เมื่อเอิร์มสันแย้งว่า การจัดประเภทฯ ตามประเพณี ไม่เพียงพอต่อความจำเป็นทางศีลธรรม และได้นำเสนอการกระทำเหนือหน้าที่มาใช้เรียกการกระทำแบบนักบุญและแบบวีรบุรุษ (ดู การจัดฯ ๑ )
ต่อมาในปี ค.ศ.1963 ชิสโฮลม์ (Chishohm, Roderick M.) ได้นำเสนอบทความชื่อ Supererogation and Offence : A Conceptual Scheme for Ethics เพื่อนำเสนอแนวคิดเรื่องการจัดประเภทการกระทำทางศีลธรรม ซึ่งผู้เขียนได้เรียกการจัดประเภทฯ ของชิสโฮลม์ว่า การจัดประเภทฯ เชิงตรรกศาสตร์ เพราะเขานำหลักตรรกศาสตร์มาใช้ในการจัดประเภทฯ....
ในเบื้องต้น ได้ใช ้จตุรัสแห่งการตรงกันข้าม มาจำแนกการการะทำออกเป็น ๔ ประการ คือ
-
ข้อผูกพัน (obligatory) คือ สิ่งที่จะต้องกระทำ ถ้าไม่กระทำก็ผิด
- ข้อห้าม (forbidden) คือ สิ่งที่จะต้องไม่กระทำ ถ้ากระทำก็ผิด
- ข้อยินยอมได้ (permitted) คือ สิ่งที่อาจกระทำได้ แต่ไม่บังคับ
- ข้อไม่กำหนด (unrequted) คือ สิ่งไม่จำเป็นที่จะกระทำ อาจงดเว้นได้
ชิสโฮลม์ให้ความเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นของการจัดประเภทฯ เพราะว่านักจริยปรัชญาบางกลุ่ม ได้รวม ข้อยินยอมได้ กับ ข้อไม่กำหนด เข้าเป็น ข้อไม่มีค่าทางศีลธรรม (morally indifferent) ดังนั้น จึงลดเหลือ ๓ ประการ คือ
- ข้อผูกพัน
- ข้อห้าม
- ข้อไม่มีค่าทางศีลธรรม
ซึ่งทั้ง ๓ ประการนี้ ก็คือ การจัดประเภทฯ ตามประเพณี ที่เอิร์มสันยกอ้างขึ้นมานั่นเอง.....
.......
ส่วนประเด็น การกระทำแบบนักบุญและวีรบุรุษ ซึ่งเอิร์มสันอ้างว่าควรจะเรียกว่า การกระทำเหนือหน้าที่ นั้น ... ชิสโฮลม์แย้งว่า...
- ถ้าเราให้ความหมายการกระทำเหนือหน้าที่ว่าเป็น การกระทำดีที่มิใช่ข้อผูกพัน (non-obligatory well-doing) แล้ว ...
- เราก็อาจค้นหาสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความหมายนี้ได้ นั่นคือ การกระทำชั่วที่ยินยอมได้ (permissive-ill doing) ซึ่งเขาเรียกว่า ข้อขัดเคือง (offence)
..........
ชิสโฮลม์ให้ความเห็นว่า การกระทำทั้งหมดอาจประเมินค่าได้อย่างใดอย่างหนึ่งในบรรดา ๓ นัยนี้ คือ
- อาจเป็นสิ่งดีสำหรับการกระทำ
- อาจเป็นสิ่งเลวสำหรับการกระทำ
- ไม่อาจเป็นสิ่งดีหรือเลวสำหรับการกระทำ กล่าวคือ เป็นกลาง
ต่อจากนั้น ชิสโฮลม์ได้นำแนวคิดเหล่านี้้มาจัดประเภทการกระทำทางศีลธรรมไว้ ๙ ประเภท ซึ่งผู้เขียนค่อยนำมาเล่าต่อไป…