| เรานี้เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง | ควรคำนึงถึงชาติศาสนา |
| ไม่ควรให้เสียทีที่เกิดมา | ในหมู่ประชาชาวไทย |
| แม้ใครตั้งจิตคิดรักตัว | จะมัวนอนนิ่งอยู่ไฉน |
| ควรจะร้อนอกร้อนใจ | เพื่อให้พรั่งพร้อมทั่วตน |
| ชาติใดไร้รักสมัคสมาน | จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล |
| แม้ชาติย่อยยับอับจน | บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร |
| ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง | คงจะต้องบังคับขับไส |
| เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำไป | ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย |
| เขาจะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ | จะนับถือพงศ์พันธุ์นั้นอย่าหมาย |
| ไหนจะต้องเหนื่อยยากลำบากกาย | ไหนจะอายทั่วทั้งโลกา |
| เพราะฉะนั้นชวนกันสวามิภักดิ์ | จงรักร่วมชาติศาสนา |
| ยอมตายไม่เสียดายชีวา | เพื่อรักษาอิสระคณะไทย |
| สมานสามัคคีให้ดีอยู่ | จะสู้ศึกศัตรูทั้งหลายได้ |
| ควรคิดจำนงจงใจ | เป็นไทยจนสิ้นดินฟ้า |
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๔๕๔ | |
บทชวนรักชาติ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย เดชศักดิ์ ศานติวิวัฒน์ · 16 ส.ค. 2550
นาย อนุชา จงจิตต์ · 16 ส.ค. 2550
นาย อนุชา จงจิตต์ · 16 ส.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 16 ส.ค. 2550
SUPUT SOMTA · 16 ส.ค. 2550
สวัสดีค่ะ
รักชาติค่ะ ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ไม่สิ้นหวัง และจะรักต่อไปค่ะ ไม่ลืมไปลงประชามติด้วยค่ะ
ดิฉันยืนตรงเคารพธงชาติทุกครั้งที่ได้ยิน บางครั้งอยู่ในร้านข้าวแกงก็ยืน แล้วก็ทำให้หลายคนพากันยืนด้วย ดีใจค่ะ
ความตอนหนึ่งจากพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ วันเสาร์ ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
พระราชดำรัสฉบับเต็ม