนือจากการค้นหาเรื่องที่ตัวเองให้ความสนใจอยู่ก็เพื่อความบันเทิงในรูปแบบของการพูดคุยผ่านเวบบอร์ด    ได้รู้จักพี่คนแรกที่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังคบหากันด้วยความจริงใจ    พอรู้จักพี่คนแรกที่แสนจะจิตใจดีก็เริ่มย่ามใจจะทำความรู้จักกับคนอื่นต่อไปอีก และสนุกสนานกับการตั้งกระทู้คุยเรื่องโน้น เรื่องนี้ เยอะแยะไปหมด    จนใคร ๆ ในเวบนั้นรู้จักเป็นอย่างดี     ผู้คนให้ความสนใจเป็นลำดับต้น ๆ     พี่คนต่อไปก็เจอในเวบบอร์ดของเวบบอร์ดหาเพื่อนที่ปกติคนเขียนจะไม่ค่อยโผล่ไปตรงนั้น    พี่สาวคนนี้เธอตั้งกระทู้หาเพื่อน    เธอโพสว่า..เพิ่งย้ายมาจากกรุงเทพและยังไม่มีเพื่อนมากนัก   รู้สึกเหงา  ต้องการเพื่อนคุย    คนเขียนได้อ่านก็รู้สึกเห็นใจ  เออหนอ  หากเป็นตัวเราย้ายไปทำงานที่อื่นก็คงรู้สึกแย่เนอะ  ไม่มีเพื่อน  แถมยังอยู่ต่างถิ่น  ก็เลยบอกไปในกระทู้นั้นว่า งั้น..เรามาเป็นเพื่อนกันนะคะ     ก็แค่พิมพ์คุยเป็นเพื่อนเธอเองนี่นา  ไม่ได้ไปเจอตัวเป็น ๆ สักหน่อย</p>

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ค่ะ    ด้วยความที่เป็นคนขี้อาย และมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง (( ย้ำเสียจริง เนอะ ))    คนเขียนก็เลยมีความสุขกับการที่ได้ปลดปล่อยให้อีกภาคหนึ่งของตัวเองได้เริงร่าอย่างสนุกสนานในนั้น    และภาคสนุกสนานนี่เอง..ก็เป็นที่ชื่นชอบของใคร ๆ   และกระทั่งวันหนึ่งก็ถูกตั้งกระทู้ต่อว่า    โอ้! แม่เจ้า  ฉันก็อยู่ของฉันดี ๆ นะ  แล้วไหงมาโพสชื่อฉันหราพร้อมกับประณามกลางเวบบอร์ดเสียอย่างนั้น   เธอไม่ชอบฉันก็ต่อว่ามาเป็นการส่วนตัวสิวะ    หรือจะแจ้งเวบมาสเตอร์ให้ลบกระทู้ของฉันก็ยังได้    ฮือ ๆ ๆ   TT_TT  ไอ้อาการสนุกสนานที่ว่าเลย..ชะงัก  ซึม  เศร้า  ไม่เข้าใจ    แต่ทำให้คนเขียนรู้ว่าตัวเองมีผู้ที่ชื่นชอบอยู่มากมาย    ทุกคนออกมาโพสข้อความต่อว่าคนตั้งกระทู้ และเรื่องราวก็สงบลงในเวลาต่อมา    mail box ของคนเขียนเต็มไปด้วยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่มีเนื้อหาให้กำลังใจ  </p>

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ค่ะ  ใคร ๆ ก็ให้กำลังใจคนเขียน  แม้กระทั่งพี่ๆ  เวบมาสเตอร์ทุกคน   และพี่คนที่ว่านี้  คนที่บอกว่าเหงาไม่มีเพื่อนนั่นล่ะค่ะ   เมลมาปลอบใจน้องน้อย (( ตอนนั้นสรีระยังไม่ล่ำบึ้กเหมือนอย่างปัจจุบันนี้หรอกนะ  จะบอกให้  โฮ่ะ ๆ ๆ   ))   ไอ้น้องน้อยอย่างคนเขียนก็ตอบเมลไปทั้งน้ำตาว่ารู้สึกแย่มาก ๆ     ฝ่ายพี่ก็ขอเบอร์  น้องก็ให้ไป    ก็ขยับมาคุยทางมือถือ    คุณเธอปลอบใจตามประสาพี่ที่แสนดี และ .. จะว่าไป  พี่ว่าผู้หญิงคนนั้นกล้าหาญเหลือเกินนะคะ  ที่ลากน้องต้อมของใคร ๆ ออกมาว่ากลางบอร์ด   พี่ว่าเธอคนนั้นน่าสนใจดีค่ะ   พี่ชักอยากจะรู้จักเธอเสียแล้ว     โกรธค่ะ  คนเขียนโกรธ    ปลอบไป ปลอบมา ก็นัดเจอกัน    เปล่าค่ะ  คนเขียนไม่ได้อยากจะไปเลยแต่ถูกพี่บังคับ   เธอบอกว่า พี่ต่างหากต้องกลัวต้อม   นอกจากพี่อีกคนแล้วพี่ก็ไม่เคยนัดเจอใครนะ    ต้อมจะเป็นคนที่สองที่พี่นัดเจอ      อ่าววววววว .. แต่หนูยังไม่เคยเจอคนในเน็ตนะเว้ย     และด้วยความที่เป็นน้องแสนดีก็ต้องยอมไปแต่โดยดีใช่ไหมคะ? (( หลังจากที่ทำเป็นอิดเอื้อนไปเป็นเดือน ))    และคุณเธอให้โอกาสคนเขียนเป็นคนเลือกสถานที่ตลอดจนเวลาเหมาะ    หลังจากที่ยังไงก็เลี่ยงหลบไม่ได้ก็..เออ วะ  เอาใต้ต้นก้ามปู หน้าโรงพยาบาลแมคคอร์มิค ตอนสองทุ่ม ก็แล้วกัน</p>

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>

พอถึงวันนัด.. คนเขียนก็ทำงานในสวนทั้งวันพร้อมกับใจเต้นตุ้ม ๆ  ลุ้นให้พี่เขาติดประชุม  เป็นไข้  ปวดท้อง  ไม่สบาย  เลื่อนนัด    แต่ท่าคุณเธอจะสนุกกับการแกล้งคนเขียน    เห็นได้จากจะโทรเข้ามาเตือนเป็นระยะ ๆ กำชับไม่ให้คนเขียนลืมนัดสำคัญ    พอถึงเวลาบ่ายสามโมงก็บอกแม่..ขอตัวกลับบ้านก่อนนะ    แหงล่ะ  ต้องใช้เวลาทำใจ   พอสี่โมงเย็นก็ขับรถเข้าเมือง    ใช้เวลาชั่วโมงกว่าก็..เอ๊ะ  ยังไม่ถึงเวลานัด  ไปไหนดี?  ไปร้านหนังสือดีกว่า?   แวะร้านหนังสือสุริวงค์เพื่อหาหนังสือ พระจันทร์เสี้ยว  ของท่านรพินทรนาถ  ฐากูล  ปราชญ์นักเขียนชาวอินเดียไปฝากคุณเธอเสียหน่อย    เดินหาจนขาลากก็ไม่เจอ    ขับรถไปร้านหนังสือดวงกมล..เดินจนขาลากอีกรอบก็ยังไม่เจอหนังสือเล่มที่ว่า   โอ้ หล่ะ หนอ   ตัดใจจะยกของตัวเองให้ก็แล้วกัน  แต่ไม่ได้เอาติดรถมาด้วย  แฮ่ะ ๆ ๆ   ไว้ค่อยส่งให้วันหลัง

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">หนึ่งทุ่ม..คนเขียนก็ขับรถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลแมคคอร์มิค    นั่งรอด้วยใจระทึก   เอ..พี่เราจะเป็นคนยังไงล่ะเนี่ย?   เสียงเพราะนะแต่จะสวยหรือเปล่า?  เออ..ถ้าคุณเธอเบี้ยว เราก็มาเก้อล่ะสิ    ทำไมเรามาตามนัดวะเนี่ย?  คุยกันมาตั้งนานก็ยังไม่เคยขอดูรูปเธอเลย    จะน่ากลัวไหมวะ?    คิด คิด คิด   นับ 1..2..3..4..5…..50  ดูนาฬิกาจากมือถือ  อืมมม อีกไม่ถึง 10 นาที จะสองทุ่ม  โอ๊ยยย!!  อยากเข้าห้องน้ำ ๆ ๆ   ห้องน้ำอยู่หน๊ายยยยยยย?   เสร็จธุระและกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ  เสียงมือถือก็ดัง   สวัสดีค่ะ  น้องต้อม.. พี่อยู่ที่ร้านหนังสือในคาร์ฟูร์  จะหาหนังสือมาฝากต้อม  แต่ไม่เจอเล่มที่อยากได้เลย  งั้นพี่ติดไว้ก่อนนะคะ  ว่าแต่น้องต้อมอยู่ไหนแล้ว?  มาถึงโรงพยาบาลหรือยัง?  โอเค.. อีก 5 นาที เจอกันค่ะ    เออ..พอกันเลย</p>

เดินเข้ามินิมาร์ทในโรงพยาบาล  ซื้อยูนิฟชาเขียวแช่เย็น ๆ  1 กล่อง   ดูด ๆ ๆ  ยูนิฟ   ฮือ ๆ ๆ   คนในเน็ตจะเป็นยังไงบ้างล่ะเนี่ย?   ก็หนูกลัว  TT_TT     เสียงมือถือดังอีกที สวัสดีค่ะ .. น้องต้อมอยู่ตรงไหนคะ  ตอนนี้พี่เอารถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถแล้วน๊า  .. จ้า...เดี๋ยวเจอกันค่ะ     

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เดินออกมาอีกทาง  ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ  คุยกับคุณเธอทางมือถือไปด้วย “ .. น้องต้อมคนที่เดินอาด ๆ ดูดนมมา ใช่ไหมค๊า?     คนเขียนก็ .. ค่ะ .. ใส่เสื้อสีน้ำเงิน  กางเกงขาสั้น  .. ค่ะ  ใช่ ค่ะ    กดสายทิ้ง.. มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหา   สวมเสื้อผ้าฝ้ายสีขาว  กางเกงยีนส์   หุ่นดีมาก   เท่ห์มาก   หน้าตาน่ารักมากกกกกกก   ดูไฮโซ๊ - ไฮโซ     เฮ้ยยย!!  คนในเน็ตสวยเป็นบ้า   ยกมือไหว้พี่เขา สวัสดีค่ะ    แล้วพากันเดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นก้ามปู   บรรยากาศวังเวง   มืดก็มืด  ยุงก็ชุม   พี่เขาถามอะไร..คนเขียนก็ตอบได้แค่ว่า ค่ะ   ไม่ค่ะ   อือฮึ      คุณเธอคอยแซวตลอดว่า ไม่เห็นคุยเลย    น้องต้อมในเน็ตคุยเก๊ง เก่ง     ก็แหม..นั่นในเน็ตนี่  แต่นี่ตัวเป็น ๆ </p>

น้องต้อมหิวไหมคะ?

ไม่ค่ะ    ความจริงน่ะ  หิวสุด ๆ

พี่ว่าจะพาไปทานข้าว ..  ร้านนี้น่ารักมาก  คนไม่เยอะค่ะ  ....เงียบบบบบบบ....

ต้อมเคยเจอใครในเน็ตไหมคะ?

ไม่ค่ะ ....เงียบบบบบบบ....

เดี๋ยว น้องต้อมต้องขับรถกลับบ้านคนเดียวสิคะ?  ไกลเนอะ    ทำไมไม่ค้างกับเพื่อนล่ะคะ? ….เงียบบบบบบบ…. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> </p>

 

จนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง ๆ  พี่ก็เงียบ  น้องก็เอาแต่ดูดยูนิฟชาเขียว    อย่าสงสัยเลยนะคะ  ยูนิฟก็กล่องนิดเดียว ทำไมคนเขียนดูดได้เป็นชั่วโมง ๆ   ..เออ..พี่ว่า เราคุยกันทางมือถือไหมคะ?    น๊านนน  แซวอีกขับรถเล่นกันไหมคะ?   ขับไปไหนดี?  น้องต้อมเคยขับรถขึ้นดอยสุเทพในเวลากลางคืนไหมคะ? สรุปแล้ว move ค่ะ   เดินไปที่รถ .. 

 รถต้อมคันไหน?  ขับให้พี่นั่งหน่อย

เออ.. รถต้อมจอดด้านโน้นค่ะ  แต่นี่เราเดินมาทางรถพี่นะคะ  ว่าแต่พี่น่ะ คันไหนล่ะ  คันนี้หรือเปล่า? ”  

พูดไม่พูดเปล่า  เตรียมจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถกระบะสี่ประตูรุ่นใหม่ล่าสุด  สุดเท่ห์  แต่พี่เขาเดินเลยไป อ่าวววว  แฮ่ะ ๆ ๆ    เดินไปหยุดอยู่ที่รถสปอร์ตคันสวยหรู   โอ้!!  พระเจ้าช่วย  คุณเธอขับรถไปทางซุปเปอร์โผล่ที่ถนนห้วยแก้ว  ชวนคุยไปเรื่อยค่ะ  แต่คนเขียนก็เงียบ    ขับรถขึ้นดอยสุเทพไปจนเกือบครึ่งทางก็..มีความเห็นพ้องตรงกันว่า เรามาทำไมคะ?  มืดจัง! น่ากลัว!  ลงไปข้างล่างเถอะค่ะ  

 แล้วก็ตกลงไปที่ร้านเฮือนโบราณบ้านริมปิง ที่คนเขียนเลือก    ค่ะ..ลงจากรถเดินเข้าร้าน   ช่วงสามทุ่มกว่านี่คนเยอะค่ะ   ได้โต๊ะนั่งริมน้ำปิงพอดี แต่แน่ล่ะที่ว่าคนเยอะ และคนเขียนก็เหงื่อแตก    ถึงแม้ว่าร้านนี้คนเขียนจะมาทานข้าวจนเกือบบ่อยแต่ว่าเวลาที่คนเขียนมามักจะเลือกช่วงที่ไร้ผู้คน   ฝ่ายพี่ก็.. ไหวไหมคะ?  แล้วปกติต้อมนั่งโต๊ะตัวไหนเอ่ย?    ปกติก็นั่งแถว ๆ นี้ล่ะค่ะ   แต่คืนนี้ทำไมคนเต็มร้าน ((วะ))

 

ย้ายไปนั่งตรงโน้นไหมคะ?    คุณเธอชี้ไปยังมุมผีสิง  มุมที่ไร้ผู้คน  ห่างจากน้ำปิงมาก   คาดว่าเธอคงรำคาญคนเขียนก็เลยชี้ไปส่ง ๆ   แต่คนเขียนกลับยิ้มร่า ดีใจ  ตอบไปว่า ค่ะ .. ตรงนั้นก็ดีค่ะ

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เมื่อกับข้าวแต่ละจานมาวางตรงหน้า   เธอก็ตักใส่จานให้คนเขียน   เธอคุยไป เล่าไป ถามไป   คนเขียนเองก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ   ตาก็มองแต่จานของตัวเอง  มือที่ถือส้อมก็ม้วน ๆ วุ้นเส้นบนจานของตัวเองเล่น    ผ่านไปเกือบชั่วโมงเหมือนกันค่ะ    เธอก็เรียกบริกรมาคิดเงินและพาคนเขียนกลับไปยังโรงพยาบาลแมคฯ    คนเขียนยกมือไหว้ลาเรียบร้อย  เดินลงจากรถ  เดินที่ยังรถของตัวเอง  แต่ เฮ้!  ทำไมยังไม่ขับไปอีกวะ   อย่ามองตามหลังหนูสิ  หนูอายนะเว้ยยย!!  พอคนเขียนขึ้นไปนั่งบนรถ  ถอยรถออกมา  เธอก็ขับรถของเธอออกไป</p>

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ครั้งหลัง ๆ ที่สนิทสนมกันมากขึ้น   ก็สังเกตจากการเรียกคนเขียนนะสิคะ   จากน้องต้อม  >> เจ้า ต้อม  >>เจ้าลูกหมาน้อย >> ไอ้หมาต้อม     เธอก็บอกว่า ฉันล่ะกลัวแกจริง ๆ   นัดที่ไหนไม่นัด    นัดที่โรงพยาบาล  แถมยังนัดสองทุ่มอีก    มืดก็มืด   ….แว๊ดดด ๆ ๆ ….  </p>

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เนี่ยล่ะค่ะ   ครั้งแรกของคนเขียนกับการได้พาตัวเองออกไปเจอคนในเน็ต    และพี่สาวคนนี้เธอช่วยสอนคนเขียนเยอะมาก    ให้คนเขียนมีความคิดที่โตขึ้น    ในการสอนแต่ละครั้งก็ไม่ได้นุ่มนวลเหมือนแรกเช่นที่ได้รู้จักกันแต่เดิม   หมายถึงการสาดใส่กันอย่างรุนแรงทางตรรกะ  ทางความคิด   แต่เธอเป็นพี่สาวที่คนเขียนรักมากอีกคน   ^_^    และถัดจากเธอก็เป็นพี่สาวอีกคนในกลุ่มเดียวกันนี้   และก็เริ่มกล้าจะออกไปเจอตัวเป็น ๆ ของคนอื่น ๆ อีก  จากสองเป็นสาม  จากสามเป็นสี่  จากสี่เป็นห้า และก็ต่อ ๆ ไป   ซึ่งบางคนก็น่ารัก  และแน่นอนบางคนก็แสนร้าย    แต่คนเขียนก็ได้เข้าใจผู้คนมากขึ้น    ขอขอบคุณพี่ ๆ ทุกคน  ขอขอบคุณทุก ๆ เหตุการณ์ ที่ทำให้คนเขียนได้เรียนรู้ชีวิต   ขอบคุณค่ะ</p>  </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span>