ปัญญา : ปัจจัยสนับสนุนความเพียร
ความจากตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จของชีวิตตามแนวทางในพระราชนิพนธ์ "พระมหาชนก" ไว้ 3 ประการคือ ความเพียร ปัญญา และกำลังกาย ซึ่งได้อธิบายปัจจัยที่ 1 คือ "ความเพียร" ไปแล้ว
ในตอนนี้ จะได้พูดถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จ ปัจจัยที่ 2 นั่นคือ ปัญญา เพราะความเพียรที่ถูกต้อง ต้องประกอบด้วยปัญญาจึงจะสนับสนุนความเพียรให้ไปสู่ความสำเร็จได้
ปัญญา ปัจจัยสนับสนุนความเพียร
ปัญญา คือปัจจัยที่สนับสนุนความเพียรให้ดำเนินไปอย่างมั่นคง ต่อเนื่อง ในพระราชปรารภกล่าว่า
" ปัญญาที่เฉียบแหลม"
ปัญญาที่เฉียบแหลม คือ ปัญญาที่สามารถแก้ปัญหาชีวิตได้
ปัญญา มี 2 ลักษณะ คือ
1. ปัญญาที่เกิดจากการศึกษาทางโลก
2. ปัญญาที่เกิดจากการเข้าใจในธรรม เข้าใจชีวิต
พระพุทธศาสนากล่าวสรรเสริญปัญญาในประการหลังมากกว่า เพราะความเข้าใจในธรรม เข้าใจในชีวิต จะช่วยให้เกิดความสำเร็จหลุดพ้นจากปัญหาชีวิตและหลุดพ้นจากกิเลสได้
ในพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก สะท้อนให้เห็นถึง ปัญญา ของพระมหาชนก ว่ามีปัญญาที่เฉียบแหลมอย่างไร โดยเริ่มตั้งแต่พระมหาชนกยังทรงพระเยาว์ ได้ศึกษาคัมภีร์ ไตรเพท และศิลปศาสตร์จนเจนจบเมื่อมีพระชันษาได้เพียง 16 พระชันษาเท่านั้น
ไตรเพท เป็นคัมภีร์สำคัญของศาสนาพราหมณ์ ประกอบด้วยคัมภีร์ทั้งสาม ได้แก่
คัมภีร์ ฤคเวท - คัมภีร์ที่ว่าด้วยการสร้าวโลกและบทสวดสรรเสริญเทพเจ้าทั้งหลาย
คัมภีร์ยชุรเวท - คัมภีร์ที่ว่าด้วยบทสวดสรรเสริญเทพเจ้าซึ่งได้รวบรวมมาจากคัมภีร์ฤคเวท
คัมภีร์สามเวท - คัมภีร์ที่ว่าด้วยบทสวดในพิธีบวงสรวงเทพเจ้า ซึ่งได้รวบรวมมาจากคัมภีร์ฤคเวท
ผู้ที่สามารถเรียนคัมภีร์ไตรเพทได้ต้องอยู่ในวรรณะกษัตริย์หรือวรรณะพราหมณ์เท่านั้น เนื้อหาในไตรเพทยากมาก ผู้เรียนต้องใช้ปัญญาและความเพียรมากจึงจะเรียนได้สำเร็จ และต้องใช้เวลามาก แต่สำหรับพระมหาชนกด้วยพระชันษาเพียง 16 พระชันษาก็สามารถเรียนสำเร็จแล้ว ถ้าเทียบกับเด็กอายุ 16 ปีในปัจจุบันก็คงอยู่ในระดับมัธยมศึกษา แต่สามารถเรียนระดับปริญญาเอกได้ ผิดกับเด็กไทยอายุ 16 ปัจจุบันยังเล่นเกมกันอยู่เลยครับ
ส่วน ศิลปศาสตร์ นั้น เป็นวิชาความรู้ของอินเดียโบราณมี 18 ประการ เช่น ยิงธนู ขี่ม้า ฟันดาบ เป็นต้น ศิลปศาสตร์ เป็นวิชาสำหรับกษัตริย์ต้องศึกษาให้เจนจบเพื่อใช้ในการปกครองและปกป้องบ้านเมือง ซึ่งพระมหาชนกก็สามารถเรียนจบได้ในคราวเดียวกันนี้
สำหรับปัญญาในการแก้ไขปัญหาชีวิตนั้น โดยเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้า พระมหาชนกก็สามารถใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาได้ดี ดังความตอนเรือของพระองค์แล่นกลางมหาสมุทร และเผชิญกับพายุร้ายที่พัดโหมกระหน่ำจนเรือใกล้แตก พระองค์ทรงประเมินสถานการณ์ด้วยสติปัญญาว่าเรือต้องจมเป็นแน่ จึงทรงคิดหาทางเอาตัวรอดด้วยปัญญา พระองค์ไม่กลัว ไม่ฟูมฟายร่ำไห้อ้อนวอนเทพเจ้าให้ช่วยดั่งคนบ้าเช่นพ่อค้าวานิชทั้งหลาย ดังความในพระราชนิพนธ์ว่า
"เรือแล่นด้วยกำลังคลื่นที่ร้ายกาจ ไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ แผ่นกระดานก็แตกด้วยกำลังของคลื่น น้ำเข้ามาแต่ที่นั้นๆ เรือก็จมลงในกลางมหาสมุทร มหาชนกลัวมรณภัย ร้องไห้คร่ำครวญกราบไหว้เทวดาทั้งหลาย พระองค์ทรงทราบว่าเรือจะจม"
การพึ่งตนเองเป็นคุณสมบัติของนักปราชญ์ ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า "อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" พระมหาชนกทรงคิดวิธีเอาตัวรอดโดย
"จึงคลุกน้ำตาลกรวดกับเนย เสวยจนเต็มท้อง แล้วชุบผ้าเนื้อเกลี้ยงสองผืนด้วยน้ำมันจนชุ่ม ทรงนุ่งให้มั่น ทรงยืนเกาะเสากระโดง ทรงกำหนดทิศว่า เมืองมิถิลาอยู่ทิศนี้ ก็กระโดดจากยอดเสากระโดงล่วงพ้นฝูงปลาและเต่าไปตกในที่สุดอุสภะหนึ่ง (70 เมตร) เพราะพระองค์มีพระกำลังมาก"
มีคำถามว่า ทำไมพระมหาชนกต้องรีบเสวยน้ำตาลกรวดกับเนยจนเต็มท้อง ทรงเห็นแก่กินหรือ ในขณะเกิดพายุโหมกระหน่ำอย่างนี้ยังจะมีจิตใจแสวงหาของกินอยู่หรือ?
ก็ต้องตอบว่า นี่คือความฉลาดรอบรู้ของพระองค์ ทรงมีสติคิดได้ว่า การเสวยน้ำตาลกรวดกับเนยนั้นจะให้พลังงานสูง ให้ความอบอ่นแก่ร่างกายได้เพราะพระองค์จะต้องกระโดดลงน้ำและต้องว่ายน้ำไปอีกไกลและนานแค่ไหนไม่รู้ได้ จึงต้องเสวยเอาพลังานไว้ให้มากที่สุดก่อน
อีกคำถามหนึ่งคือ ทำไมพระองค์ต้องเอาผ้าชุบน้ำมันพันกายให้กระชับมั่น คำตอบก็คือ ผ้าชุบน้ำมันนั้นจะไม่ชุ่มน้ำ อมน้ำจนทำให้ตัวหนัก และยังปกป้องร่างกายไม่ให้เปียกน้ำทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนในร่างกายไป
ส่วนที่พระมหาชนกปีนไปอยู่บนเสากระโดงเรือก็เพราะเสากระโดงสูงสมารถมองเห็นไปได้ไกล สามารถกำหนดทิศทางที่จะว่ายน้ำไปยังฝั่งได้ อีกประการหนึ่งพระองค์สามารถกระโดดให้ห่างไกลจากเรือที่กำลังจมซึ่งท้องมหาสมุทรเต็มไปด้วยฝูงปลาและเต่าที่จ้องจะมากินคน
พระมหาชนกนั้นเป็นคนช่างองอาจในการเจรจา มีเหตุผล สามารถแสดงความคิดหักล้างกับนางมณีเมขลาได้ ดังความในพระราชนิพนธ์ความว่า
นางมณีเมขลาถามว่า ใครมาว่ายอยู่กลางมหาสมุทร มีประโยชน์อะไรที่ต้องมาว่ายน้ำอย่างนี้
พระมหาชนกตอบว่า เพราะเราเห็นประโยชน์ของความเพียรน่ะสิจึงว่ายอยู่อย่างนี้
นางมณีเมขลาถามต่อ มหาสมุทรลึกแค่ไหน ฝั่งก็ยังไม่เห็น ถ้าท่านจะจมน้ำตายเสียก่อนจะถึงฝั่งกระมัง
พระมหาชนกตอบ คนเราเมื่อมีความเพียร แม้ตายก็ไม่ติดค้างผู้ใด ลูกผู้ชายย่อมกล้าที่จะทำ ใครรู้ก็จักสรรเสริญ ไม่มีใครนินทาเราได้
นางมณีเมขลาถามต่อ ว่ายน้ำไปยังไม่เห็นผลสำเร็จ ตัวท่านกำลังลำบากอยู่อย่างนี้และตายไปทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นผลสำเร็จจะมีประโยชน์อะไรเล่า
พระมหาชนกตอบเป็นครั้งสุดท้ายว่า คนใดรู้ว่า สิ่งที่ตนทำนั้นไม่สำเร็จจริงๆ แล้วละความเพียรก็จะเป็นคนเกียจคร้าน ไม่รู้จักรักษาชีวิต แต่สำหรับคนที่ต้องการผลสำเร็จของตน แม้จะสำเร็จในภายหน้าหรือไม่ คนเหล่านั้นก็จะทำ ดังผลที่ท่านเห็นอยู่ตอนนี้ พ่อค้าวานิชเหล่านั้นจมน้ำตายหมด เรารอดชีวิตเพียงคนเดียวและยังได้มาพบท่านอยู่บัดนี้ ดังนั้นเราจักทำความเพียรต่อไป
นางมณีเมขลาจนใจไม่รู้จะถามสิ่งใดอีก จึงกล่าวสรรเสริญพระมหาชนกแล้วอุ้มพระองค์ไปส่งถึงฝั่งเมืองมิถิลา
นอกจากนี้พระมหาชนกยังทรงมีพระปัญญาสามารถไขปัญหาได้ถูกต้องและสามารถบอกวิธีการนำขุมทรัพย์ 16 แห่งออกมาใช้สร้างประโยชน์แก่ประชาชนได้ ด้วยเหตุนี้บรรดาอำมาตย์ข้าราชการเมืองมิถิลาจึงพากันอัญเชิญพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองบ้านเมืองและได้อภิเษกกับพระราชธิดาด้วย ดังความสรรเสริญของอำมาตย์ทั้งหลายว่า
"พระมหาชนกสามารถไขอุทานปัญหาของพระโปลชนกราชทั้งสี่ข้อ แล้วตรัสถามว่าปัญหาอื่นอะไรยังมีอีกหรือไม่ อมาตย์ทั้งหลายกราบทูลว่า ไม่มีแล้วพระเจ้าข้า มหาชนต่างร่าเริงแล้วยินดี แล้วว่า โอ อัศจรรย์ พระราชาองค์นี้เป็นบัณฑิตจริงๆ"
ปัญญาของพระมหาชนกยังมีอีกตอนหนึ่งนั้นคือทรงคิดวิธีฟื้นฟูต้นมะม่วงที่มีผลเลิศที่หักโค่นลงเพราะน้ำมือของเหล่าข้าราชบริพารได้ถึง 9 วิธี แล้วทรงดำริว่าถึงเวลาที่จะต้องสร้างสถานศึกษา นามว่า "ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย" ขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งอบรมสั่งสอนพัฒนาปัญญาแก่เหล่าข้าราชบริพารที่ยังเต็มไปด้วยโมหภูมิ โง่เขลาเบาปัญญา พระมหาชนกจึงเปรียบเสมือนบัณฑิตแห่งมิถิลานคร
จากความดำเนินมาโดยลำดับนี้ จะเห็นได้ชัดแจ้งว่า เพราะมีปัญญาจึงสามารถประสบผลสำเร็จได้
ปัญญา เป็นปัจจัยสนับสนุนความเพียร เพราะถ้ามีปัญญาตามลำพังแต่ไม่มีความเพียรก็ไม่สามาระนำไปสู่ความสำเร็จได้ คนที่ปัญญาแต่เกียจคร้านจะยังความสำเร็จมาสู่ตนและชาติบ้านเมืองได้อย่างไร สองสิ่งนี้จึงต้องเป็นปัจจัยสนับสนุนซึ่งกันและกัน ดังพระมหาชนกแห่งมิถิลานครเป็นตัวอย่าง
เพื่อนพ้องน้องพี่ KM ครับ Gotoknow คือขุมทรัพย์แห่งปัญญา หากเราได้ไขออกมาใช้ย่อมยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่ตนและชาติบ้านเมือง Gotoknow มิใช่มีเพียงปัญญาความรู้ให้เราได้ศึกษาเท่านั้น แต่ณ ที่นี้ยังมีความรัก ความห่วงใย อนาทร กำลังใจ ความสนุกสนานคลายเหงา และไมตรีที่สานสัมพันธ์ผ่านโลกไซเบอร์
อบอุ่นเหลือเกินครับ
(เสียดายครับเรื่องพระมหาชนกยังมีต่ออีกตอนหนึ่งครับ โปรดติดตามตอนจบ บทสรุปแห่งความสำเร็จของชีวิต)
คุณ Little Jazz ครับ
ขอบคุณครับที่ติดตามอ่าน เรื่องนี้มีหลายตอนจบครับ โปรดติดตามต่อไปนะครับ
ร่วมปฎิวัติการศึกษาเพื่อความเป็นไท
http://gotoknow.org/blog/plays-learns/320506