เริ่มจากตอนเช้าครับด้วยการเขียนสคริปบทรายการโฮมรูมเรื่องประวัติความเป็นมาของวันเด็ก ซึ่งจากการเขียนสคริปในครั้งนี้ทำให้ทราบถึงรายละเอียดต่างๆของวันเด็กเช่น

  • ความหมาย
  • พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายของคำว่า “เด็ก” ไว้ดังนี้
  • เด็ก หมายถึง คนที่มีอายุยังน้อย, ยังเล็ก
  • เด็กชาย คือ คำนำเรียกเด็กผู้ชายที่มีอายุไม่เกิน ๑๔ ปีบริบูรณ์
  • เด็กหญิง คือ คำนำเรียกเด็กผู้หญิงที่มีอายุไม่เกิน ๑๔ ปีบริบูรณ์
  • ความเป็นมาของวันเด็ก(สุรภักดิ์ อนุกูล วันสำคัญของไทย, หน้า ๕ - ๘)

          เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญยิ่งของประเทศชาติ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคง เด็กจึงควรเตรียมตัวที่จะเป็นกำลังของชาติด้วย การขยันหมั่นศึกษาหาความรู้และใช้เวลาให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย มีความขยันขันแข็งตั้งใจทำงานด้วยความรับผิดชอบยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนมีความเมตตากรุณาช่วยเหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่น เสียสละและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม ช่วยกันรักษาความสะอาดและอนุรักษ์ทรัพยากร ตลอดถึงสาธารณสมบัติส่วนรวมของชาติ หากเด็กทุกคนได้ตระหนักถึงอนาคตของตนและของประเทศชาติ โดยพยายามประพฤติปฏิบัติตนให้ได้ตามที่กล่าวข้างต้นอย่างเหมาะสมกับวัยแล้วก็จะได้ชื่อว่าเป็น “เด็กดี” ชาติบ้านเมืองก็จะเจริญมีความผาสุกร่มเย็นตลอดไป

          ความคิดในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เพื่อกระตุ้นให้เด็กได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเองนั้นนายวีเอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศได้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของเด็ก วันเด็กแห่งชาติของประเทศไทยจึงมีขึ้นในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ และปฏิบัติกันเรื่อยมาถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๖ต่อมาเห็นว่าวันเสาร์ที่ ๒ ของเดือนมกราคม เหมาะสมสำหรับการจัดงานวันเด็กมากกว่า เนื่องจากพ้นฤดูฝนและเป็นวันหยุดราชการ แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงได้จัดกันตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๘ งานวันเด็กแห่งชาติจึงจัดใหม่ให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ ๒ ของเดือนมกราคม มาจนถึงบัดนี้

          ในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติรัฐบาลได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติขึ้นคณะหนึ่งทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน กำหนดฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้เด็กทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียนพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อให้เด็กได้รู้ถึงความสำคัญของตนเอง รู้ถึงความมีระเบียบวินัย ความรู้จักสิทธิหน้าที่ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข

          ทุกปีเมื่อถึงวันเด็กแห่งชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานพระบรมราโชวาท สมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงโปรดประทานพระคติธรรม และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะมอบคำขวัญวันเด็กให้กับเด็กไทยทุกปี อาทิเช่น พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๒๘

          “คนทุกคนมีภาระต้องทำ แม้เป็นเด็ก ก็มีภาระอย่างเด็ก คือศึกษาเล่าเรียน หมายความว่าจะต้องเรียนให้รู้วิชา ฝึกหัดทำการงานต่าง ๆ ให้เป็น อบรมขัดเกลาความประพฤติและความคิดจิตใจให้ประณีต ให้สุจริตแจ่มใสและเฉลียวฉลาดมีเหตุผล เพื่อจักได้เติบโตขึ้นเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและมีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง”

          หรือคำขวัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๙

          “เด็กต้องหัดทำตัวให้สุภาพอ่อนโยน หมั่นขยัน เอางานเอาการ เอื้อเฟื้อช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจอยู่เสมอให้ติดเป็นนิสัย จักได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีมีประโยชน์และมีความเจริญมั่นคงในชีวิต”

จนถึงเวลา 12.30น. ได้ทำการบันทึกภาพโทรทัศน์โดยผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิตจะเป็นผู้อ่านสารจากนายหรัฐมาตรีให้กับนักเรียนราชวินิตได้ฟังกันในรายการโฮมรูมของวัน ศุกร์ที่ 13 มกราคา 2549 โดยมีเนื้อหาดังนี้

วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๔๙

เนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ วันเสาร์ที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๔๙ ผมขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังเด็กไทย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านเด็กและเยาวชนด้วยความจริงใจ
ทุกคนในโลกนี้ล้วนแต่เคยผ่านชีวิตความเป็นเด็กมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น จึงต้องรู้ว่าเด็กต้องการอะไร คิดและรู้สึกอย่างไร และมีปฏิกิริยาเช่นไรในสภาวการณ์ต่างๆ แต่กลับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อคนเรายิ่งเติบโตใหญ่ขึ้น ช่องว่างและความเข้าใจระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ก็ยิ่งห่างไกลกันออกไปทุกที
เด็กควรเข้าใจผู้ใหญ่หรือว่าผู้ใหญ่ต่างหากที่ควรเข้าใจเด็ก คำตอบที่ดีที่สุดน่าจะเป็นทั้งสองฝ่ายต่างต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่ผู้ใหญ่ควรจะรู้ว่า ไม่มีผู้คนในยุคสมัยใดที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วเท่ากับยุคสมัยนี้ และสิ่งนี้เองที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนของเราอย่างกว้างขวาง ดังนั้น หากเรามุ่งหวังให้เด็กในวันนี้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีพลังอย่างเต็มที่ในวันข้างหน้า เราก็ต้องเข้ามาให้การดูแลเอาใจใส่เด็กในวันนี้ให้ดี ไม่เพียงแต่ความเข้าใจเท่านั้น แต่รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมด้านโภชนาการ ด้านสุขภาพเด็ก การศึกษา การส่งเสริมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมการเตรียมการประกอบอาชีพ การให้โอกาส และรวมไปถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคมในด้านต่างๆ ด้วย
ผมไม่อยากเห็นเราทำผิดหรือก่อให้เกิดความผิดพลาดแก่สังคมของเรา โดยการละทิ้งเด็กๆ ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ การใส่ใจให้เวลาและร่วมกันแก้ไขปัญหาให้แก่เด็ก คือ การสร้างอนาคตของประเทศไทย ซึ่งเราจะต้องร่วมด้วยช่วยกันตั้งแต่บัดนี้ เพื่อพัฒนาเด็กๆ ของเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเพราะเรื่องของเด็กเป็นเรื่องที่ไม่อาจรีรอได้อีกต่อไป และการทำให้เด็กได้รับ การพัฒนาอย่างรอบด้านก็คือการสร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง มีความรัก ความอบอุ่น ความปลอดภัย และมีสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ผมได้ให้คำขวัญแก่เด็กๆ ว่า “อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด” เพราะการอ่านและการคิดทำให้เกิดปัญญาที่เข้มแข็ง ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กไทยทุกคนจะเป็นคนที่ขยันอ่านและขยันคิด ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองหรือครอบครัวก็ควรช่วยกันส่งเสริมการศึกษาของเด็ก แนะนำให้เด็กรู้จักการเลือกอ่านและคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล คิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวหน้ารุ่งเรืองต่อไป
สุดท้ายนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจศักดิ์สิทธิ์ในสากลที่ทุกท่านเคารพนับถือ โปรดดลบันดาลให้เด็กและเยาวชนไทย ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและดูแลเด็กและเยาวชนทุกคน จงประสบแต่สรรพสิ่งมิ่งมงคลและจตุรพิธพรชัย เจริญด้วยสติปัญญาและพลานามัยสัมฤทธิผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการตลอดไป

สารจาก พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

หลังจากนั้นจึงใช้โปรแกรมนีโรเอ็กส์เพรสในการจัดทำไตเติ้ลรายการโฮมรูมตั้งไตเติ้ลเปิดรายการและไตเติ้ลปิดรายการ

จนถึงเวลา 17.00น. จึงเดินทางกลับ