<p style="margin: 0in 14.2pt 0pt; text-indent: 57.8pt; line-height: 150%" class="MsoNormal" align="left"></p>เป็นที่รับรู้กันทั่วไปในแวดวงผู้ที่ศึกษานพลักษณ์ หรือ เอ็นเนียแกรม ในประเทศไทยว่า วิทยากรหรือใครก็ตามไม่มีสิทธิ์ที่จะระบุลักษณ์ให้ผู้อื่น แม้ว่าจะสนิทสนมกันหรือรู้จักกันมาดีเพียงใด เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ….. <p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">เพราะ นพลักษณ์เป็นศาสตร์ที่เน้นการสังเกตตนเอง ว่าแต่ละบุคคลมีพฤติกรรมต่างๆ เนื่องด้วยแรงจูงใจใดเป็นตัวผลักดัน ซึ่งจะสะท้อนถึงกิเลส ความคิดยึดติด การใส่ใจ และโลกทัศน์ของคนแต่ละลักษณ์ </p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">ดังนั้นบุคคลอื่นจะสังเกตได้เพียงพฤติกรรมที่แสดงออกภายนอกเท่านั้น ทั้งนี้มีแต่ตนเองเท่านั้นที่จะไตร่ตรองและย้อนนึกไปพิจารณาว่า อะไรเป็นแรงจูงใจที่แท้จริงในแต่ละพฤติกรรม</p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">เมื่อผู้นั้นสังเกตและค้นพบแล้วว่าแบบแผน หรือกลไกการทำงานทางจิตของตนเองเป็นเช่นไร แล้วนำไปเทียบเคียงตามทฤษฎีนพลักษณ์ ก็จะสามารถระบุว่าตนเองเป็นลักษณ์ใด </p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">การศึกษานพลักษณ์จะนำไปสู่การข้ามพ้น “กับดัก” ที่คนแต่ละลักษณ์มักจะทำโดยไม่รู้ตัว และหลายครั้งสิ่งนั้นเป็นสาเหตุแห่งทุกข์ทั้งกับตนเองและผู้อื่น ซึ่งประเด็นนี้ในแวดวงนพลักษณ์เรียกว่า “การเติบโต” </p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">นพลักษณ์เปรียบเสมือนแผนที่ชีวิต หรือแบบแผนกลไกทางจิตที่อธิบายความเป็นคนได้อย่างลึกซึ้งและซับซ้อน</p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">ซึ่งเมื่อผู้ใดแกะร่องรอยการทำงาน หรือ กลไกทางจิตของตนเองออกในเบื้องต้นแล้ว มักจะนำไปสู่การไขความลับในสิ่งที่ตนเองเป็น รู้สึก และคิด แล้วตอบตนเองไม่ได้มาโดยตลอดได้อย่างแปลกประหลาด เพราะคนในลักษณ์เดียวกันมักจะมีแบบแผนซ้ำๆกัน </p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">ศาสตร์นี้เป็นศาสตร์โบราณ และได้ถูกนำมาทดสอบกับคนจำนวนมากในยุคปัจจุบันแล้ว โดยนักจิตวิทยา และครูเอ็นเนียแกรมจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา พบว่า “แผนที่ชีวิต” นี้ยังคงใช้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะเป็นคนที่มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์ และอาชีพ</p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">ในชีวิตการทำงาน เราสามารถพบคนทั้ง 9 ลักษณ์ ที่เป็นบุคคลระดับบริหาร หรือเป็นผู้นำองค์กร ซึ่งก็จะมีบุคลิกภาพที่แตกต่างกันไปตามลักษณ์ของตน เพราะมีแรงจูงใจแตกต่างกัน </p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">บุคลิกภาพอาจจะดูคล้ายกันมากในบางลักษณ์ ประกอบกับการที่ผู้นำทั้งหลายผ่านประสบการณ์ชีวิตที่จะปรับปรุงตนเอง พัฒนาตนเอง และเลือกใช้เครื่องมือ หรือเทคนิคการบริหารงานที่คล้ายกัน</p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">ข้อเขียนนี้จะชี้ให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของแต่ละลักษณ์ โดยพิจารณาจากแรงขับที่สำคัญคือ กิเลส และความคิดยึดติดประจำลักษณ์ เป็นหลัก โดยจะเปรียบเทียบให้เห็นจุดแข็ง จุดอ่อน ของภาวะผู้นำของคนแต่ละลักษณ์ และเปรียบเทียบระหว่างลักษณ์เดียวกันที่ “รู้ตัว” และ “ไม่รู้ตัว”</p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">การ “รู้ตัว” ในที่นี้หมายถึง มีความไวในการสังเกต หรือ ตรวจจับ รับรู้การขับเคลื่อนของกิเลส และความคิดยึดติดประจำลักษณ์ แล้วสามารถข้ามพ้น หรือเท่าทันมัน ไม่ปล่อยให้ตัวเองมีพฤติกรรมไปรับใช้กิเลส หรือ ความคิดยึดติด และกระทำพฤติกรรมต่างๆ ไปตามความใส่ใจประจำลักษณ์ของตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่ “ญาณทัศนะ (Holy Idea)” และ “คุณธรรม (Holy Virture)” ประจำลักษณ์</p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">“ญาณทัศนะ” คือ การหยั่งรู้ได้เองถึงปัญหาลึกซึ้งบางประการ ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยความคิด วิเคราะห์ </p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">ส่วน “คุณธรรม” คือ การตอบสนองโดยอัตโนมัติซึ่งไม่ถูกกำหนดด้วยความชอบ หรือไม่ชอบส่วนตัว </p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0in 14.2pt 0pt 0in" class="MsoBodyTextIndent">ความเป็นผู้นำของคน 9 ลักษณ์ มักจะพบคุณค่าประจำลักษณ์ดังนี้ </p><table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
ลักษณ์หนึ่ง
ลักษณ์สอง
ลักษณ์สาม
ลักษณ์สี่
ลักษณ์ห้า
ลักษณ์หก
ลักษณ์เจ็ด
ลักษณ์แปด
ลักษณ์เก้า
</tbody></table>