PTOT Meeting ครั้งที่ 6

PTOT Mahidol
  การประเมินและวางแผนให้กิจกรรมการรักษาที่สามารถติดตามผลในการเลือกพัฒนาการเคลื่อนไหวโดยควบคุม compensation ตามธรรมชาติที่สุด  

ขอบคุณอาจารย์และเจ้าหน้าที่นักกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัดทุกท่านครับ

ต่อเนื่องจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่แล้ว

โจทย์ของครั้งนี้คือ ทำอย่างไรถึงจะควบคุม compensation ที่เพิ่มขึ้นของผู้ป่วย เนื่องจากการฝึกของกายภาพบำบัดที่อาจไม่สอดคล้องกันกับกิจกรรมบำบัด

ผู้เข้าร่วมประชุมมีการพูดถึงประเด็นตรงกันอย่างน่าสนใจคือ

  1. นักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดควรประเมินว่าผู้ป่วยต้องการเคลื่อนไหวและการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตในรูปแบบใด เช่น แบบปกติ แบบใกล้เคียงปกติ แบบทีทำกิจกรรมได้และไม่ต้องควบคุม compensation มากนัก หรือแบบที่ทำกิจกรรมได้ด้วยเทคนิค constrain induced movement (CI)
  2. ทั้งสองวิชาชีพได้เรียนรู้การจัดท่าทางไม่ให้เกิด spasticity ขณะเคลื่อนไหว แต่ต้องร่วมกันให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้ในการควบคุมท่าทางที่ไม่ให้เกิด spasticity มากจนเกินไปและมีโอกาสได้ทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข
  3. บางครั้งการควบคุมให้ผู้ป่วยมี normal movement pattern มากจนเกินไปอาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเรียนรู้การเคลื่อนไหวอย่างธรรมชาติ เพราะการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตในธรรมชาติต้องมีการให้ผู้ป่วยเรียนรู้ compensation ในระยะแรก จนเกิดการควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยตนเอง และมีการประเมินท่าทางที่เกิด spasticity น้อยที่สุด (ร่วมกับทั้งนักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัด) ในแต่ละระยะของการฟื้นตัวทางระบบประสาท
  4. บางครั้งเรายึดติดกับเป้าหมายหลักของการรักษาเรื่อง normal functional movement pattern แต่ในความเป็นจริงเราน่าจะมององค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น interest of client, habitual performance, volitional performance, self-feedback in learning how to perform functional tasks

ประชุมครั้งต่อไป เป็นครั้งที่ 7 น่าจะมีการต่อยอดเรื่องนี้แบบ "นำเสนอผลการประเมินและวางแผนการรักษาเกี่ยวกับ compensation  ในผู้ป่วย stroke ระหว่าง PT & OT"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน PTOTMeeting

คำสำคัญ (Tags)#compensation#synergist control

หมายเลขบันทึก: 124489, เขียน: 02 Sep 2007 @ 21:34, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 20:11, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (0)