KM. 24 แก่นสารในพระพุทธศาสนา ควรค่าแก่การทบทวนเป็นประจำวัน ถ้าไม่อยากได้เพียงกิ่งและใบ แทนที่จะได้แก่นไม้ตามใจปรารถนา

จิตมนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ชอบไหลลงต่ำเสมอ...การปฏิบัติธรรมที่ต้องพากเพียรจึงเหมือนพายเรือทวนน้ำจริงๆ...เพียงหยุดฝีพาย ก็ถอยหลังไปไหนๆ....


         img296/7804/175hf2.jpg

        หลายวันก่อนฉันได้คุยกับกัลยาณมิตรเก่าทางโทรศัพท์ ซึ่งการพูดคุยก็เป็นการแลกเปลี่ยนทางธรรมเป็นส่วนใหญ่  ช่วงหนึ่งเขาเล่าถึงลูกน้องในที่ทำงานคนหนึ่ง ที่มักเป็นคนที่จะไปวัดหรือไปสถานปฏิบัติธรรมบ่อย ๆด้วยเหตุของการไปส่วนใหญ่ไปเมื่อเกิดปัญหา ซึ่งเสมือนกับหนีปัญหา กลับมาแล้ว ก็มิได้มีอะไรดีขึ้น บางครั้งยังรู้สึกว่าคนอื่นไม่ดี ตนเองดีเพราะปฏิบัติธรรม คิดว่าตัวเหนือคนอื่น  หลังจากกัลยาณมิตรของฉันเล่าเสร็จ เราคุยกันต่อ


เพื่อน   “ถ้าปฏิบัติธรรมแล้วเป็นแบบนี้...เรียกว่าอย่างไร..” 


แหวว  “ถ้าเปรียบเป้าหมายของการปฏิบัติธรรมด้วยเป้าหมายของการได้แก่นไม้ การปฏิบัติธรรมถึงขั้นนี้อาจเปรียบได้กับ..”


เพื่อน     “เปลือก?”


แหวว  “ กิ่งไม้ หรือ ใบไม้”


เพื่อน  “ โอ้โฮ! ทำไมปากจัดอย่างนี้เนี่ย ...”


แหวว  (ตกใจนิดหน่อย) “เอ...ปากจัด?...ขออภัย ที่บอกออกไปโดยที่มิได้อ้างอิงว่ามีที่มาจากพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นคำพูดของพระพุทธเจ้า ท่านเปรียบเปรยในการให้ความคิดเห็นต่อพราหมณ์ท่านหนึ่ง แหววไม่ได้พูดเอง เพียงเปรียบเทียบในรายที่คุณพูดถึง กับที่พระพุทธิเจ้าได้เปรียบเทียบระหว่างความต้องการและการปฏิบัติธรรม กับผู้ประสงค์ต้องการแก่นไม้ เพื่อให้เห็นชัดเจนขึ้น ..แต่..เอ..สงสัย..ทำไมถึงว่าปากจัด ช่วยอธิบายหน่อย”


เพื่อน  “ ก็ปกติคนเราเวลาเปรียบเปรยอะไร ก็จะเปรียบแค่ เปลือกไม้กับแก่นไม้..ผมก็เดาว่าเขาคงได้เพียงแต่เปลือกไม้ แต่พอคุณพูดมา เป็น กิ่งและใบ ผมก็ย่อมรู้สึกว่า..อืม..แรงมากๆ หนักกว่าหลายเท่า...ปากจัดแฮะ”

        img133/428/198ck3.png

        คราวนี้ฉันเลยถึงบางอ้อ...จำไว้ขึ้นใจว่า..คนเรามีข้อมูลอยู่ต่างกัน ซึ่งฉันอาจลืมไป..เพียงแค่ให้ความเห็น ซึ่งเป็นความเห็นของพระพุทธองค์ แต่เพื่อนไม่เคยรู้ข้อมูลแบบนี้ ฉันเลยโดนว่า “ปากจัด” เป็นบทเรียนที่ต้องจดจำ ควรบอกก่อนว่า “คำถามแบบนี้มีในพระไตรปิฎกที่พรามหมณ์ผู้หนึ่งได้ถาม พระพุทธเจ้า..................” จำไว้ให้ขึ้นใจเลยแจ๋วแหวว)
 

        จากนั้นฉันเลยเล่าคร่าวๆ ให้เพื่อนฟัง ซึ่งก็เท่ากับได้ทบทวนตัวเองไปด้วย  อีกทั้งในชีวิตประจำวัน ฉันพบว่า แม้ว่าฉันจะรู้และเข้าใจคำสอนนี้ดีพอควรก็ตาม แต่การปฏิบัติ ที่มิให้ตกหลุมพราง เห็น สะเก็ด เปลือก กะพี้ เป็นแก่นไม้นั้นยากยิ่งในบางเวลา บางขณะ อันเนื่องมาจากกิเลสทั้งหยาบและละเอียดเข้ามาบดบัง หรือลวงตา และทำให้จิตหลง ตามรู้ไม่ทัน เข้าไปติดยึด พักอิงแอบอยู่ กิ่งใบ สะเก็ด เปลือก จนแม้กระทั่งกะพี้ก็ยังแทบไม่รู้จัก ไฉนเลยจะได้แก่นไม้ที่ต้องการ... มันช่างยากจริงๆ แม้จะเป็นแค่เรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน
 

img133/1113/324uo7.png

        เช้านี้ฉันได้มีโอกาสทบทวนถึงกุศลจิต และกุศลกรรมที่ทำแท้ๆ ก็ยังเป็นเหยื่อล่อกิเลส ก่อเกิดมานะทิฐิเพราะไปเห็นว่าผู้อื่นทำได้ไม่ดี(อกุศลกรรม) ..เห็นว่าเขามีความเขลา..ทำไปได้อย่างไร? เพียงเท่านี้ การกระทำของเราที่แยบยลด้วยปัญญา แห่งการคิด ไตร่ตรองมาดี...เกิดผลดีในการคิดและทำ ก็กลับมาเป็นหลุมพรางในทางธรรมจนได้ เพราะความฮึกเหิม จิตเผลอยกตนข่มผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวไปบางขณะ...

 

        ทำให้เข้าใจในคำสอนของพระพุทธองค์และครูบาอาจารย์ทางธรรม ที่พูดนักหนาว่า..."จิตอันเป็นกุศล ก็เป็นทุกข์"  กิเลสแฝงอันเป็นความยินดีในความสุข ความสำเร็จ ก็เป็นกิเลสที่ต้องระวังมากๆ เพราะเรามิได้สังเกต..เราสังเกตได้แต่อกุศล กิเลสด้านดำนั้นเรารู้ดี ไม่มีปัญหาเพราะไม่ทำ แต่ก็อาจมีกิเลสแฝงคือการไม่ชอบเขา...ซึ่งทำให้..คำว่า “มานะ” หรือความถือตัวว่าดีกว่าในเราขยายใหญ่ขึ้น” พอกพูนอัตตาเข้าไปอีก ตกหลุมพรางซ้ำซ้อน

img133/9369/62md8.png

         ครั้งนี้เลยรู้สึกเหมือนเราปีนภูเขาขึ้นมาเกือบครึ่งทางในบางครั้ง แล้วกลับตกลงไปใหม่..โธ่! แล้วเมื่อใดจะถึงยอดเขา...ความขัดใจเกิดขึ้นเล็กน้อยแล้วก็ตามรู้ได้ทันว่า..มันเป็นธรรมชาติ..เช่นนั้นแล..แค่ตามรู้ด้วยจิตเป็นกลางว่าตอนนี้ ขัดใจกับการเดินทาง อยากได้แก่น แต่บางครั้งก็กลับไปหยิบเอากิ่งและใบโดยไม่รู้ตัว...จิตมนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ชอบไหลลงต่ำเสมอ...การปฏิบัติธรรมที่ต้องพากเพียรจึงเหมือนพายเรือทวนน้ำจริงๆ...เพียงหยุดฝีพาย ก็ถอยหลังไปไหนๆ....คิดแล้วก็ท้อเป็นธรรมดาอีกแล้ว... ตามรู้จิตเบื่อหน่าย คงต้องตั้งหน้าตั้งตาพายเรือต่อไป ช่วงนี้ขาดตอนในเรื่องการทำสมาธิภาวนาด้วยภาระงานและกิจอื่นมาแซงหน้า...การเจริญสติตามรู้ย่อมอ่อนกำลังลง.. การกลับมาคว้าได้เพียง กิ่งและใบจึงเป็นสิ่งเตือนให้ได้เวลาทบทวนความเพียรใหม่...

   img250/3401/cool2ir7.jpg

        เห็นมั้ยล่ะ..ดังกฎไตรลักษณ์ ให้วนเวียนอยู่ ขึ้นไปบันไดขั้นที่ 3ได้ ก็ตกลงมาขั้นที่ 1 อีกได้... แก่นไม้ที่ดูเหมือนใกล้...มันก็ไกล๊..ไกล...เช่นนี้แล....

หมายเหตุ

สรุปความจากพระไตรปิฎกฉบับประชาชน ของสุชีพ ปุญญานุภาพหน้า 48-50 ว่าด้วยเรื่องอะไรเป็นแก่นสารในพระพุทธศาสนา
       

        1. ผู้ศึกษาธรรมหรือออกบวชเพื่อการกำจัดทุกข์ได้หมด แต่พอใจเพียง ชื่อเสียง ลาภสักการะ ยกตนข่มผู้อื่นไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งต่อคุณธรรมอื่นๆ ที่ยิ่งกว่า ปราณีตกว่า ประพฤติย่อหย่อนหละหลวม ก็เปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้ แต่ได้เพียงกิ่งและใบด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
       

         2. ผู้ศึกษาธรรมหรือออกบวชเพื่อการกำจัดทุกข์ได้หมด แต่ไม่พอใจเพียงชื่อเสียง ลาภสักการะ ไม่ยกตนข่มผู้อื่นพยายามเพื่อทำให้แจ้งต่อคุณธรรมอื่นๆ ที่ยิ่งกว่า ปราณีตกว่า จนได้ความสมบูรณ์ด้วยศีล และกัลยาณธรรมก็อิ่มใจ ยกตนข่มผู้อื่นไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งต่อคุณธรรมอื่นๆ ที่ยิ่งกว่า ปราณีตกว่า ประพฤติย่อหย่อนหละหลวม ก็เปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้ แต่ถากได้เพียงสะเก็ดไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
       

        3. บุคคลผู้นั้นถ้าได้ความสมบูรณ์ด้วยศีล และกัลยาณธรรมก็ไม่อิ่มใจ ไม่ยกตนข่มผู้อื่น พยายามเพื่อทำให้แจ้งต่อคุณธรรมอื่นๆ ที่ยิ่งกว่า ปราณีตกว่า จนมีความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ (ความตั้งมั่นหรือความสงบแห่งจิต) ก็อิ่มใจ เต็มความปรารถนาด้วยความสมบูรณ์แห่งสมาธิ  ยกตนข่มผู้อื่นไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งต่อคุณธรรมอื่นๆ ที่ยิ่งกว่า ปราณีตกว่า ประพฤติย่อหย่อนหละหลวม ก็เปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้ แต่ถากได้เพียงเปลือกไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
       

         4. บุคคลผู้นั้นมีความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ (ความตั้งมั่นหรือความสงบแห่งจิต) ก็ไม่อิ่มใจ ไม่เต็มความปรารถนาด้วยความสมบูรณ์แห่งสมาธิ  พยายามเพื่อทำให้แจ้งต่อคุณธรรมอื่นๆ ที่ยิ่งกว่า ปราณีตกว่า จนได้ญาณทัสสนะ (ความเห็นด้วยญาณหรือปัญญา) ก็อิ่มใจ เต็มความปรารถนาด้วยญาณทัสสนะ  ยกตนข่มผู้อื่นไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งต่อคุณธรรมอื่นๆ ที่ยิ่งกว่า ปราณีตกว่า ประพฤติย่อหย่อนหละหลวม ก็เปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้ แต่ถากได้กะพี้ไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น

        5. บุคคลผู้นั้นถ้าไม่เต็มปรารถนาด้วยลาภ สักการะ  ได้ความสมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ญาณทัสสนะ ก็อิ่มใจ แต่ไม่เต็มปราถนาด้วยสิ่งเหล่านั้นพยายามเพื่อทำให้แจ้งต่อคุณธรรมอื่นๆ ที่ยิ่งกว่า ปราณีตกว่า จนดับสัญญาความจำได้หมายรู้และเวทนาความเสวยอารมณ์สุขทุกข์ หรือไม่ทุกข์ไม่สุขได้) อาสวะสิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญา เปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้ ก็ตัดเอาแต่แก่นไม้ไปฉะนั้น

สรุปสุดท้าย
1. ลาภ สักการะ ชื่อเสียง เปรีบบเหมือนกิ่งไม้ ใบไม้
2. ความสมบูรณ์ด้วยศีล เปรียบเหมือนสะเก็ดไม้
3. ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ เปรียบเสมือนเปลือกไม้
4. ญาณทัสสนะ หรือปัญญา เปรียบเหมือนกะพี้ไม้
5. ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับกำเริบ ( อุกปฺปา เจโตวิมุตฺติ) เปรียบเหมือนแก่นไม้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Km for Life



ความเห็น (35)

สวัสดีค่ะ

 

พระพุทธศาสนาให้คุณค่าแก่การศึกษาสูงสุด

แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี

ขอบคุณนะคะที่นำสิ่งที่ดีดีมาฝาก 

หวัดดีค่ะ.. P  RAK-NA

เตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้แล้วสินะ เหมือนพี่แหววเลย..

แหม..วันหยุดนี้มาทักก่อนใครเลยนะ...ดีใจจัง...กะว่าจะปิด Comp. แล้วเชียว..ขอให้มีความสุขในวันหยุดนะคะ....อย่าลืมออกกำลังกายบ่อยๆ นะเพื่อความแข็งแรงและก็ เสื้อผ้าจะได้ไม่หด!!!....บ๊าย..บาย ค่ะ...

  • มาศึกษาธรรมมะ
  • ตอนเด็กๆนึกว่าธรรมมะคือคุณากรเฉยๆๆ
  • ไม่ทราบอะไรอีก
  • ตอนนี้จึงรู้ว่าธรรมมะเป็นสิ่งดีเป็นธรรมชาติ
  • การศึกษาถ้าจัดแบบมีความสุขคงเกิดปัญญาครับ
  • ขอบคุณครับผม

โอ้!!...พ่อยอดน้องชายนายขจิต...

  • ว่าจะเลิกอ่านบันทึก...ก็ยังเลิกไม่ได้แว๊บเห็นมีน้องชายมาทักทายก่อนไป...
  • กับธรรมะพี่แหววก็ล้มลุกคลุกคลานอยู่...ร่าเริงทางธรรมได้ไม่นานก็เริ่มเบื่อหน่ายกับการถอยหลังบ้าง...แต่เดี๋ยวก็จะร่าเริงอีก..เป็นเช่นนี้เอง...
  • ไวมากเลยน้องคนนี้...ยิ่งมาดใหม่เสื้อเข้มๆนี่..ยิ่งดูแว๊บไป-มาแบบลึกลับ...คล้ายๆนินจาน่ะ..ตื่นเต้นดีแฮะ...เสียดายพลาดการไปเชียงใหม่ เพราะต้องไปสัปดาห์ที่จะถึงนี้แทน  เลยไม่ได้วิทยากรตัวจริงเลย...ไม่เช่นนั้นก็ได้ไปร่วมกิจกรรมสนุกๆ แล้วซี....โชคดีนะคะ...

สวัสดีครับคุณแหวว

ดีนะครับ  ที่เพื่อนคุณแหววไม่มาถามผม  คงหนักกว่าที่คุณแหววตอบ  ผมคงตอบทำนอง  เป็นกาฝาก  หรือมดแมง  ไปเสียเลย อิอิ

คนเราเดี๋ยวนี้น่าเป็นห่วงครับ  ไปปฏิบัติธรรมเพราะแฟชั่น  ที่ต้องการเอาไปอวด  ไปข่ม  หรือเพื่อเข้าสังคมเท่านั้น  ถ้าเป็นอย่างนี้อยู่บ้านมิดีกว่าหรือ? 

แต่ก็ถ้าจะฝืนคิดในแง่ดีก็ได้นะครับ  ว่าดีกว่าเขาไปแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่น  หรือไปเป็นภัยแก่คนอื่น

โลกเรานี้ที่ยังวุ่นวาย  การศึกษาในทางจิตไม่ก้าวหน้า  ก็ด้วยปัจจัยหลายอย่าง  แต่ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากคือการให้นิยามของศัพท์ต่างๆ ที่ผิดเพี้ยนไปมาก  เช่น  คำว่า กรรม,  นิพพาน,  ความสุข ฯลฯ  เมื่อตีความผิด  เดินผิดทาง  แทนที่โลกจะสงบก็กลับวุ่นวายยิ่งขึ้น

ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ด้วยเหตุและปัจจัย  อยากได้ผลทีดีก็ต้องสร้างเหตุและปัจจัยที่ดี  ปัญหาก็อยู่ที่ว่าปัจจัยที่ดีนั้นทำยังไงก้นแน่ถึงจะถือว่าดี นั่นแหละครับ

ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆ ที่ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นครับ

เช่นนั้นเองครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

สวัสดีคร๊าบ....P   คุณพี่แหวว....

โอ้โห....ภาษาธรรมะบางตอนค่อนข้างอ่านยากก.... (สำหรับเด็กๆอย่างโคนัน...อิอิ) ต้องอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบกว่าจะเข้าใจ.....

img78/527/th1175083327kr1.gif 

ตอนนี้เข้าใจแล้วววว....

  • ต้องบอกว่า ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีดี ที่คอยเตือนใจให้โน้มเข้าสู่ความเข้าใจในธรรม และทำให้อยากลงมือปฏิบัติให้ได้อย่างต่อเนื่อง 
  • ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ทางธรรมด้วยคร๊าบ  

โคนันคุง

สวัสดีค่ะคุณ Pธรรมาวุธ

  • ขอบคุณนะคะ..กับการมาทักทายธรรมยามดึก...หายไปนานเลยค่ะ...แต่ก็เข้าใจว่าคงมีธุระ...แต่มาคราวนี้ทำไมดึกจังคะ...ระวังสุขภาพด้วยนะคะ..เป็นห่วงจริงๆค่ะ...
  • ธรรมะเป็นเรื่องในกายในจิตที่สัมพันธ์กับสิ่งรอบข้างๆ บางทีก็เหมือนง่ายๆ แต่บางทีก็เหมือนยาก ไม่เข้าใจไม่แน่ใจ หลงทิศ หลงทาง..เลยอยากมีครูบาอาจารย์คอยสอบอารมณ์...กลัวไปไกลเสียเวลาของชีวิต...แต่ภาระในชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่..ทำได้อย่างดีก็คือทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่รู้ตามสติปัญญาที่มี ...พยายามตามรู้เพื่อรู้ตามจริง...กับธรรมะที่มีอยู่ตรงหน้า...จะได้เห็นตามจริงมากแค่ไหน...จะพบกับสิ่งลวงตามากแค่ไหนคงขึ้นกับความเพียรในปัจจุบัน และวาสนาบารมีที่มีมาว่ามีมาก -น้อยเท่าใด..แต่ก็จะพยายามเพียรสะสมต่อไปค่ะ..
  • ขอบคุณกับการมาเยือนเสมือนเป็นกำลังใจในการปฏิบัติธรรมค่ะ..

สวัสดีค่ะ

เข้ามาร่วมฟังธรรมค่ะ

ไปทำบุญกฐินมา 1 กอง เอาบุญมาฝากค่ะ

ทำล่วงหน้าค่ะ และถุกใจตรงนี้มากๆ........

สรุปสุดท้าย
1. ลาภ สักการะ ชื่อเสียง เปรีบบเหมือนกิ่งไม้ ใบไม้
2. ความสมบูรณ์ด้วยศีล เปรียบเหมือนสะเก็ดไม้
3. ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ เปรียบเสมือนเปลือกไม้
4. ญาณทัสสนะ หรือปัญญา เปรียบเหมือนกะพี้ไม้
5. ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับกำเริบ ( อุกปฺปา เจโตวิมุตฺติ) เปรียบเหมือนแก่นไม้

ซาหวัดดีค้า..า...P โคนัน คุง

  • อาจจะเข้าใจยาก..แต่เห็นหมัยล่ะ..อ่านบ่อยก็เข้าใจเอง...อ่านยังเข้าใจยาก แต่ทำตามสายกลาง (ด้วยจิตตามรู้ที่เป็นกลาง) ดังพระพุทธองค์ชี้ทาง น่ะ..ยากยิ่งกว่าเป็นไหนๆ...
  • ยากเพราะ...จิตเราปรุงแต่งตลอดเวลา...จิตเหมือนลิงที่ โคนัน คุง ส่งมา นั่นแหละ..(น่ารักนะ...พยักหน้าเข้าใจ..หงึกๆ..)
  • ดีใจนะที่สนใจทางธรรม และอยากปฏิบัติ ปฏิบัติไปบ้าง  เหลือเพียงปฏิบัติจริงๆ จัง...นะจ๊ะ

img217/8527/kapook29945ox7.gif

สวัสดีค่ะ..คุณพี่  P  sasinanda

  • ขอบพระคุณนะคะ..และก็อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ...
  • แหววระลึกถึงพี่เพราะเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติธรรมและสมบูรณ์พร้อมในการดูแลตนเองและชีวิตครอบครัว...แสดงให้เห็นถึงการบ่มเพาะบุญบารมีต่อเนื่องมาแต่อดีตถึงปัจจุบันค่ะ..
  • ขอบพระคุณอีกครั้งนะคะกับการระลึกถึงและการมอบสิ่งดีงามให้น้องๆ...ขอบคุณจริงๆค่ะ..
  • สวัสดีค่ะ
  • แวะตามมาขอบคุณค่ะ
  • มาร่วมสงบจิตสงบใจปฏิบัติธรรม
  • อยากบอกว่า....เว็บบล็อคสวยและน่ารักมากเลยค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ P Sirintip

  • ขอบคุณนะคะที่แวะมาทักทายและก็ขอบคุณกับคำชมด้วยค่ะ..จริงๆ แล้วอยากทำให้คนอ่านสบายตา สบายใจ แต่ก็ยังขาดทักษะทางด้านเทคโนโลยีและเวลามีน้อยมาก อยากทำอะไรก็ยังไม่ได้ทำ...ติดค้างไว้อยู่นั่นเอง..
  • สบายดีมั้ยคะ..เป็นห่วงค่ะ...อยากให้มีความสุข..ยังไงก็ขอให้ธรรมะคุ้มครอง ให้จิตใจ และกายและสิ่งแวดล้อมรอบๆต้ว..ร่มเย็นเป็นสุขนะคะ..เป็นกำลังใจให้ค่ะ...

จำได้ไหมเอ่ยว่าผมเคยค้างอะไรไว้?

วันนี้ผมทำตามสัญญาแล้วครับ  เชิญทางนี้ครับ

สวัสดีครับ

  • ต้องการแก่นไม้ แต่ได้เพียงกิ่งและใบด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
  • สาธุ สาธุ มารับธรรมะพัมนาชีวิตค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ P พิชชา 

  • ดีใจจังพาคุณแม่มาเยี่ยมเยียนกันด้วย  ตอนนี้อยู่เชียงใหม่อยู่ค่ะ...เลยไม่รู้ว่ามีแขกมาเยี่ยมบ้าน...เพราะว่ามีธุระมากค่ะ...
  • สบายดีนะคะ...น้อง..

 

  • ตามมาอีกรอบ
  • หายเงียบไปเลยพี่
  • เป็นอย่างไรบ้าง
  • พี่handy ไป อยุธยาวันที่ 30 นี้
  • มาทักทายก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง
  • ท่าทางฝนตก
  • ลืมบอกไปว่าเพิ่งพาชาวฮ่องกงไปเที่ยวเมื่อวันที่  20 กย นี้เอง
  • ไปพบท่านอาจารย์พิชัยมาเป็นอย่างไรบ้างครับ
  • อาจารย์ใจดีมากๆตอนไปงานKMที่เชียงใหม่
  • ทำงานกันอย่างสนุกมากๆๆครับ
  • ขอบคุณมากครับ
  • ดูแลสุขภาพให้ดีนะครับพี่
  • พักผ่อนมากๆๆ
  • ดื่มน้ำเยอะๆๆ
  • หายไปพักหนึ่งแล้วนะคะ คิดถึงค่ะ
  • ระยะนี้เพื่อนๆ G2K เจ็บไข้ได้ป่วยกันหลายคน มากบ้างน้อยบ้าง  ส่วนมากเพราะขยันทำงานมากเกินไป  จนร่างกายพักผ่อนไม่พอ 
  • ป้าเจี๊ยบขอให้คุณแหววรักษาสุขภาพด้วยนะคะ เพราะจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง (ขยันเกิน..) ด้วยเหมือนกัน..
  • ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆ ค่ะ

สวัสดีค่ะ..คุณน้อง P ขจิต ฝอยทอง

  • อาจารย์พิชัย ก็ใจดีเหมือนกับที่ทุกๆคนสัมผัสแหละค่ะ...เพียงแต่พอเข้าไปในสถาบันก็รู้สึกถึงความสุขในบรรยากาศของนักศึกษาและเจ้าหน้าที่อื่นๆด้วยที่เป็นความประทับใจในบุคลิกภาพและการบริการเชิงรุกค่ะ..
  • ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง...ช่วงนี้เจอวิบากกรรมจริงๆ...รู้สึกไม่แข็งแรง...ไปเชียงใหม่ก็นอนเป็นส่วนใหญ่ โรคไม่ตอบสนองต่อยาเลย..เป็นธรรมดาของชีวิต...แต่ยังโชคดีกว่าอีกหลายชีวิตที่ใกล้เคียงและประสบเหตุแบบกระทันหันจนน่าตกใจค่ะ..และก็จะพยายามดูแลตัวเองให้แข็งแรงโดยเร็วค่ะ...

สวัสดีค่ะ.. Pป้าเจี๊ยบ

  • ดีใจนะคะ...ที่ป้าเจี๊ยบมาเยี่ยม...
  • ช่วงนี้ป่วยด้วยคออักเสบเรื้อรังมาตั้งแต่ ก่อนวันที่ 3 สิงหาคม จนความเรื้อรังก่อเหตุที่ระบบข้างเคียงคือหูหลังจากที่นั่งเครื่องตอนขาลง 2 ครั้งแล้วปวดสุดๆซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อน...วันนี้ก็ยังมึนหัว...หูอื้อ..คุณหมอตรวจแล้วลงความเห็นให้ไปตรวจกับหมอเฉพาะทางที่รพ.จังหวัดพรุ่งนี้ค่ะ..ส่วนวันนี้ก็รับประทานยาเก่า แก้เฉพาะอาการไปก่อนค่ะ..
  • ขอบคุณกับคำอวยพรนะคะ...ป้าเจี๊ยบ...เวลาป่วยแหววยิ่งรู้สึกว่าร่างกายสำคัญจริงๆ...ทำให้เราหมดโอกาสในการทำสิ่งดีๆ หลายๆอย่าง อย่างมากก็ตามรู้ดูเวทนา และทบทวนชีวิต...โชคดีของคนหลายคนที่ป่วยน้อย...สงสัยทำกรรมอะไรไว้พอสมควร..โดยเฉพาะตอนเด็กๆ อันแสนซนค่ะ....
  • ขอให้ป้าเจี๊ยบมีความสุขกายและใจด้วยนะคะ...
  • ตามมาดูด้วยความเป็นห่วง
  • ขอให้หายไวๆๆนะครับพี่แหวว

สวัสดีค่ะ..คุณน้อง P ขจิต ฝอยทอง

  • ขอบคุณมากๆ นะคะที่เป็นห่วง..ขอบคุณจริงๆ
  • วันนี้ไปตรวจกับคุณหมอเฉพาะทาง หู คอ จมูก ตามคำแนะนำของคุณหมอที่รักษาอยู่ค่ะ..หมดเวลาไป  1  วัน แต่ทั้งทีมคุณหมอและพยาบาลที่นั่นก็ดีและน่ารักมากๆ.. และก็ได้รับการปรับยาขนาดที่แรง ขึ้นมากๆ หลายขนาน ซึ่งก็เนื่องมาจากการป่วยเรื้อรังที่ดื้อยา...อักเสบไปถึงหูชั้นกลาง ผนวกกับการขึ้นเครื่องบิน 2  วันนั้นมีผลให้เกิดการบาดเจ็บที่ต้องเยียวยาและฟื้นฟู (อันนี้ไม่รู้มาก่อน) ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้อันมีคุณค่าอีกอย่างหนึ่งค่ะ..คิดว่าคงจะดีขึ้นโดยหมอนัดอีก 1 สัปดาห์ถัดไป...คราวนี้ไม่ต้องรอนานแล้วหละ...(สัปดาห์ที่แล้วเลยไม่ได้บันทึกไป 1 สัปดาห์เลย)
  • ตามมาบอกว่าให้พี่แหววดูแลรักษาสุขภาพให้ดีนะครับ
  • ขอบคุณครับผม

เข้ามาแผ่เมตตาให้ครับ

รวมทั้งมาศึกษาธรรมจากบันทึกของหนู

เพิ่งรู้ว่า มีอาการปวดหูเพราะอักเสบ และถูกกระทบจากความกดอากาศจากการเดินทาง

คงต้องอาศัยการเจริญสติในฐานเวทนาครับ

คือการตามดู ตามรู้เวทนาไปเรื่อยๆ

ดูเฉพาะอาการเวทนา(ปวด) แต่ไม่ใช่เราปวด

แยกใจออกมาเป็นผู้ดู ผู้รู้ ไม่ใช่ผู้แสดง

จะรู้สึกดีขึ้นและเห็นธรรมตามความเป็นจริง(ของมัน)

ที่ไม่ใช่ของเรา

แผ่เมตตาให้ตนเองได้นะครับ

บางทีอาจแวบขึ้นมาเห็น...สมุทัยได้(เหตุที่มา)

อาจหมด เปลื้องทุกข์อันนี้ได้ครับ :)

มาเป็นกำลังใจ  หายป่วยไวๆ มีใจผ่องใส ครับ

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ P พิชัย กรรณกุลสุนทร นะคะ..

  • ขอบคุณกับการมาเยี่ยมและส่งกระแสเมตตามาให้ค่ะ...วันนี้ดีกว่าเมื่อวานค่ะ...พร้อมๆกับฝึกดูเวทนาด้วยจิตที่เป็นกลาง..และดูแลกายให้หายเร็วที่สุด..โดยยังหูอื้อ...ปวดเล็กน้อยเป็นพักๆ..(เวลามีปัญหาแรงๆ ที่ไม่เคยเป็นเนี่ย...มันยากในการตามรู้จริงๆเลยค่ะ..)
  • ในความทุกข์ของกายที่บังเกิดก็เป็นโอกาสกับชีวิตเมื่อเข้าใจในทุกข์โดยเฉพาะ ยิ่งได้กำลังใจจากผู้ใหญ่และมวลมิตร...ยิ่งเป็นความสุขใจ..เป็นโอกาสในวิกฤตที่มีคุณค่ามาก...
  • ขอบพระคุณกับคำแนะแนวทางซึ่งช่วยให้ไม่เผลอมาก ...จริงๆสินะคะ...รู้สึกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้แผ่เมตตาให้กับตัวเองเลย...เพราะพอร่างกายย่ำแย่ก็พักผ่อนและเป็นไปตามฤทธิ์ของยา...ขอบคุณนะคะ...กับการเตือนจิต...คืนนี้สัญญาว่าจะนั่งสมาธิและแผ่เมตตาเต็มสูตรค่ะ...อิ..อิ..

มาตามบอกตามแนวอ.ธวัชชัยว่า

ขณะที่กำลังพิมพ์อยู่นี้

กินกระยาสารทที่อร่อยที่สุดในโลกอยู่

เดินไปหยิบเป็นครั้งที่สามแล้ว

จนรองๆหัวเราะ แซวว่าไม่แก่แข็งแรง(เพราะฟันยังกินได้)

ยิ่งกินยิ่งมันตามหนูโฆษณาเป๊ะเลย

ตอนนี้ยิ่งเวียนๆหัว สตง.มากวนแต่เช้า

เลยรู้สึกน้ำตาลน้อย รีบกินกระยาสารทเพิ่มพลัง

ระลึกถึงเจ้าของตามมาขอบคุณครับ ที่ช่วยเพิ่มพลังน้ำตาลในเลือด :)

สวัสดีครับคุณแหวว

การฝึกจิตเป็นการฝึกฝนตัวเองที่หนักมาก คนไหนมีทุนเดิมก็ไปถึงจุดหมายเร็ว ใครมีทุนน้อยก็ไปช้าๆ

ผมเองฝึกฝน จากการงาน หลายครั้งที่พลาดพลั้ง เสียที และประสบการณ์เหล่านั้นเองทำให้ผมกล้าแกร่ง

เหมือนเราทำทำนบดินกั้นน้ำ ทำยากเย็นทีละน้อย กั้นน้ำ พอเผลอนิดเดียวน้ำแรงทะลุทำนบเราพังหมดเลย เราก็ต้องตั้งต้นใหม่ให้ทำนบดินเราเเข็งแรง ทนต่อแรงกดของน้ำให้ได้

ขอบคุณบันทึกงามๆ ผมมาเยี่ยมบ่อยๆครับ เพียงแต่ไม่ได้ลิขิตไว้ ขอให้คุณแหววดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ทั้งกายและใจให้เข้มแข็ง เราจะต้องเจอเรื่องราวทดสอบอีกมากมาย

ให้กำลังใจ

ธรรมะสวัสดีครับ

 

 

ทั้งนี้ผมขออนุญาต นำบันทึกลงแพลนเนตด้วยครับ

 

ขอบคุณครับ

ขอบคุณค่ะคุณ Pธรรมาวุธ

แหววจิตใจผ่องใสขึ้นมากด้วยยาใจจากมวลกัลยาณมิตร...ยังปฏิบัติงานได้อย่างดียิ่ง...แม้ไม่ปกติทางกาย..กำลังใจเต็มร้อย...ขอบคุณค่ะ...

ท่านอาจารย์P พิชัย คะ...

  • ชอบใจจริงๆเลยค่ะ "กระยาสารทที่อร่อยที่สุดในโลก" คำนี้แหววก็ชอบใช้บ่อยๆเหมือนกันค่ะ..แต่ใช้กับตัวเองนะคะ..(ให้กำลังใจตัวเองอีกแบบหนึ่งค่ะ)
  • อาจารย์รู้มั้ยคะว่ากระยาสารทอร่อยมากขึ้นเพราะอะไร? ก็เพราะว่ามันมีหัวใจแห่งความหวังดี..ความศรัทธา...ของคนให้บรรจุอยู่เต็มไปหมดงัยคะ...
  • ดีใจนะคะ..ที่ของเล็กๆน้อยจากแดนไกล สร้างความสุขเล็กๆน้อยๆให้กับอาจารย์บ้าง และก็ขอให้อาจารย์ สดชื่น แจ่มใส พิชิตงานได้อย่างฉลุย..สบายๆ เหมือนเคยนะคะ...ขอบคุณค่ะ...

สวัสดีค่ะ...คุณเอก P

  • ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยือนถึงบ้านค่ะ...
  • คุณเอกยกตัวอย่างได้ชัดดีจัง..กับการเพียรพยายามทำ ทำนบกั้นน้ำ...มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ...
  • และก็เจอบททดสอบบ่อยๆเนี่ย แรกๆ อาจจะไม่ดีสำหรับเรา..แต่พอตามรู้ทัน ก็รู้สึกดีค่ะ..ยิ่งเรียนรู้ทุกข์เวทนาบ้างก็ดี ไม่งั้นสุขบ่อยๆ ติดสุขเฉยเลย...สลับมาอย่างนี้ดีค่ะ..ได้ประสบการณ์และช่วยให้ไม่ลืมธรรมชาติแห่งความจริงแท้...ขอบคุณนะคะ..ที่มาช่วยกันเตือนใจ...ระงับการเผลอของจิต...ขอบคุณจริงๆค่ะ...
  • และก็ไม่อยากสารภาพเลยว่า...เมื่อวานยังตั้งใจจะขออนุญาตินำ blog ของคุณเอกเข้าแพลนเนตอยู่เลย...เพราะรู้สึกว่าเป็นบันทึกที่ให้ความรู้สึกดีๆค่ะ..แต่ช่วงนี้ระบบตอบสนองช้าและมีปัญหามาก...วันนี้ก็ขออนุญาตเลยนะคะ...
  • ขอบคุณกับความหวังดี..ห่วงใย...และกำลังใจที่มีให้กันค่ะ...ตอนนี้รู้สึกเลยว่าป่วยกายไม่เป็นปัญหาเลย ถ้ากำลังใจดี...

 

555
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

เรารู้ว่าสิ่งนี้เป็นโทษ แต่ก็มิได้ละ ก็คงจะไม่พ้นจากโทษ เหมือนกับผู้ไม่พ้นจากกองเพลิง

"การทำชีวิตของตนเองให้ดีขึ้นทุกๆวัน

เป็นความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ทุกโมงยามที่เราผ่านไป

ไม่ต้องมีคำว่า เสียดาย ที่พลาดการทำอะไรดีๆ

ปล่อยวาง...

อยากให้มากกว่า อยากได้..

ชีวิตของเราเริ่มต้นใหม่ได้ทุกนาที จะรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ทำใม..

  • ขอบคุณค่ะ 555  ชีวิตคงต้องเรียนรู้อีกมากกับคำว่าอยากให้กับอยากได้ เพราะมันไม่มีทางแยกออกจากกันได้เลย ถ้าเรายังไม่สามารถทำจิตให้อยู่กับความว่างได้ ด้วยยังมีคำว่า "อยาก" อยู่กับทั้งคำว่า "ให้" และ "ได้" อยู่งัย สุดท้ายมันก็พอกพูนอัตตาตัวเองอยู่ดี ด้วยความอยากเป็นกิเลส เพราะอยากดี จึงอยากให้ มันก็เวียนว่ายอยู่กับทุกข์นี่แหละ เหมือนกับตอนนี้ที่ตัวเองก็ยังเป็นอยู่ ด้วยไปหลงอยู่กับคำว่า "อยากให้" แล้วเกิด ความ "อยากได้" เป็นกิเลสแฝงอันเป็นหลุมดำเข้าให้ ถ้าไม่มีคนบอก ก็คงไม่ทันได้รู้เพราะมัวแต่มองคนอื่น และรอบข้าง แต่ขาดการมองเข้ามาภายในใจตัวเอง  มัวแต่ติดดี ติดสุข กับความสำเร็จ
  • ขอบคุณนะคะที่เข้ามาแลกเปลี่ยนและทักทาย
ิboonprasit
IP: xxx.25.76.28
เขียนเมื่อ 

ไม่รู้มีหรือยัง......การบรรยายธรรมเรื่อง"ศึกษาธรรม ศึกษาชีวิต"โดย.อาจารย์สุภีร์ ทุมทอง เนื้อหาเกี่ยวกับ แก่นสารในพระพุทธศาสนา

ลองโหลดมาฟังนะครับ ขอให้เจริญในธรรมครับ.....boonprasit

ดาวน์โหลดตามลิงค์นี้ครับ: http://www.mediafire.com/?fodj21jj85k521l