สคส. ได้ใช้เวลาสองวันที่ผ่านมา (28 – 29 ส.ค.) ไปฝึก Dialogue กันนอกสถานที่ โดยมี คุณมนต์ชัย พินิจจิตรสมุทร เป็น “คุณประคอง” คอยประคับประคองไม่ให้ “วงล่ม” ยิ่งได้ฝึกฝนก็ทำให้ยิ่งเห็นชัดว่า Dialogue เป็นทักษะที่ได้จากการปฏิบัติ แรกๆ ทำก็ออกมาแบบเกร็งๆ พอเกร็งก็เลยไม่เป็นธรรมชาติ พอไม่เป็นธรรมชาติ ก็เลยไม่ “ไหลเลื่อน” คือไม่ “flow” <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ผมชอบที่อาจารย์มนต์ชัยใช้การเปรียบเปรยว่า การพูดของพวกเรานั้นออกมาคล้ายๆ กับการ “จุดพลุ” คือแวบขึ้นมาเป็นดวงๆ คนละทีสองที แต่พอมีการ “ไหลเลื่อน” มันก็เหมือนกับเราเคลื่อนไปด้วยกัน ลักษณะคล้ายกับการ “ลอยของบอลลูน” (อันนี้เป็นข้อเปรียบเทียบของผม) ค่อยๆ ลอยขึ้นไป แต่บางครั้งก็ลอยลงมา เรียกได้ว่า “มีขึ้นมีลง” ขึ้นอยู่กับสมาธิของคนในวง วงใดที่มีการเลื่อนไหล ก็จะรู้สึกได้ถึงพลัง ตรงนี้เองที่ทำให้ผมเริ่มเข้าใจสิ่งที่อาจารย์ใหญ่ (อ.วิศิษฐ์ วังวิญญู) ใช้คำว่า “มลฑลแห่งพลัง”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผู้ใดที่ยังงงๆ อยู่ว่า “สุนทรียสนทนา หรือ Dialogue” คืออะไร ลองเข้าไปอ่านที่อาจารย์ณัฐฬส วังวิญญูเขียนไว้ในมติชนรายวัน ซึ่งท่านได้เอามา post ไว้ใน http://gotoknow.org/blog/sph/111597 หรือจะลองเข้าไปอ่านประสบการณ์ของผู้ที่ทำหน้าที่กระบวนกรในวง Dialogue ที่อาจารย์หมอสกลเขียนไว้ที่ http://gotoknow.org/blog/phoenix-mirror/100399 ก็ได้ น่าจะทำให้เข้าใจ Dialogue มากขึ้นครับ
การฝึก Dialogue นอกสถานที่ของ สคส.
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
beeman 吴联乐 · 30 ส.ค. 2550
pr_kpru · 30 ส.ค. 2550
นาย คำสิงห์ ภูเยี่ยมจิต · 30 ส.ค. 2550
นาย วรชัย หลักคำ · 30 ส.ค. 2550
นาง มะลิ อุดม · 30 ส.ค. 2550
ถ้าเราพูดเป็นภาษาคนตรีน่าจะดีนะ แค่ตัวโนต7ตัวก็สามารถนำมาเรียงร้อยเป็นเพลงได้อเนกอนันต์ประกอบกับจังหวะจะให้เมามันพลันเศร้าสร้อยก็แสนอาดูร อันที่จริงการพูดนั้นทุกพูดได้ แต่ละคนก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันจึงต้องแยกแยะให้ออกแล้วใช้เหมาะกับสิ่งที่ต้องการ พูดให้เชื่อถือ พูดจุดประกายความคิด พูดกระตุ้นให้อยากรู้ อยากเรียน อยากทดลอง พูดให้มีความเชื่อมั่นในตนเองเป็นต้น...
การเริ่มต้นที่ดีทำให้ทุกคนรู้สึกสบายคลายกังวลพูดเรื่องสบายๆเกี่ยวกับลมฟ้าอากาศเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถร่วมวงสนทนาได้ง่ายแล้วค่อยๆคุยเพิ่มเติมแยกแยะความเหมือนหรือความต่างในเรื่องฤดูกาลที่มีในแต่ละท้องถิ่นใครมีข้อสังเกตุในความแตกต่างความละเอียดละออความน่าเชื่อจะถูกแสดงออกผ่าน การแสดงความคิดเห็นจะทำให้แยกคนออกได้ง่ายขึ้น
ที่กรุงวาติกัน ที่คริสตจักร เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อปี คศ.2000
ผมเองได้รับคำเชิญให้ไปร่วมในฐานะเคยมีบทบาทร่วมเผยแพร่กิจกรรมทางศาสนาพุทธที่ต่างประเทศกับพระภิกษุไทย คือพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณอาจารย์ทอง สิริมังคโล ที่เม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา
บทบาทตอนนั้น ทางคริสตจักร โดยคณะกรรมการศาสนาสัมพันธ์โลกของกรุงวาติกัน ต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในกลุ่มผู้มีบทบาทเผยแพร่คำสอนของทุกศาสนา
มีการให้บุคคลที่เป็นตัวแทนจากศาสนาต่างๆในที่ประชุมพูด คนละ ๕ นาที โดยเขียนหัวข้อที่จะพูดและนำมาหย่อนลงหีบ
ในขณะนั้น ได้มีการใช้เทคนิคการพูดที่ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นวิธีเดียวกันกับสุนทรีย์สนทนาหรือปล่าว?
แต่การพูดหรือบทสนทนานั้น เท่าที่ผมสังเกตดูและมีส่วนร่วมด้วย จะมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้
ผู้พูดและผู้ฟัง มีจุดหมายหรือเป้าประสงค์ร่วมกัน เช่นคราวนั้น เป็นการชุมนุมของกลุ่มผู้ทำกิจกรรมทางศาสนาทุกศาสนาจากทั่วโลก และใช้ dialogue เป็นวิธีการสื่อไปหามวลชน
dialogue ต้องใช้ทักษะในการพูด แน่นอนครับ แต่ที่ลึกไปกว่านั้น ผู้พูดต้องมีทั้งแก่นของเนื้อหาที่จะพูดคือมีความเข้าใจอย่างดีและที่สำคัญคือมีเจตนาที่ดีต่อผู้ฟัง คือสื่อสารออกไปด้วยความรักและความปรารถนาดี คือมีจิตเมตตานั่นเอง
ผมสังเกตเห็นว่า คำพูดที่ทรงพลังที่สุดในขณะนั้น ไม่ได้มาจากผู้พูดที่มีอำนาจมากที่สุด แต่มาจากบุคคลที่เป็นศูนย์กลางแห่งความรัก เช่น ท่านดาไลลามะ และ Pope ที่เพียงแค่ปรากฏตัว โบกมือ ก็ทำให้ผู้คนน้ำตาไหลแล้ว และเมื่อกำลังจะพูด ทุกคนเงียบกริบพร้อมที่จะฟัง...
ผมเห็น ศรัทธา สมาธิ เกิดในขณะนั้น มีจุดศูนย์กลางที่รวมกัน คือการสื่อสารระหว่างใจถึงใจ...การน้อมจิตลงฟังด้วยศรัทธา ด้วยบุคลิกภาพที่สมบูรณ์ไปด้วยเมตตาน้ำเสียงงที่จริงใจ ถ้อยคำที่ง่าย ตรงออกมาจากใจและประสบการณ์จริงกล่อมเกลาผู้คนที่ยังมีจิตที่กระด้างอยู่ให้อ่อนลง...เกิดการรับฟังอย่างจริงจัง...ใคร่ครวญและเกิดปัญญาตามดังนั้น สุนทรีย์สนทนา น่าจะมีส่วนร่วมที่สำคัญ ระหว่างผู้พูด ผู้ฟังและสาระสำคัญที่จะสื่อออกมา ด้วยความรักและปรารถนาดีซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง
ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเท่านี้ก่อนครับดีใจด้วยครับ ที่ ได้ไปฝึกกัน
ทำบ่อยๆ เข้าวง สัก ๒๐ ครั้ง ขึ้นไป โดยมีคุณประคอง คอยร่วมด้วย จะดีมากๆๆ
ตอนนี้ ชาวปูนฯ จัดผู้บริหารไปเรียน กัน เป็น สิบรุ่นเลยครับ
ผมมั่นใจว่า Dialogue เนี่ย ..... กู้ชาติได้ครับ