ฉันอยากเล่า

bird
วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล

ฉันอยากเล่า
เมื่อวันที่ 16 สค. 50 ผมและคณะติดตามนิเทศงาน จาก สสข.1 ชัยนาท ได้มีโอกาสไปอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรอำเภอบอกผมว่า  จะพาไปพบคุณป้าคนหนึ่งที่ร่วมโครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง ของกรมส่งเสริมการเกษตร ผมตกลงรับการเชิญ..ก่อนออกเดินทางมีเพื่อนผมซึ่งเป็น นวส.อำเภอนี้ พูดว่าถ้าไปเจอป้าสมพิศ อย่าลืมคุยเรื่อง "ฉันอยากเหล้า" กับคุณป้าล่ะ..ผมเลยตอบไปว่ามันยังเช้าอยู่ผมยังไม่เปรี้ยวปากหรอกเพื่อน.. หลังจากนั้นผมและคณะก็เดินทางไป ตำบลตลาดใหม่ อำเภอวิเศษชัยชาญ โดยการนำทางของคุณพี่สนอง นวส. รับผิดชอบตำบลนี้
ระยะทางประมาณ 10 กม. ก็ถึงแปลงเรียนรู้  economy พวกเราพากันลงจากรถตู้เดินไปที่ศาลาเรียนรู้ซึ่งกำลังก่อสร้างใหม่มีเกษตรกร 3-4 คน คอยต้อนรับ..เราถามหาป้าสมพิศ ก็ได้รับคำตอบว่าป้าแกขี่มอเตอร์ไซด์ ไปซื้อของ เดี๋ยวก็จะมาพวกเราแยกกันคุยกับชาวบ้านตามอัธยาศรัย บ้างก็ไปถ่ายรูป บ้างก็เดินดูแปลงกิจกรรม ..สักพักก็มีมอเตอร์ไซด์วิ่งเข้ามา..คุณป้าสมพิศ นั้นเอง** เมื่อเราทักทายกันแล้ว ป้าแกก็คุยเรื่องโครงการที่ทำ..ผมก็เลยลองถามเรื่อง "ฉันอยากเหล้า" พอผมพูดจบคุณป้าก็เอามือล้วงเข้าไปในย่าม!!!! ผมแอบนึกในใจว่าคงได้ดื่มสูตรเด็ด (เปรี้ยวปากนิดๆ) แต่ที่ไหนได้ @ กลายเป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ ที่หน้าปกเขียนว่า "ฉันอยากเล่า" แล้วมีข้อความบรรทัดล่างว่า..เศรษฐกิจพอเพียงและลดต้นทุน  ผมขอคุณป้ามา 1 ฉบับ(เล่ม) บอกแกว่าผมจะอ่านแล้วนำไปเขียนในบล็อก ป้าก็อนุญาต ก็เลยเป็นที่มาของเรื่องที่ผมจะนำมาเล่าให้สมาชิกอ่านกันนะครับ...ก่อนอื่น ขอนำข้อความที่อยู่ในเล่มของแกมาใส่ไว้ เช่น หน้าที่อยู่หลังปก เป็นบางส่วนของบทอาขยาน....
วิชาเหมือนสินค้า  อันมีค่าอยู่เมืองไกล   ต้องยากลำบากไป   จึงจะได้สินค้ามา   ขี้เกียจคือปลาร้าย   จะทำลายให้เรือจม   เอาใจเป็นปืนคม   ยิงระดมให้จมไป   จงหมั่นมั่นหมายใจ   จึงจะได้วิชามา
หน้าถัดมา....ฉันอยากจะเล่าเรื่องเกษตรพอเพียง  ลดต้นทุนในการทำนาและรักษาสิ่งแวดล้อม  ฉันเล่าเรื่องความเป็นไปในการใช้สารเร่ง พด.1,2,3,6,7,8 ในการลดต้นทุนลดสารเคมี ลดปุ๋ยเคมี และฮอร์โมนต่างๆ ในนาข้าว สวนผลไม้ พืชผัก การปรับปรุงบำรุงดิน" พอนึกถึงการใช้ยาเคมีแล้วมันน่ากลัวมาก" สำหรับความคิดของฉัน ฉันจึงหาวิธีต่างๆ จนวันหนึ่งได้พบกับเกษตรอำเภอวิเศษชัยชาญ เมื่อปี2538 ได้รับการแนะนำให้ทำปุ๋ยหมักของคิวเซ. หมักทำปุ๋ยหมักแห้ง น้ำชีวภาพ
สมุนไพร ฮอร์โมนต่างๆ ทำใช้ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ทำอยู่2ปี เกิดท้อใจก็หันมาใช้กับดักกาวเหนียวทำได้ผลแต่ก็หาซื้อยากราคาแพงมาก ต่อมาใช้ดวงไฟสีฟ้าล่อ ทำอยู่คนเดียวแมลงมากันไม่หยุด ต่อมามีเจ้าหน้าที่นำมุ้งขาวมาให้ใช้คลุมแปลง..ใช้ได้ 3 ปี ก็ขาด แล้วก็ไม่มีมาให้อีก จนมารู้จัก พด.ของกรมพัฒนาที่ดินที่เป้นสารเร่งในการหมักต่างๆ(แต่ก็ขอยากมากต้องขอผ่านเกษตรอำเภอ)ฉันมาคิดว่าเรื่องอินทรีย์ชีวภาพและสมุนไพร คงจะเป็นการลดต้นทุนและลดสารเคมีได้ตริง  จึงตั้งใจว่าจะทำให้ได้ผลสำเร็จให้ได้ จึงหันมาหมักปุ๋ยจาก พด.1หมักปุ๋ยน้ำชีวภาพ พด.2 หมักสมุนไพรจาก พด.7 และฮอร์โมนเหมือนเดิม เริ่ม พ.ศ.2544-2545 สองปีจึงสำเร็จได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ฉันดีใจมากที่ทำสำเร็จ ต่อมาหน่วยงานราชการ เช่น สหกรณ์ ธ.ก.ส. ก็เริ่มพาเราไปดูงาน ในอำเภอต่างๆ เช่นด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ในเรื่องปลูกผัก เราก็ได้รับความรู้จากเขามาเป็นบางส่วน เพื่อเอามาผสมผสานกับของเรา ไปอำเภอพนมทวน ไปจังหวัดสุพรรณบุรี เรื่องการลดต้นทุน ลดสารเคมี ไม่เผาตอซัง แต่ต้องใช้เวลานานมากจึงจะไถตีได้ ฉันจึงคิดทดลองใหม่ ในแบบของฉัน หมักเพียง 7 วัน ก็สามารถไถได้ (มีต่อคราวหน้านะครับ)  sompit

ป้าสมพิศ  โตสวัสดิ์   อายุ หกสิบกว่าแล้ว

ยังซิ่งมอไซด์ สบายๆ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ก่อการจัดการความรู้กรมส่งเสริมการเกษตร

คำสำคัญ (Tags)#พอนึกถึงการใช้ยาเคมีแล้วมันน่ากลัวมาก

หมายเลขบันทึก: 121130, เขียน: 21 Aug 2007 @ 22:10 (), แก้ไข: 15 Jun 2012 @ 18:28 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

    ขอบพระคุณมากครับที่นำมาแบ่งปัน