1. ภูมิหลัง ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 หมวด 4 มาตรา 27 ที่กำหนดให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ การดำรงชีวิตการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ และให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่จัดทำสาระหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพ ปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ และมาตรา 29 ที่กำหนดให้ สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนโดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรมมีการแสวงหาความรู้ ข้อมูลข่าวสารรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาและวิทยากรต่างๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ รวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน และหมวด 8 มาตรา 58 ( 2 ) กำหนดให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันสังคม ได้ระดมทรัพยากรเพื่อจัดการศึกษาโดยเป็นผู้จัด และมีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษา บริจาคทรัพย์สินและทรัพยากรอื่นให้แก่สถานศึกษา มีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาตามความเหมาะสมและความจำเป็น โดยเฉพาะหมวด 1 ความมุ่งหมายและหลักการในมาตรา 6 กำหนดให้การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มีความรู้คู่คุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรม ในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (สำนักงานรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน), 2547.) กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหน่วยงานในส่วนกลาง มีภารกิจสำคัญในการจัดและส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีหน้าที่ในการจัดทำนโยบายและจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้กำหนดจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นโดยกำหนด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ให้ผู้เรียนรักประเทศชาติ รักท้องถิ่น มุ่งทำประโยชน์ สร้างสิ่งดีงามให้สังคม มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ภาษาไทย ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาไทย ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องนำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ไปใช้จัดการศึกษาให้บรรลุตามจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานนับเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญในการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการศึกษาของผู้เรียน เป็นฐานในการบริหารจัดการศึกษาที่เหมาะสมที่สุดกับบริบทสังคมในท้องถิ่นที่สถานศึกษานั้นตั้งอยู่ เพราะสถานศึกษามีความใกล้ชิดกับผู้เรียนและชุมชนมากที่สุด รับรู้ปัญหาความต้องการของผู้เรียนและของชุมชนเป็นอย่างดี กล่าวคือสถานศึกษาจะต้องจัดทำรายละเอียดหลักสูตรของตนเองเพื่อเป็นกรอบในการจัดการเรียนรู้ให้เป็นไปตามมาตรฐานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสนองต่อความต้องการของชุมชน ตลอดจนความถนัด ความสนใจและความสามารถของผู้เรียนให้เกิดการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ สถานศึกษาสามารถดำเนินการได้โดยที่สถานศึกษา วิเคราะห์กำหนดให้ได้จากลักษณะต่างๆ เช่น กำหนดทดแทน หรือเพิ่มเติมจากตัวอย่างสาระการเรียนรู้ แกนกลางที่กระทรวงกำหนดไว้และกำหนดลักษณะเป็นแหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เรียนรู้สาระนั้นๆ หรือการกำหนดเป็นหลักสูตรเพิ่มเติม สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นที่กำหนดเนื้อหาสาระการเรียนรู้ขึ้นเองจากสภาพปัญหา และความต้องการของท้องถิ่นนั้นๆ จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีรายละเอียดข้างต้น โรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์จึงได้จัดทำสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม ซึ่งทางโรงเรียนเห็นว่าชุมชนในตำบลไตรตรึงษ์ มีสิ่งที่ควรศึกษาหลายประการ อาทิเช่น สถาปัตยกรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปะการแสดงพื้นบ้าน เป็นต้น ซึ่งนับวันสิ่งที่ทรงคุณค่าต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าไม่ได้นำมาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ให้เห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมก็ย่อมที่สูญหายไป โดยทั้งนี้ทางโรงเรียนจัดให้เรียนรู้เป็นหน่วย ๆ รายวิชาเรียกว่าวิชาสาระเรียนรู้ท้องถิ่นเรียนรู้เมืองไตรตรึงษ์ ในช่วงชั้นที่ 2 โดยใช้เวลาเรียน 80 ชั่วโมง/ปี โดยมีเนื้อหาสาระการเรียนรู้หลักอยู่สามเนื้อหา ดังต่อไปนี้ สาระการเรียนรู้ไตรตรึงษ์ 1 มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองไตรตรึงษ์ สาระการเรียนรู้ไตรตรึงษ์ 2 มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับศิลปะการแสดงพื้นบ้าน และสาระการเรียนรู้ไตรตรึงษ์ 3 มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับพืชสมุนไพรพื้นบ้านและสิ่งแวดล้อมธรรมชาติของท้องถิ่น พร้อมกันนี้ได้พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการส่งเสริมให้มีการใช้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นในกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ ตามขั้นตอนการบริหาร ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ขั้นตอนที่ 2 จัดทำข้อมูลพื้นฐาน สำรวจข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ขั้นตอนที่ 3 กำหนดขอบเขตของเนื้อหา ขั้นตอนที่ 4 กำหนดเป้าหมายหรือจุดประสงค์การเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 5 การจัดทำคำอธิบายรายวิชาหรือเนื้อหาวิชา จัดทำสาระการเรียนรู้ แผนการสอน สื่อการเรียนการสอน ขั้นตอนที่ 6 ดำเนินการใช้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น “ เรียนรู้เมืองไตรตรึงษ์ ” โดยดำเนินการใช้จัดการเรียนการสอนในโรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ ในปีการศึกษา 2549 ขั้นตอนที่ 7 กำกับ ติดตาม และประเมินผล การดำเนินงานการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นของโรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ ในปีการศึกษา 2549 ปัจจุบันโรงเรียนจัดทำรายงานผลโดยเน้นขั้นตอนที่ 7 กำกับ ติดตาม และประเมินผล การดำเนินงานการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นของโรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ ในปีการศึกษา 2549 ได้ดำเนินการโดยใช้ทฤษฎีเชิงระบบ ( Systems Analysis ) ในด้านปัจจัยป้อนเข้า (Inputs) ด้านกระบวนการ ( Process ) ด้านผลผลิต ( Outputs) เพื่อทราบถึงการบริหารจัดการเรียนรู้จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป 2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2.1 เพื่อติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นของโรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ ในปีการศึกษา 2549 2.2 เพื่อรายงานผลการใช้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นโรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ ในปีการศึกษา 2549 3. ความสำคัญของการวิจัย 1. ผลของการศึกษาครั้งนี้จะทำให้ทราบถึงการติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น “ เรียนรู้เมืองไตรตรึงษ์ ” ระดับช่วงชั้นที่ 2 ปีการศึกษา 2549 2. ผลของการศึกษาครั้งนี้จะทำให้ทราบถึงผลที่เกิดจากการเรียนรู้ของผู้เรียน ในการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น “ เรียนรู้เมืองไตรตรึงษ์ ” ระดับช่วงชั้นที่ 2 ปีการศึกษา 2549 3.3 ผลการวิจัยครั้งนี้จะเป็นแนวทางในการพัฒนาการบริหารการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น “ เรียนรู้เมืองไตรตรึงษ์ ” ต่อไป4. ขอบเขตของการวิจัย 4.1 การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับผลติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น “ เรียนรู้เมืองไตรตรึงษ์ ” ของครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน นักเรียนของโรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ปีการศึกษา 2549 โดยใช้ทฤษฎีเชิงระบบ ( Systems Analysis ) 4.2 การวิจัยครั้งนี้มุ่งวัดผลอันเกิดจากการเรียนรู้ในการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น “ เรียนรู้เมืองไตรตรึงษ์ ” ของนักเรียน 4.3 ประชากร ประกอบด้วย 4.3.1 ครูผู้สอนช่วงชั้นที่ 2 ปีการศึกษา 2549 จำนวน 6 คน 4.3.2 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2549 จำนวน 15 คน 4.3.3 ผู้ปกครองนักเรียน ปีการศึกษา 2549 จำนวน 132 คน 4.3.4 นักเรียนช่วงชั้นที่ 2 ปีการศึกษา 2549 จำนวน 132 คน 4.3 กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย 4.3.1 ครูผู้สอนช่วงชั้นที่ 2 ปีการศึกษา 2549 จำนวน 6 คน 4.3.2 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2549 จำนวน 15 คน 4.3.3 ผู้ปกครองนักเรียน ปีการศึกษา 2549 จำนวน 100 คน 4.3.4 นักเรียนช่วงชั้นที่ 2 ปีการศึกษา 2549 จำนวน 100 คน5. นิยามศัพท์เฉพาะ 5.1 การติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานการจัดการเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการขั้นตอนการจัดการบริหารโดยใช้ทฤษฎีเชิงระบบ ( Systems Analysis ) 3 ด้าน ได้แก่ ด้านปัจจัยป้อนเข้า (Inputs) ด้านกระบวนการ ( Process ) ด้านผลผลิต ( Outputs) 5.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น หมายถึง รายละเอียดของข้อมูลสารสนเทศรวมทั้งเนื้อหาองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับท้องถิ่นในด้านต่าง ๆ เช่น ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม สภาพเศรษฐกิจ สังคม การดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา ฯลฯ 5.3 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น “ เรียนรู้เมืองไตรตรึงษ์ ” หมายถึง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นของตำบลไตรตรึงษ์ ที่กำหนดเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมา การดำรงชีวิต ศิลปะวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา ฯลฯ โดยใช้จัดการเรียนการสอนในโรงเรียน ระดับช่วง ชั้นที่ 2 5.4 การจัดการเรียนการสอน หมายถึง กระบวนการการจัดการเรียนการสอน ระดับ ช่วงชั้นที่ 2 ในโรงเรียนตามเนื้อหาสาระของสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น “ เรียนรู้เมืองไตรตรึงษ์ ” จำนวน 3 สาระการเรียนรู้ ดังนี้ 5.4.1 สาระการเรียนรู้ไตรตรึงษ์ 1 มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โบราณวัตถุของเมืองไตรตรึงษ์ ใช้ศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 5.4.2 สาระการเรียนรู้ไตรตรึงษ์ 2 มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับภาษา วรรณกรรม และศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ใช้ศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 5.4.3 สาระการเรียนรู้ไตรตรึงษ์ 3 มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับพืชสมุนไพรพื้นบ้าน และสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติของท้องถิ่น ใช้ศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 5.5 ครูผู้สอน หมายถึง ครูผู้สอนของโรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ ช่วงชั้นที่ 2 จำนวน 6 คน ในปีการศึกษา 2549 5.6 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ จำนวน 15 คน. ในปีการศึกษา 2549 5.7 ผู้ปกครองนักเรียน หมายถึง ผู้ปกครองนักเรียนของโรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ ช่วงชั้นที่ 2 (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ) จำนวน 132 คน ในปีการศึกษา 2549 5.8 ผู้เรียน หมายถึง นักเรียนของโรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ ช่วงชั้นที่ 2 (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ) จำนวน 132 คน ในปีการศึกษา 25496. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ผลการวิจัยครั้งนี้สามารถนำไปพัฒนาการบริหารจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น “ เรียนรู้เมืองไตรตรึงษ์ ” ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานศึกษา สภาพผู้เรียน ชุมชน และท้องถิ่นได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
บทที่ 1
บทนำ
สวัสดีค่ะ
อ่านบันทึกแล้วค่ะ ถ้าบันทึกเรื่องเล่าความสำเร็จของผอ.ไม่ต้องยาวมากนักจะน่าสนใจมากค่ะ แต่บันทึกนี้ขอยกนิ้วให้ค่ะ เล่าเรื่องหลักสูตรท้าวแสนปมก็ได้ค่ะ จะคอยอ่านค่ะ อย่าลืมขยายผลการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนด้วยนะคะ...
อ่านแล้วสนุก