สรรพชีวิตที่ดำเนินอยู่และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
เกิดและดำเนินไปเป็นวัฏจักรแห่งระบบนิเวศน์ของชีวิต
ซึ่งหมุนวน เวียนว่าย ตาย เกิด ใน “วัฏสงสาร” ตาม “กรรม” ของสรรพชีวิตทั้งมวล...
การได้มีโอกาส “ใช้ชีวิต” ช่วงหนึ่งกลับเข้าใกล้วิถีแห่งธรรมชาติ
ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัจจัย ๔ บริขารที่พระพุทธเจ้าทรงกำหนดไว้เป็นวินัยหรือข้อปฏิบัติซึ่งเป็นวิถีของพุทธสาวก
บริขารที่มีใช้เพียงพอแก่การ “ดำเนินและดำรงชีวิต” ไม่มาก (ฟุ่มเฟือย เกะกะ) ไม่น้อย (ขาดจนลำบากกาย) เกินไป
เพียงพอและพอเพียงต่อการที่จะประพฤติและปฏิบัติธรรม
เพียงพอและพอเพียงที่จะให้ลมหายใจได้ผ่านเข้าออกจากสังขาร

อาหารที่ได้จากอุบาสก อุบาสิกา ผู้มีจิตใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ฉันเพียงเพื่อให้ได้ความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้
เครื่องนุ่มห่มที่ตัดเย็บขึ้นใช้สีและสรรจากธรรมชาติ นุ่งห่มเพียงเพื่อปกปิดอวัยวะซึ่งทำให้เกิดความละอาย อีกทั้งสอนใจให้เกิดความสลด ปลดปลง ไม่หลงติดยึดกับวัตถุธาตุ ผืนผ้าบังสุกุลนี้
ที่อยู่ พัก อาศัย เพียงได้โคนต้นไม้ เพียงได้สถานที่หลีกเร้นสำหรับภาวนา ป่า เขา ลำเนาไพร ซึ่งปลอดภัยจากเหลือบ ยุง ลมแดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย
ยาชั้นเลิศที่เกิดและอยู่ในร่างกาย
“ลมหายใจ” กัลยาณมิตรที่ช่วยป้องกันโรค
“น้ำมูเลและมูตรเน่า” ช่วยตรวจสอบและรักษาโรคภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
ปัจจัยทั้ง ๔ รวมกันเข้าเป็นเหตุ ให้เราทรงอยู่ได้ซึ่ง “ชีวิต”.........
วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๐
เวลา..หลังฉันอาหาร (มื้อเดียวของวันหนึ่ง)
ณ วัดป่าดานวิเวก อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย
เรียบเรียงและพิมพ์
วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๐
เวลา กลางคืนก่อนการพักผ่อนของอัตภาพร่างกายนี้
ณจ.เชียงใหม่