เป็นผู้ให้ แล้วเราจะได้อะไร
GIVE and PUHAI
Blog นี้เกิดจากการสนทนาธรรมกับน้องชาย ฅนคอเดียวกันเมื่อวานนี้ และ ท่านก็ได้บันทึกไว้ที่นี่ ( http://gotoknow.org/blog/kamphanat/121841 ) ประเด็นก็มีอยู่ว่า
"เป็นผู้ให้แล้วได้อะไร"
ถ้ายึดติดกับระบบ ยึดติดในกรอบ การให้เสมือนหนึ่งการสูญเสีย เช่น ให้เงินคนอื่น เราก็เหลือเงินน้อยลง ให้เสื้อผ้าเราก็ไม่มีใช้
แต่ถ้าออกนอกกรอบ คิดไร้กรอบ การให้ คือ การพัฒนา
เป็นการพัฒนา ทั้งด้าน จิตใจ อารมณ์ จิตวิญญาณ
เป็นครูหากไม่ให้ความรู้ ชีวิต คงจะสับสน
เป็นผู้บริหาร หากไม่ให้โอกาส ไม่ให้คนที่มีความสามารถมาช่วยงาน มาสร้างงาน มาเป็นผู้เรียนรู้ คงจะเสียดายเวลา
เป็นผู้ที่นำการจัดการความรู้มาเติมเต็มงานประจำไม่ไห้ ทีมงานมาร่วมแรงรวมใจ ไม่ให้มีเครือข่าย เราก็จะไม่เกิดการไหลเวียนขององค์ความรู้
เงินทองหาได้ หากขยันทำงานเป็น
แต่ความรู้ และ ประสบการณ์ที่เกิดจากการเรียนรู้ ซื้อหาไม่ได้
หาก
ไม่ให้มีการ ลปรร
ไม่ให้มีเครือข่าย
ไม่ให้มีเวที
ไม่ให้มี GotoKnow มา Show and Share ครับ ผู้ให้ Giver
สักวันจะ Grow เติบโตไปด้วยกันครับ
ให้โอกาส
ให้กำลังใจ
ให้เวลา
ให้ความเป็นเพื่อน
ให้ความเป็นฅน
ให้ความเป็นกันเอง
ให้ความรัก
ให้ความรู้
ให้ ให้ และ ให้ ครับ.....
มาเป็น "ผู้ให้ ให้โดยใช้คุณธรรมนำความรู้ คู่ความพอเพียง" ครับ
JJ2007
ขอร่วมเป็นผู้ให้ด้วยคนครับ
ได้ กุศล
กุศลนี่เอง เป็น ทรัพย์ ใช้ข้ามภพ ข้ามชาติได้ ใครก็มาขโมยไปไม่ได้ ไม่สูญหาย
ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันเป็น "นาบุญ" แบบธรรมชาติ ดีที่สุดครับ .. สุขจากการให้นั้นอิ่มนาน และยั่งยืนกว่าสุขตื้นๆเพราะการรับครับ
วันนี้มีอบรมครูในเขตกทม.กว่า 200 คน ช่วงเช้า ศ.ดร.สุวิมล ว่องวาณิช พูดในที่ประชุมว่าครูบางคน บอกว่าไม่อยากนำเสนอผลงานวิจัยเพราะกลัวเพื่อนเลียนแบบ ช่วงบ่ายผมเลยนำมาขยายผลต่อตอนคุยเรื่องพลังของ Blog ว่า .. ถ้าเป็นครูนักวิจัย แล้วยังกลัวใครลอกเลียนความรู้ ก็จงไปหาที่อยู่ที่ไหนก็ได้ คนเดียวเถิด .. คนเปิด Blog เขียนบันทึก ถ้าไม่ทำด้วยใจ อยากให้ อยากแบ่งปัน ทำได้ไม่นานก็จบ