ไฟเขียวรัฐวิสาหกิจเบิกงบยาว ดัมพ์เงินเฉียด 2 หมื่นล้านสิ้นปี
ครม.หวั่นเศรษฐกิจซึม เบิกจ่ายงบไม่ได้ตามเป้ากว่า 1.86 หมื่นล้านบาท ยอมให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจก่อหนี้ผูกพันได้ถึง 30 ก.ย.นี้
นายโชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วิตกกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2550 รวมถึงการทำสัญญาและก่อหนี้ผูกพันของส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ 258 หน่วยงาน เนื่องจากวงเงินที่ขอไว้ 2.69 แสนล้านบาท ปรากฏว่ามีส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่สามารถเสนอโครงการเพื่ออนุมัติเบิกจ่ายได้ 2.51 แสนล้านบาท คิดเป็น 93.1% ของงบประมาณทั้งหมด ขณะที่มีส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ยังไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ทันภายในวันที่ 31 ก.ค. 2550 ตามกำหนด เป็นวงเงินถึง 1.86 หมื่นล้านบาท งบประมาณที่ยังเบิกไม่หมดดังกล่าวเป็นของส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ 1.42 หมื่นล้านบาท งบกลาง จำนวน 337 ล้านบาท และเงินกันเหลื่อมปีอีก 4.06 พันล้านบาท
ดังนั้น ครม. จึงเห็นว่าอาจจะเกิดปัญหาล่าช้าต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ ดังนั้นจึงมีมติให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจที่มีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการ ต่อให้เสนอเรื่องต่อกระทรวง เพื่อขออนุมัติจากรัฐมนตรีที่กำกับดูแล เพื่อรายงานให้สำนักงบประมาณรับทราบโดยตรง เพื่อขยายเวลาในการทำสัญญาและก่อหนี้ผูกพันภายในวันที่ 31 ส.ค. 2550 และลงนามสัญญาให้เสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ อย่างไรก็ดี ครม.ยังเชื่อมั่นว่าการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายด้านการลงทุนปี 2550 จะทำได้ตามเป้าหมายที่ 73% ของงบลงทุนทั้งหมดและเบิกจ่ายได้93% ของงบประมาณรายจ่ายปี 2550
แหล่งข่าวกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เงินเกือบ 2 หมื่นล้านบาทของรัฐวิสาหกิจจะช่วยกู้เศรษฐกิจ ได้ระดับหนึ่งและในสิ้นปีงบประมาณนั้นเชื่อว่าจะเบิกจ่ายได้ไม่น้อยกว่า 93.5% และในแง่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจถือว่าเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยยังดีมาก ยังแข็งแกร่งดูจากตัวเลขการว่างงานอยู่ที่ 1.7% อัตราเงินเฟ้อยังต่ำ กว่า 2.0% ดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงกว่า 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
โพสต์ทูเดย์ 15 ส.ค. 50