วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดิฉันตัดใจจากคอมพิวเตอร์ และกองเอกสารต่างๆ เพื่อมอบเวลาอันมีค่าให้กับครอบครัวบ้าง หลังจากเดินเที่ยวซื้อของตามใจปรารถนา ตามอัตภาพ กันพอสมควรแล้ว พวกเราก็ไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้านในห้างนั้นเอง  ก็มันมีทุกอย่างบูรณาการในตัว อากาศก็เย็นฉ่ำด้วยแอร์คอนดิชั่น  ทำไมต้องเสียเวลาไปที่อื่นกันอีกเล่า ใครนะ ช่างคิด concept ห้างสรรพสินค้าเป็นคนแรก  นับเป็นนวัตกรรมการบริการที่สุดยอดจริงๆ 

เมื่อเป็นห้างใหญ่  อาหารกลางวันก็ต้องไม่ใช่ข้าวแกงแน่ (เด็กๆ เรียกว่าอาหารสิ้นคิด ผู้ใหญ่เลยไม่กล้าพาไปกิน) อาหารโปรดปรานของเด็กๆ จึงเป็นประเภท โปรตีนสูง ไขมันเพียบ แบบว่ากรอบนอกนุ่มใน อุดมไปด้วยเนย มันและเค็ม

พอใกล้อิ่มจากอาหารคาว  บริกรหนุ่มก็เดินมาประชิดข้างโต๊ะ  เปิดเมนูไอสครีม ที่มีรูปเย้ายวนชวนอร่อย สีสันสดใส และเชิญชวนให้ลิ้มลอง แถมโปรโมชั่นลดพิเศษ  จาก 35 บาท เหลือเพียง 25 เท่านั้น  แหม! ช่างเลือกจังหวะเวลาได้พอดีพอดิบ (สงสัยแต่ละโต๊ะ มีเรด้าจับตามองอย่างไม่รู้ตัวทุกโต๊ะเป็นแน่แท้) เมื่อมาได้ถูกกาละ  เทศะ เช่นนี้ ใครเล่าจะปฏิเสธได้ลงคอ ?

แต่ก่อนแต่ไร  ก็ไม่เห็นเคยผู้ให้บริการแยแสลูกค้าถึงขนาดนี้ หากกินของคาวเสร็จ อยากล้างปากด้วยของหวาน  ต้องเดินไปสั่งเอง เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ คนค้าขาย ก็ช่างคิด ช่างสังเกตกันดีนัก  ดิฉันว่า นี่ก็เป็นนวัตกรรมการบริการอีกอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้  ดิฉันได้เรียนรู้ว่า ความสำเร็จเล็กๆ  สามารถหยิบฉวยได้ทุกที่  ทุกโอกาส  และโอกาสของความสำเร็จ เกิดจากการให้ความสำคัญกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ