การเรียนรู้ระหว่างผู้ดูแลหรือผู้ปกครองผู้ที่กำลังรับบริการทางกิจกรรมบำบัดเป็นเรื่องสำคัญมากพอๆกับการให้กิจกรรมการรักษาที่คลินิกเพราะผู้บำบัดไม่ได้ฝึกผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลาและไม่ได้เรียนรู้ทักษะของผู้รับบริการในทุกๆกิจกรรมการดำเนินชีวิตสื่อการรักษาหนึ่งทางกิจกรรมที่ควรจะมีในนักกิจกรรมบำบัดทุกท่านคือ Teaching and Learning Process แต่ต้องเพิ่มหลักการของ Psychosocial Education ได้แก่ การศึกษาทักษะทางจิตสังคม (ทัศนคติ ความสนใจ นิสัย คุณค่าและการกระทำที่มีเป้าหมายต่อกิจกรรมที่มีความหมายของชีวิตใดๆ) ของผู้รับบริการผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมีลำดับขั้นและมีเหตุผลระหว่างผู้บำบัดและผู้ดูแลผู้รับบริการในวันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมลองให้น้องนักกิจกรรมบำบัดท่านหนึ่งเริ่มการให้ความรู้ในเชิงปฏิบัติจากปัญหาของผู้ป่วยอัมพาตที่ชอบกิจกรรมจำพวกเคลื่อนไหวน้อยๆและไม่มีความหมายต่อการเพิ่มทักษะการใช้แขนและมือในชีวิตประจำวันมากนักมีการสอบถามและบันทึกกิจกรรมตลอดวันและปรับเปลี่ยนให้มีกิจกรรมที่เน้นการเคลื่อนไหวอย่างมีคุณค่าสลับกับช่วงพักผ่อนที่มีมากจนเกินไปจากนั้นลองให้ผู้ดูแลสร้างสถานการณ์จำลองบ้านของผู้ป่วยว่าน่าจะเสริมหรือปรับกิจกรรมที่เคยทำอยู่แล้วให้มาบำบัดการใช้แขนข้างที่อ่อนแรงมากขึ้นกิจกรรมที่คิดได้ คือการหยิบของในทิศทางที่แน่นอนและเน้นการใช้แขนและมือข้างอ่อนแรงสลับกับทั้งสองข้างเพื่อให้ระบบประสาทเรียนรู้การเคลื่อนไหวที่ถูกต้องและมีเป้าหมายที่สำคัญเป็นการปรับจากกิจกรรมที่มีอยู่แล้วและเน้นคุณภาพของการทำกิจกรรมมากกว่าปริมาณของการทำกิจกรรมจากนั้นก็ให้ลองวิเคราะห์ว่ากิจกรรมดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาอะไรหรือไม่เพราะผู้ป่วยชอบใช้แรงที่ตึงตัวมากจนเกิดท่าทางที่ผิดปกติ เช่นเอียงตัวไปข้างอ่อนแรงและงอศอกเมื่อหยิบสิ่งของด้วยมือข้างที่อ่อนแรงดังนั้นนักกิจกรรมบำบัดต้องสอนวิธีการจับจุดข้อต่อที่สามารถควบคุมแรงที่มากผิดปกติและรู้จักผ่อนแรงไม่ให้ควบคุมจนถึง๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จนดูเหมือนการเคลื่อนไหวแบบหุ่นยนต์ที่สำคัญต้องไม่ลืมอธิบายให้ผู้ป่วยเห็นภาพว่าการลดหย่อนแรงควบคุมจากผู้บำบัดและส่งเสริมให้มีการควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสมจากแรงของผู้ป่วยเองควรใช้การสื่อสารให้เห็นภาพขณะสอนผู้ดูแลหรือบอกผู้ป่วยและลองให้ผู้ดูแลทำให้ดูจนแน่ใจว่าเค้าสามารถนำไปฝึกผู้ป่วยต่อเองที่บ้านและนำปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อฝึกจริงมาทบทวนและวางแผนช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไปในครั้งหน้าการจัดบทเรียนแบบนี้ควรทำควบคู่ไปกับโปรแกรมฝึกตัวต่อตัวกับผู้ป่วยด้วยน่าจะเห็นประสิทธิผลของการรักษาทางกิจกรรมบำบัดเป็นลำดับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
Helper/Parent Education Course
ฝึกผู้ดูแลผู้ป่วยให้รู้จักวิเคราะห์และปฏิบัติโปรแกรมที่บ้าน โดยมีนักกิจกรรมช่วยจัดการเรียนรู้ เริ่มขึ้นแล้วครับที่มหิดล
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Mr. Jakrin Inpoo · 24 ส.ค. 2550
ธีราวุธ · 24 ส.ค. 2550
chainung · 24 ส.ค. 2550
นาย คำสิงห์ ภูเยี่ยมจิต · 24 ส.ค. 2550
นางสาว อรวรรณ ถือสัตย์ · 24 ส.ค. 2550