มีบล๊อกอันหนึ่งซึ่งเป็นแฟนประจำของ "คนเป็นนาย" แต่ไม่ได้เป็นสมาชิก GotoKnow -- เจ้าของบล๊อกกระซิบบอกมาว่าอยากฟังความเห็นของผมเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงานครับ (บันทึก: Girl Power in Thai IT

ผู้หญิงมีโอกาสเท่าเทียมกับผู้ชายในตำแหน่งบริหารหรือไม่

ขอตอบแบบไม่เกรงใจว่าไม่เท่าครับ! โอกาสของผู้ชายกับผู้ชายก็ไม่เท่ากัน ใครจะเป็นผู้บริหาร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ ไม่ได้ขึ้นกับประสบการณ์ ไม่ได้ขึ้นกับอายุงาน และไม่ได้ขึ้นกับผลงาน หากแต่ขึ้นกับความเหมาะสมในช่วงเวลานั้นๆ

เลือกผู้บริหารแบบไหนถึงจะดี

ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปหรอกครับ จะเป็นชาย เป็นหญิง จะอ่านมาด้วยนพลักษณ์ (เมื่อกี๊ไปทดสอบมา อ่านผลแบบง่ายๆ ได้ว่า เป็นปราชญ์[แบบ5]-เป็นนักบุญ[แบบ2]-แล้วตามด้วยเป็นนักปฏิรูป[แบบ1] ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าแม่นหรือไม่ คงต้องให้คนที่รู้จักประเมิน) ด้วย Extended DISC ด้วยจริต ๖ ด้วยโหงวเฮ้ง หรือด้วยวิธีการคัดเลือกคนแบบใดก็ตาม

แต่ถ้าจะให้ผมเลือก ผมจะเลือกคนดีที่มีความเป็นผู้นำและสามารถทำให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ได้ก่อนครับ เรื่องนี้คงต้องแยกอธิบายเป็นสามส่วน

  1. เลือกคนดี ดีกว่าเลือกคนไม่ดีที่เก่ง สังคมไทยควรจะเลิกอดทนกับคนไม่ดีเสียที หากเลือกคนไม่ดีมาปกครององค์กร แม้จะประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นความสำเร็จอย่างชั่วร้าย กลายเป็นผู้เลือกมีส่วนช่วยขยายความชั่วร้ายให้บังเกิดผล กลายเป็นการให้รางวัลกับคนไม่ดี กรณีวัดครึ่งหนึ่ง-กรรมการครึ่งหนึ่ง ต้องเลิกเสียทีครับ ถ้ายังคิดอย่างนี้ ไม่ควรไปข้องเกี่ยวให้วัดแปดเปื้อนเลย
  2. เลือกคนดีที่มีความเป็นผู้นำ การขับเคลื่อนองค์กรไม่ได้เป็นไปตามสูตร (บันทึก: สมการในหัวคนแบบ ซี้ปังเท้า) แต่ปฏิสัมพันธ์ในองค์กรเป็นปฏิกริยาทางสังคม บทบาทหลักของผู้บริหารไม่ใช่ผู้ที่รวบทุกอย่างเอาไว้ทำเอง ผู้บริหารมีหน้าที่จัดการให้งานต่างๆ เดินหน้าไปแบบที่ควรจะเป็น แก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ จัดสรรทรัพยากร (คน เงิน เวลา) อย่างเหมาะสม งานของผู้บริหารจึงต้องเจอกันคนเยอะ และต้องจัดการกับทุกอย่างให้ได้ดี แล้วก็อย่ามัวจัดการแต่คนอื่นจนลืมจัดการตัวเองด้วย เพราะตัวผู้บริหารเองก็สามารถปรับปรุงได้เช่นกัน
  3. เลือกคนดีที่มีความเป็นผู้นำและสามารถทำให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ได้ ผู้บริหารควบคุมทรัพยากรอยู่เป็นจำนวนมาก หากใช้ไปในทางที่ไม่ถูกต้อง (เช่นใช้เพื่อตนเอง) ก็จะเป็นผลร้ายและเป็นความสูญเสียต่อองค์กร ผู้บริหารมักจะได้รับค่าจ้างและสิทธิพิเศษเหนือพนักงาน ดังนั้นก็อย่ามัวแต่คิดว่านี่เป็นเวลาเสวยสุข ในเมื่อตัวผู้บริหารเป็นต้นทุนที่สูงกว่าพนักงานอื่นๆ contribution ของผู้บริหารต่อองค์กร ก็จะต้องสูงกว่าพนักงานอื่นๆ เช่นกัน จึงจะสามารถอยู่ในตำแหน่งบริหารนั้นต่อไปได้ ผู้บริหารที่จะนำพาองค์กรให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้นั้น ต้องรู้เสียก่อนว่าวัตถุประสงค์คืออะไร มีอะไรอยู่ในมือ จากนั้นจึงจะคิดหาวิธีการ อย่าให้เรียงกลับกัน คือไปฟังคนอื่นว่ามา แล้วก็รับเอามาทำทั้งดุ้นโดยรู้สึกว่าเข้าท่าดี ไม่ได้สนใจว่าเหมาะสม-ทำได้หรือไม่ ท้ายที่สุดพอออกมาหัวมังกุท้ายมังกร ก็เปลี่ยนเป้าหมายให้เข้ากันกับ "ผลงาน" ของตัว

ถ้าถามว่าผู้หญิงมีโอกาสเป็นผู้บริหารหรือไม่ ตอบว่ามีแน่นอนครับ แต่จะเป็นได้หรือไม่ เป็นแล้วดีหรือไม่นั้น ต้องพิสูจน์ตัวเองครับ ผมไม่อยากเหมารวมไปว่าผู้หญิงเป็นอย่างไร แล้วผู้ชายเป็นอย่างไร

ไม่มีใครที่เหมาะกับทุกสถานการณ์ตลอดเวลาหรอกครับ แล้วสำหรับคนที่รักความก้าวหน้า ก็จะมีโอกาสอยู่เสมอ เพียงแต่ว่ามองเห็นโอกาสนั้นในจังหวะที่โอกาสเปิดอยู่หรือไม่