ผมบอกว่าวันนี้เราเจอ landmines ทั้งคู่เลย เจอไป 2 บึ้ม เละครับ

วันที่ 3 กันยายน 2550

วันนี้เป็นวันจันทร์แรกของเดือนนี้ เป็นวันแรกของสัปดาห์ที่ 18 เหลืออีก 72 วันแล้ว ผมเฝ้ารอให้ถึงวันพรุ่งนี้แทบไม่ไหวแล้ว พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านนาน 6 วัน โอแม่เจ้า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เมื่อคืนลมแรงมาก ฝนคงตก เพราะตอนเช้าอากาศเย็นสบายเหลือเกิน ผมเดินไปทำงานอย่างช้าๆไม่เร่งรีบ ดื่มด่ำกับอากาศดีๆอย่างนี้แสนจะมีความสุขครับ วันนี้ผมเปลี่ยนมา round กับอาร์เธอแล้ว ลุ้นอยู่เหมือนกันว่าอาร์ลีนจะกลับมาจากฟิลิปปินส์หรือไม่ ระหว่างที่รอ round ก็เปิดอ่าน mail ของ KKH ผมพบว่า ไอชิงได้เขียนจดหมายเวียนเรื่องที่อาร์ลีนตรวจคนไข้วิจัยของภาควิชา ที่ทำร่วมกับต่างชาติหลายๆชาติ ปรากฏว่าเธอไม่ได้ซักประวัติเรื่องโรคประจำตัวอย่างละเอียด คนไข้มีอาการของโรคหัวใจขาดเลือด อาร์เธอโกรธใหญ่ สงสัยว่าเลยให้ไอชิงเขียนจดหมายเวียนเรื่องรายงานความผิดพลาด เพื่อจะได้ไม่เกิดในครั้งต่อไป ในจดหมาย ไอชิงไม่ได้บอกว่าเป็นผู้ป่วยของใคร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                จริงๆแล้ว เมื่อวันศุกร์ผมก็ทราบมาเลาๆ แต่พยายามบอกไอชิงว่า ไม่ควรส่งจดหมายเวียนแบบนี้ เพราะว่าไม่มีประโยชน์อันใด กลับจะเป็นผลเสียซะอีก ผมไม่ทราบว่าอาร์เธอมีอิทธิพลต่อเธอมากแค่ไหนครับ เพราะท้ายที่สุดวันนี้ก็ได้อ่านจดหมายนั่นจนได้ และอาร์ลีนก็ตอบกลับมาทันทีเช่นเดียวกันว่านั่นเป็นคนไข้ของเธอ และเธอก็โวยวายมาด้วยว่าจริงๆแล้วไม่ใช่หน้าที่ของเธอเลยที่จะต้องตรวจคนไข้วิจัย เนื่องจากเป็นงานของอาร์เธอเท่านั้น (แต่ที่ผมยังตรวจให้ทุกวันนี้ก็เพราะเต็มใจช่วยหรอก) เธอยังต่อว่าไอชิงมาเสียอีกมากมาย ผมอ่านไปก็เหนื่อยใจไปด้วย เฮ้อ สงสัยไม่กลับมาแล้วแน่ๆ แต่เอ๊ะ นี่มัน intranet mail นี่นา นั่นแสดงว่าเธอกลับมาแล้ว แต่วันนี้ไม่มาทำงาน (ครูหาญชอบบ่นว่า Why woman do like this?) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผม round เช้ากับอาร์เธอ มีคนไข้คนเดียวให้ดูคือ ป้าที่เป็นมะเร็งของเขานั่นแหละ ตกลงว่าอาร์เธอมาก็ด่า HO ผ่านพยาบาลเรื่องการสั่งยาฉีดให้คนไข้เนื่องจากวินิจฉัยว่าเป็นปอดอักเสบ เอาอีกแล้ว ฝากด่าอีกแล้ว น่าสงสาร แถมยังไม่พอ ยังไปพูดให้คนไข้ฟังอีกว่า HO เป็นคนสั่งยาฉีดโดยไม่รายงานเขา เจ็บกระดองใจเป็นครั้งที่ 2 ของวันนี้ แต่แอบมีเรื่องน่าดีใจเล็กน้อย นั่นคือเขาสั่งเลื่อนความถี่ของการเจาะเลือดปลายนิ้วออกไปเป็นวันละ 4 ครั้งแทน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ช่วงเช้าวันนี้ผมทำงานที่ห้องยูโรพลศาสตร์ แต่ผมไม่ทำครับ เนื่องจากว่าอยากนั่งเขียนหนังสือของภาควิชา ตอนนี้หัวกำลังพุ่ง ไม่อยากเสียโอกาสอันนี้ไป เขียนได้ประมาณ 2 หน้ากว่าๆ ก็ปาเข้าไปเที่ยงตรง ครูหาญเรียกให้ไปช่วยผ่าตัดจึงต้องหยุดไว้ก่อน ครูถามว่าอาร์ลีนมาหรือยัง ผมบอกว่าไม่ทราบ ผมก็แหย่เล่นว่าเธอคงไม่มาแล้ว ครูบอกว่า น่าจะมา หากอยากเรียนรู้ก็ต้องกลับมา นี่สงสัยว่ายังไม่ทราบเรื่อง e-mail นั่น เราผ่าตัดกันอย่างรวดเร็ว ประมาณ 2 โมง 15 นาทีก็เสร็จ ผมรีบวิ่งลงไปกินขนมหวานหนึ่งถ้วยแล้วไปทำงานที่คลินิกต่อไป ได้พบว่าดันดีมาช่วยออกตรวจอยู่ จริงๆแล้วช่วงนี้ไม่ใช่หน้าที่เขา แต่นาตาลีมาทำงานไม่ไหว เนื่องจากว่าเมื่อคืนอยู่เวรหนัก ที่นี่เขาให้คนอยู่เวรได้หยุดในวันถัดไปครับ ผมว่าเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะว่าคนเราทำงานทั้งคืน ตื่นเช้ามาต้องทำงานอีก (แบบที่ม.อ.) ตายง่ายครับ ผมจะเก็บเรื่องนี้ไปเสนอที่ภาควิชา แต่ถ้าให้ดี เสนอคณะเลยดีกว่า post call ควรได้หยุดพัก 1 วัน เหมือนหมอดมยาบ้านเราไงครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                และแล้วก็เจอเรื่องอีกจนได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมตรวจคนไข้ตลอดตั้งแต่ 2 โมงครึ่งจนกระทั่ง 5 โมงครึ่ง มีคนไข้คนหนึ่งเข้ามา อายุราว 60 เศษ เป็นคนเชื้อชาติอินเดีย อ้วนตุ๊บ ราวกว่า 100 กิโลกรัม มาถึงก็ซัดใส่ผมทันที ว่าทำไมเธอต้องตรวจ X ray ทำไมต้องตรวจอะไรตั้งหลายอย่าง เสียตังค์ไปมากมาย อาการที่รักษาก็ยังไม่ดีขึ้น เล่นเอาผมตะลึง ตึง ตึง เพราะว่าแกซัดเร็วมาก ผมเลยตั้งสติแล้วสวนกลับไปว่า เย็นไว้โยม ขอเวลาผม review หน่อย เราไม่เคยเจอกันเลย ผมจะรู้เรื่องได้อย่างไร แกก็บอกว่า แกก็อยากรู้เรื่องเหมือนกันว่าทำไมแกมีปัญหาเรื่องฉี่ เราจึงส่งตรวจ x ray ปอด ผมก็อึ้งอีก ก็บอกไปว่าไม่รู้ หยุดก่อนได้ไหม เพราะยิ่งซัดใส่ผมมา ผมก็ไม่ได้ดูประวัติอยู่ดี เธอก็ค่อยๆเย็นลง แล้วปาดน้ำตา (เอาอีกแล้ว ผมเจอน้ำตาอีกแล้ว) แกบ่นว่าแกอ้วนมาก ถ่าย x ray ครั้งแรกก็ดูไม่ชัด ถ่ายไปหลายครั้งต้องรออยู่นานมาก เจ้าหน้าที่ที่ห้อง x ray ก็พูดจาไม่ดี เลยโวยใส่ที่นั่นไปครั้งหนึ่ง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ครั้งก่อนแกมาเจออาร์ลีน ผมอ่านไปก็พบว่าเธอส่งตรวจต่างๆมากมาย เจอเลือดตรวจไต ตับ เกลือแร่ และ x ray ปอด แถมสั่งยาขับปัสสาวะให้คนไข้กินด้วย ผมก็งงแตกล่ะครับคราวนี้ ประวัติเรื่องราวต่างๆก็ไม่บันทึก แล้วจะตอบป้าแกได้ยังไงวะ คนไข้ที่คลินิกนี้มีปัญหาฉี่บ่อย ฉี่เล็ด แล้วนี่สั่งยาขับปัสสาวะให้แกกิน ว่ายังไงแกบ่นนักหนาว่า ยิ่งรักษายิ่งแย่ลง ฉี่กันทั้งวัน ผมก็ไม่รู้อธิบายยังไงดี พอดีแกก็โพล่งออกมาว่า หมอคนก่อนบอกว่าเธอมีน้ำคั่ง ขาบวม ผมจึงถึงบางอ้อ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เลยนั่งเขียนบันทึกทดลงในสมอง ว่ามาดามอานีต้า คงคิดว่าคนไข้เป็นโรคไต หรือหัวใจบางอย่าง จึงตรวจต่างๆอย่างละเอียดยิบ แถมสั่งยาขับปัสสาวะให้กินเพื่อไล่น้ำออก เฮ้อ เวรกรรมของหมอธนพันธ์และคนไข้เธอจริงๆ ผมยังเดาว่า เพราะแกอ้วน ความดันในช่องท้องจึงสูง และสูงพอที่จะกดหลอดเลือดดำใหญ่ในช่องท้อง ทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่ค่อยดี ขาจึงบวม นี่คิดแบบหมอดูนะครับ เพราะตอนนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นไงบ้าง พอแกออกไปผมก็เลยโพล่งออกมาบ้าง ไปหา Sister Lilly บอกว่าทำไมไม่ช่วยผม แกก็ไม่ตอบ ผมเลยเล่าเรื่องต่างๆให้แกฟัง ดันดีตรวจคนไข้คนสุดท้ายเสร็จพอดีก็มาสมทบ เลยโพล่งออกมาเช่นเดียวกันว่า เจอเหมือนกัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                คนไข้ของเขาอาร์ลีนเคยตรวจมาก่อน คนไข้เคยผ่าตัดมดลูกและรังไข่ไป 8 ปีแล้ว เพิ่งจะมีอาการร้อนวูบวาบ เธอบอกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะผ่าตัดไปตั้ง 8 ปี อาการมันต้องหมดไปแล้ว เลยจับตรวจเลือดอีก ดูฮอร์โมน FSH ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ดูว่าเข้าสู่วัยทองหรือยัง ถึงตรงนี้คงจะเดาได้ใช้ไหมครับว่าดันดีต้องเจอคำถามจากคนไข้ว่าอย่างไร เริ่มต้นด้วยการบ่นใส่ดันดีก่อนว่าทำไมต้องตรวจเลือด ทำไมไม่เชื่อว่าเขาถูกตัดรังไข่ไปแล้ว แล้วนี่ฮอร์โมนออกมาก็ไม่มีการรักษาอื่นเพิ่มเติม ฮ่า ฮ่า ดันดีก็เจอเหมือนกัน ผมบอกว่าวันนี้เราเจอ landmines ทั้งคู่เลย เจอไป 2 บึ้ม เละครับ ว่าแล้วก็หัวเราะออกจากคลินิก ไปกินข้าวเย็นแล้วก็แยกย้าย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                วันนี้ฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่เช้า ล่วงมาจนถึงเที่ยง บ่าย และเพิ่งหยุดก่อนผมเลิกงานราวชั่วโมงหนึ่ง เดินกลับบ้านเลยเย็นสบาย ได้ผ่อนคลาย ถนนสายนี้สร้างความสุขให้ผมทุกครั้งที่เดินผ่าน เพราะความร่มรื่น เย็นสบาย เออสินะ ไม่ได้ยินเสียงนกกาเหว่ามานานกว่า 2 เดือนแล้ว สงสัยพ้นช่วงผสมพันธุ์กัน กาข้างตึกที่ผมนอนก็หยุดแหกปากตอนหัวรุ่งแล้ว สงสัยว่ากำลังง่วนอยู่กับการเลี้ยงลูกนกกาเหว่า สมน้ำหน้าจริงๆ ฮา…