ช่วงนี้ผมกำลังเผชิญหน้ากับการงานอันหนักหน่วงหลายประการ จะทั้งด้วยเหตุผลของห้วงปลายปีงบประมาณ หรือแม้แต่พันธกิจที่ตนเองเฝ้าฝันที่จะขับเคลื่อนทั้งภายในและภายนอกองค์กร –
งานวินัยจราจรเป็นงาน “ด่วน” ที่วิ่งตามผมมาอีกรอบหลังจากที่พักมือไปยาวนานร่วม ๓ ปี ซึ่งครั้งนี้ผู้บริหารมอบหมายให้คิดโปรโจค หรือกระบวนการที่จะกระตุ้นเตือนให้นิสิตและบุคลากรมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับเรื่อง “วินัยและกฎหมายจราจร” ในมหาวิทยาลัย
สิ่งที่ผมค่อนข้างมั่นใจมากประการหนึ่งก็คือ มหาวิทยาลัยมหาสารคามน่าจะเป็นสถาบันที่มีนิสิตใช้รถจักรยานยนต์มากเป็นอันดับต้น ๆ ของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทย


ในห้วงหนึ่งที่ผมเคยดูแล, ผมและทีมงานเพียงไม่กี่คน ประสานสิบทิศเพื่อให้มีทั้งการป้องกันและบังคับใช้มาตรการ ไม่ว่าจะเป็น จัดสอบใบอนุญาตขับขี่ให้นิสิตปีละไม่ต่ำกว่า ๕ รอบ, การบริการตรวจเช็คสภาพรถและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี, การจำหน่ายหมวกกันน็อคในราคาต้นทุน, การให้บริการต่อทะเบียนรถจักรยานยนต์, บริการจำหน่าย พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยฯ , ...
นั่นยังไม่รวมถึงกิจกรรมรณรงค์ทั่วไปที่มีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการตั้งหน่วยสวัสดิภาพ ๒๔ ชั่วโมงในรูปแบบของการแพทย์ฉุกเฉิน (E.M.S) ประกาศโซนนิ่งถนนสีขาวในมหาวิทยาลัย ตลอดจนการรณรงค์อย่างจริงจังในเทศกาลต่าง ๆ จนได้รับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์สด ๆ มาแล้วเช่นกัน !
ช่วงนั้นผมพยายามลุยงานด้านนี้อย่างเต็มพิกัด เปิดเวทีกิจกรรมร่วมกับองค์กรภายนอกอย่างสม่ำเสมอ และสร้างแกนนำเครือข่ายออกมาลุยด้วยกันอย่างสนุก กระทั่งทุกอย่างเริ่มไปดีในระดับหนึ่ง กลับพลิกชะตากรรมอย่างเงียบงันเมื่อผมจำต้องพลัดหลงไปสู่การบริหารงานในแผนกอื่น ซึ่งชะตากรรมนั้นก็ประหนึ่งจะถีบกิจกรรมเหล่านี้ถอยกลับลงสู่ “หลุมดำ” อีกครั้ง (อย่างเงียบ ๆ )

จะว่าไปแล้วเรื่องวินัยจราจรเป็นเรื่องสวัสดิการพื้นฐานของทุกคนที่ต้อง “ดูแลตนเอง” เป็น “วินัย” และ “วัฒนธรรม” อันดีของการรักตนเองและรักสังคมที่พึงยึดปฏิบัติอย่างเป็นกิจวัตร เพราะการดูแลตนเองในเรื่องวินัยจราจรก็เป็นเสมือนการดูแลสังคมด้วยเหมือนกัน
และจากปรากฏการณ์จริง, เรื่องวินัยจราจรก็เป็นปัจจัยอันสำคัญที่นำพาไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล ทั้งประสบด้วยตนเอง หรือแม้แต่เป็น “ต้นเหตุ” ให้คนอื่นได้ประสบชะตากรรม ...
ผมเคยปวารณาตน ๒๔ ชั่วโมงในการช่วยเหลือนิสิตผู้ประสบอุบัติเหตุ ทันทีที่หน่วยสวัสดิภาพแจ้งเหตุมายังผม ค่ำคืนดึกดื่นเงียบสงัดสักแค่ไหนก็ต้องทะยานออกจากห้องไปดูด้วยตนเอง
เคยแม้กระทั่งเข้าไปในแผนกฉุกเฉินเพื่อดูคุณหมอปั๊มหัวใจของนิสิต ... เคยให้ไหล่ของตนเองอิงซบหัวใจของนิสิต หรือแม้แต่ผู้ปกครองที่เกิดจากการสูญเสีย “คนของความรัก..” ของตนเอง –

ทุกวันนี้, มหาวิทยาลัยยังไม่มีหน่วยงานด้าน “งานจราจร” โดยตรง งานรักษาความปลอดภัยขึ้นตรงกับกองอาคารและสถานที่ รปภ. ที่รับผิดชอบด้านจราจรก็มีจำนวนอันน้อยนิด ซึ่งทั้งหลายนั้นก็รับผิดชอบในด้านการอำนวยความสะดวกเรื่องเส้นทางจราจรในภาคเช้า..และภาคเย็น เป็นที่ตั้ง
งานด้านการจราจรในมหาวิทยาลัยจึงยังคงไม่ถูก “หยิบยก” หรือ “สถาปนา” ขึ้นมาขับเคลื่อนและขับส่งกันอย่างจริงจัง กองกิจการนิสิต, จึงพลอยพลัดหลงไปสู่กระบวนการทำงานอย่างจิปาถะในเรื่องพรรค์นี้ นับตั้งแต่การให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม (Education) การแพทย์ฉุกเฉิน (E.M.S) การบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) รวมถึงการจับมือนิสิตและชุนชนสำรวจพื้นที่ความเสี่ยงเพื่อนำไปสู่การปรับแก้ในเรื่องวิศวกรรม (Engineering)

ครั้งนี้, ...
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมพยายามที่จะสร้างค่านิยมอันดีงามในเรื่องเหล่านี้อีกครั้ง โดยเริ่มจากการกำหนดให้ “วินัยจราจร” เป็นหนึ่งใน “วัฒนธรรมมหาวิทยาลัย” ที่นิสิตจะต้องยึดปฏิบัติ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">งานวินัยจราจรไม่ได้เคลื่อนตามผมมาทุกอย่าง หลายอย่างยังอยู่อีกฟากหนึ่งของสายงาน ผมมาสู่กระบวนการของการ “บังคับใช้” มาตรการในทางวินัยนิสิต แต่เบื้องต้นก็ใช้วิธีโหมโรงใหญ่ ๆ ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งขบวนรณรงค์, ป้ายประชาสัมพันธ์, แผ่นปลิว, คอนเสิร์ต, บรรยายตามห้องเรียน, สปอร์ตวิทยุ, แซววาที ..</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และที่เตรียมที่จะประกวดสื่อรณรงค์ในด้านต่าง ๆ อาทิ หนังสั้น, ละครทีวีของมหาวิทยาลัย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p>แต่ขณะนี้, ผมกำลังเดินทางมาถึงขั้นตอนของการบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) ซึ่งหมายถึงการบังคับใช้ด้านการตัดคะแนนความประพฤติ .. </p><p></p><p>เป็นงานที่เหนื่อย … และเหนื่อยมาก </p><p> </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หากแต่ทุกครั้งที่ติดตามไปให้กำลังใจทีมงาน หรือแม้แต่การลงไปร่วมปฏิบัติงานกวดขันอยู่ตามท้องถนนของมหาวิทยาลัย การได้พานพบรอยยิ้มเสียงหัวเราะ หรือแม้แต่เสียงบ่นอย่างน่าชังของนิสิตก็ช่วยให้การทำงานอยู่รื่นรมย์อย่างไม่น่าเชื่อ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p></p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ที่ตั้งขามเรียง) เป็นพื้นที่ที่ถูกรายรอบด้วยชุนชนหลายหมู่บ้าน , กอปรกับจำนวนนิสิตอย่างมหาศาล ยังผลให้ท้องถนนเต็มไปด้วยการจราจรที่คับคั่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ขับเคลื่อนผ่านมาและที่กำลังขับเคลื่อนอยู่นี้จะประสบความสำเร็จแค่ไหน … แต่ก็ยังยืนยันว่าจะทำต่อไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กระนั้นก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า “ทำไมนิสิตจึงไม่ใคร่ที่จะดูแลตนเองกันบ้างเลย ?”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>“หัว (ไม่เคย) สวมหมวกนิรภัย หัวใจ (ไม่เคย) สวมกฎจราจร” </p><p></p><p> </p>
โรค ยามาฮ่า ฮอนดา โรคซูซูกิ
แก้ได้บ้างไม่ได้บ้าง
หมวกกันน็อคเอาไม่อยู่ ต้องใช้หมวกกันตายไม่ฟื้น
หาอาสาสมัครยืนเป็นหุ่นยมฑูตยืนตาม4แยก
เอ๊ะหรือจะเปลี่ยนชุดจราจรเป็นยมฑูตดี
ต้องใช้กฏของมหาวิทยาลัยเข้ามาบังคับค่ะ ขนาดตำรวจเขามีกฏหมายมีใบสั่งยังไม่กลัวกันเลย เรื่องแบบนี้รณรงค์ยากค่ะ เสนอว่าน่าจะมีใบสั่งเหมือนตำรวจ โดนครั้งแรกตักเตือน โดนครั้งที่สองออกเอกสารติดบอร์ดประจาน โดนครั้งที่สามห้ามนำมอเตอร์ไซต์ทะเบียนที่โดนเข้ามหาวิทยาลัย 1 เดือน ถ้าฝ่าฝืนแอบนำเข้ามาแล้วจับได้ ก็ห้ามนำเข้ามหาวิทยาลัยอีกตลอดเทอม แบนทะเบียนนี้ไปเลย เล่นไม่ยาก ดูซิว่านักศึกษาจะมีปัญญาเปลี่ยนรถใหม่ได้กี่คัน ที่ต้องโหดก็เพราะเพื่อความปลอดภัยของเขาเองค่ะ ที่แนะนำแบบนี้เพราะว่าเคยเป็นเด็กซ่ามาก่อน รับรองได้ว่าเขาไม่สนหรอกค่ะการรณรงค์แบบนี้ แต่ถ้าจะทำตามนี้ได้ต้องจ้างรปภ.เพิ่มแน่นอน
ไม่มีใครจะเป็นได้อย่างที่เราคิดจะให้เป็น
ด้วยวิสัยของการมองแตกต่างกัน
จำต้องเน้นให้รู้จักความสำคัญ
อีกทั้งมีกฏไว้เป็นหลักป้องกัน
ถึงอย่างนั้น ก็อาจจะช่วยได้ระดับหนึ่ง
เท่านี้ดีแล้ว
อย่าหวังสิ่งใดให้มากเกินไป
รักษาสุขภาพด้วย
สุข สงบ เย็น
กำลังเฝ้ามองดูอาจารย์ด้วยหัวใจที่จดจ่อ
ยากครับ ยากมากๆ
ตราบใดที่กระทั่งพ่อแม่เขาก็ยังไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้
เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ไม่ให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ผมเชื่อว่าตราบชั่วอายุผม ก็อาจจะยังไม่มีโอกาสได้เห็น "หัวใจสวมกฏจราจร" ของคนไทยครับ
สวัสดีครับ พ่อ ฯ
ขอบพระคุณพ่อฯ มากที่ช่วยกรุณาแนะนำให้ให้ช่องทางและรูปแบบที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะประเด็นนี้น่าสนใจ
หาอาสาสมัครยืนเป็นหุ่นยมฑูตยืนตาม4แยก
เอ๊ะหรือจะเปลี่ยนชุดจราจรเป็นยมฑูตดี
....
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ น้องซูซาน
ที่ มมส. ตำรวจไม่ได้เข้ามาตรวจจับภายในมหาวิทยาลัย ทั้งที่เราเองก้ไม่ติดขัด แต่คงเป็นเพราะการให้เกียรติสถาบันกระมังคับ ..
ในอดีตเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พี่ใช้วิธีไม่มีหมวกห้ามเข้า ... แต่เสียดายไม่มีใครเคลื่อนเรื่องนี้ให้
คนไทยเราก็แปลกชอบการบังคับใช้ "มาตรการ" ในทุก ๆ เรื่อง แทนที่จะดูแลตนเอง เคารพวินัยโดยไม่ต้องมีใครมาเคี่ยวเข็ญ ..
ที่มหาวิทยาลัยยังอ่อนพลังในเรื่อง รปภ. ผมเห็นที่อื่นเข้มแข็งมาก ไม่มีการปราณีปราศรัยว่ากันตามกฎอย่างเคร่งครัด ซึ่งแตกต่างลิบลับจากที่นี่
ขอบใจมากนะสำหรับไอเดียเจ๋ง ๆ ที่คิดว่า "กำราบ" วัยรุ่นได้ชะงักนัก ...
แล้วจะนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป
...
สวัสดีค่ะ
ในอดีตเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พี่ใช้วิธีไม่มีหมวกห้ามเข้า ... แต่เสียดายไม่มีใครเคลื่อนเรื่องนี้ให้
เรื่องนี้ลำบากค่ะ ถ้าไปเข้มงวดมาก นักศึกษาไม่ชอบ ย้ายออก มหาวิทยาลัยคงไม่happy หรอกค่ะ
ต้องอบรมให้เห็คุณโทษกันค่ะ ทุกเดือนค่ะ จนกว่าจะดีขึ้น
แวะมาให้กำลังใจครับ
สวัสดีครับ
อันที่จริงผมก็มองในกรอบเดียวกันว่า เรื่องเหล่านี้ต้องดำเนินการใน 2 ลักษณะควบคู่กันไป คือ การรณรงค์ด้วยกระบวนการต่าง ๆ อย่างหลากหลายและต่อเนื่องเพื่อให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักในความสำคัญของการเรื่องวินัยจราจร
เช่นเดียวกับอีกอย่างก็คือ การนำมาตรการมาบังคับใช้ เพราะเราค้องไม่ลืมว่า คนเรามักไม่มีค่านิยมที่ดีในทางวินัย และดูเหมือนชอบให้บังคับใช้กฎกติกาเสมอ
ขอบพระคุณในข้อเสนอแนะอันมีประโยชน์นะครับ
จำต้องเน้นให้รู้จักความสำคัญ
อีกทั้งมีกฏไว้เป็นหลักป้องกัน
แต่ทุกอย่างก็ยังเชื่อว่าจะได้ผลดีในระดับหนึ่งเท่านั้น, กระนั้น ผมก็ยังต้องขับเคลื่อนให้เกิดกระแสจิตสำนึกในเรื่องนี้อย่างสุดความสามารถ
สวัสดีครับ
.
ผมรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยากมาก แต่ก็ยังต้องพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นเสมือนการช่วยลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน
ข้อสังเกตของอาจารย์ฯ น่าสนใจมากครับ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง "ครอบครัว"
เด็กนักเรียนจำนวนมากที่ขับรถจักรยานยนต์มาโรงเรียน แต่ไม่ยอมสวมหมวกนิรภัย ผมไม่เข้าใจว่า ผู้ปกครองได้ใส่ใจเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งรถที่ใช้ก็ดัดแต่งไปตามรสนิยมของวัยรุ่น
เรื่องเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจของผู้ปกครองที่มีต่อลูกหลานของตนเองได้อย่างชัดเจนไม่น้อยเลยทีเดียว
ครั้นผู้ปกครองละเลยในเรื่องพรรค์นี้, ปัญหานั้นก็มาสุมทับอยู่กับสถานศึกษาและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต้องกำกับดูแลและกวดขันกันอย่างเข้มแข็ง
แต่ทำไมนะ... พวกเขาจึงไม่รู้สึกที่จะ "ดูแลตนเอง" เสียบ้าง...
สวัสดีครับ พี่ศศินันท์
อันที่จริงผมเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างความรู้ความเข้าใจเป็นอันดับแรกเลยนะครับ เพียงแต่เสียดายว่างานนี้ไม่ได้เบ็ดเสร็จอยู่ที่ผม ...
แต่ตอนนี้ผมก็สร้างทีมงานขึ้นมาทำเรื่องเหล่านี้อีกครั้ง ขณะที่การบังคับใช้มาตรการก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปด้วยเช่นกัน
ขอบพระคุณแนวคิดดี ๆ ที่นำมาฝากผมอยู่ตลอดเวลานะครับ
สวัสดีครับ
ขอบคุณมากครับ...
และเช่นกันก็ขอให้มีพลังชีวิตในการทำงานและก่อร่างสร้างฝันในทุกกระบวนการของชีวิตนะครับ
....
ขอบคุณครับ