หงุดหงิดมาหลายวันแล้ว...วันนี้วันหยุดพักผ่อน...มาหยุดเพื่อพัฒนาจิตใจ..กันดีกว่า 
ครูอ้อยอ่านมา...อีกทีหนึ่ง   เกี่ยวกับการพัฒนาจิตใจ  เพราะความอยากรู้  ไม่ได้เสียหายอะไร 
อยากรู้ว่า....ที่ครูอ้อยหงุดหงิดบ่อยๆ   มีสาเหตุมาจากอะไร  
พออ่านแล้ว...ก็ร้อง...อ๋อ...
ครูอ้อยต้อง....ฝึกตนให้เป็นคนมี..การพัฒนาจิตใจ  หมายถึง.....
1.  จิตใจที่มีคุณภาพที่ดีงาม  ได้แก่  ใจงาม  เมตตากรุณา  น้ำใจเผื่อแผ่  กตัญญูกตเวที  รัก และเป็นมิตรต่อผู้อื่น...... 
ในข้อนี้  ครูอ้อยก็มีลักษณะนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว  ที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น  มีความรักแจกจ่ายผู้อื่นเสมอ   เป็นมิตรกับคนทั่วโลก...พูดเหมือนคำปฏิญาณตนของลูกเสือสามัญเลย..ลูกเสือเป็นมิตรกับคนทั่วโลก...
2. จิตใจมีความสามารถ  หมายถึง  ใจสามารถ  มีสติดี  มีความเพียร  มีความอดทน  มีความตั้งใจจริง  .....ใน
ข้อนี้  มีสติ  เป็นบางครั้งที่ลืม...เป็นนิจสิน  แต่ก็เป็นนานๆครั้ง  ไม่ได้เป็นทุกวัน    ครูอ้อยก็ฝึกเสมอว่า...ทำอะไรให้มีสติ  นึกให้ได้ว่า.....ได้ทำอะไรลงไป   มีคนบอกกับครูอ้อยว่า.....ครูอ้อยมีสติ  แต่ขาดสัมปชัญญะ   ก็เลยคิดไปควบคู่กัน  อย่าให้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง 
ส่วนเรื่อง  ความเพียร  ความอดทน  ความตั้งใจจริง...ทั้ง 3 นี้  เป็นเพื่อนรักกับครูอ้อยอยู่แล้ว...เราเป็นเพื่อนตายกันเลย
3.  จิตใจมีสุขภาพดี  หมายถึง  ใจดี  ร่าเริงเบิกบาน  ชื่นชมยินดี  ปลอดโปร่ง  สงบ  ไม่เครียดขุ่นมัว  
ข้อนี้  รู้สึกจะทำยากกว่า 2 ข้อที่ผ่านมา   โดยเฉพาะไม่เครียด  นี่จะฝึกอย่างไรหนอ.....ในเมื่องานไม่เสร็จ 
ระยะหลังมานี้  ครูอ้อยไม่นำงานที่โรงเรียนมาทำต่อที่บ้านเลย   เพราะมีความคิดว่า.....ไม่นำความเครียดกลับมาบ้านอีก  แล้วค่อยๆเครียดให้เป็นเวลา...
ที่สำคัญไม่ควรนำความเครียดกลับมาหาคนที่บ้าน 
คนสภาพจิตมีสุขภาพดี.....  ต้องนำเรื่องเครียดไปเครียดคนเดียว....ไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เรื่องความเครียดกับครอบครัว 
ต้องเห็นแก่ตัวในเรื่อง.....ความเครียด 
ตรงกันข้าม  ต้องใจกว้าง  มีน้ำใจกับผู้อื่น...
สรุปถูกไหมนี่