โมฆะวาจาวิกูล โพธิ์นาง๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๐ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">[email protected]</p> ทันทีที่เสียงสัญญาณพักเที่ยงดังขึ้นทุกคนพละจากงานที่ทำมาทั้งสี่ชั่วโมงบ้างไปรับประทานอาหารบ้างก็เข้าไปทำธุระที่ห้องสุขา เชนกับจุกเลือกที่จะไปที่ห้องสุขาก่อน “แม้วันนี้หัวหน้าให้พรแต่เช้าเลยเซ็งเซ็งมากๆ”เชนรำพึงออกมาขณะปลดปล่อยทุกข์ส่วนตัวด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “พรก็ดีซิ” จุกเย้าในใจก็คิดว่าพรที่ว่าต้องเป็นคำด่าแน่ๆ และเชนคงต้องไปทำผิดมาอีกเป็นแน่ ละก็เป็นอย่างที่คิดเมื่อได้ยินคำตอบจากเชนด้วยน้ำเสียงกระชับปนมากับความขัดข้องใจ “ก็เมื่อวานขาดงานนะซิ” “เออสมควรแล้ว โทรมาลาพี่เขาหรือเปล่าละ” จุกซักต่อ “เปล่า” นี้คือคำตอบสั้นๆเข้าใจง่ายๆ จุกคิดในใจ โถ…ช่างตอบอย่างภูมิใจเหลือเกินนะ แต่ไม่ได้พูดอะไร ทำธุระของตนเองไปพร้อมกับฟังเชนสาธยายต่อ“จะโทรมาลาได้อย่างไร เมื่อวานตอนรอรถอยู่พระท่านมาบิณฑบาตโดนมอร์เตอร์ไซค์รับจ้างเชี่ยวล้มบาดเจ็บสาหัส จนบาตรกลิ้งรถสิบล้อทับแบนเลย เราพาไปโรงพยาบาลกว่าโยมท่านจะมาเราก็เฝ้าอยู่จนเย็นสงสารท่านนะ” จุก นึกอนุโมทนาสาธุในใจ มาถึงขณะนี้หน้าของเชนเริ่มมีแววแห่งความปีติยินดี ผิดกับที่เข้าห้องน้ำมาใหม่ๆ จุกทำธุระเสร็จรู้สึกโล่งกายโล่งใจที่ทนมาเกือบครึ่งวันสมกับที่เป็น“ห้องสุขา” จริงๆ หันไปมองหน้าเชนก็ยังเห็นรัศมีแห่งความปีติอยู่เต็มใบหน้าไม่เหือดหาย “เช้ามาก็น่าจะไปลาพี่เขาก่อนนะ” จุกแนะนำย้อนหลัง “ลานะลาแล้วแต่ก่อนจะได้พูดอะไรพี่แกให้พรซะก่อน แถมให้เป็นชุดๆต่อหน้าธารกำนัลเลยนะเพื่อนแย่จริงๆ” เมื่อออกจากห้องสุขาแล้ว ทั้งสองสนทนากันต่อไปเรื่อยจนถึงโรงอาหารคำให้พรที่ว่านั้นเป็นอย่างไรไม่ทราบแต่ก็คงเป็นคำพูดที่ไม่ดี เชนถึงได้มีอารมณ์มาระบายในห้องน้ำ บัดนี้ก็ได้ระบายไปแล้ว ทั้งยังได้ความอิ่มใจแห่งบุญมาเป็นกำไรชีวิต จุกรู้ว่าเชนไปทำอะไรมาหัวหน้าจะรู้หรือเปล่ายังไม่มีคำตอบ ทั้งเชนและจุกได้รับรู้ความเป็นจริงกันในห้องสุขารู้กันสองคนและอิ่มใจกันทั้งสองคนห้องสุขาแคบๆนั้นช่างสมชื่อเสียจริงๆ “ห้องสุขา” ที่ให้ได้ทั้งความสุขกายและสุขใจ แต่ทำไมนะในที่ทำงานกว้างๆและผู้เป็นหัวหน้าก็มีปัญญาระดับหนึ่งจึงไม่รู้ความเป็นจริงของมวลสมาชิกในที่ทำงานเดียวกันแทนที่จะมีความสุขดังกล่าวบางแห่งกลับคละคลุ้งไปด้วยทุกข์แห่งความขัดข้อง ขัดแย้งในใจ อันเป็นผลมาจาก “คำด่า” “พร” แปลว่า ประเสริฐ สิ่งที่หัวหน้าให้กับเชนเมื่อเช้านี้ไม่ถือว่าเป็นพร เพราะไม่ได้นำมาซึ่งความเจริญกับลูกน้องเลยแม้แต่น้อย ความเจริญที่เชนได้คือได้ทำความดีพาพระคุณเจ้าไปโรงพยาบาล จุกก็ได้พรคือความเจริญในใจที่ใจได้อนุโมทนาสาธุให้กับเพื่อนที่ทำความดี “หัวหน้า” ได้ร่ำเรียนมาสรรพวิชามีทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ มีสิ่งดีๆในตัวตนของผู้เป็นหัวหน้ามากมายทำไมไม่นำสิ่งนั้นมาแบ่งปันเติมเต็มให้ลูกน้องแทนคำด่า “ด่า” คำด่านั้นไม่ได้ร่ำเรียนมาไม่มีสถาบันใดในประเทศหรือต่างประเทศที่เปิดสอนที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะคำด่าเป็น“โมฆะวาจา” หรือวาจา คำพูดที่หาประโยชน์แก่นสารอะไรไม่ได้เลยหากพูดบ่อยๆจนเป็นนิสัย ท่านจะกลายเป็น “โมฆะบุรุษ” โดยไม่รู้ตัว เหตุไฉนหัวหน้าบางคนจึงมีความสามารถถ่ายถอดคำด่า วาจาอันเป็นโทษนั้นให้กับผู้อื่นโดยเฉพาะลูกน้องที่ด้อยยศด้อยวัยกว่าให้ช้ำอกช้ำใจ หดหู่ เก็บกด แทบจะเป็นประสาท บางรายฆ่าตัวตายจากสาเหตุวาจาอันเป็นโทษของหัวหน้าตนเองก็มี หากยิ่งด่ามากก็เท่ากับนำเชื้อโรคไปบ่มเพาะในใจให้กับลูกน้อง ให้กับคนรอบข้างและตัวท่านเอง ปากที่พูดกับหูของท่านนั้นใกล้กันมากขณะที่ด่าออกไป ทำให้เกิดสนิมในใจด้วยว่าเมื่อท่านจะด่าต้องมีมูลเหตุมาจากความโกรธ “ความโกรธเป็นดังสนิมในใจ”สนิมนั้นก็เกิดกับผู้ได้ยินคำด่าของหัวหน้านั้นเช่นกัน เรามาแปลงด่าเป็นทุนปัญญาดีกว่าไหม เมื่อไรคิดจะด่าก็ให้พิจารณาดังนี้ ด่าใคร ด่าด้วยเรื่องอะไร ด่าทำไม ทำไมต้องด่า ไม่ด่าได้ไหม ถ้าไม่ด่าจะทำอย่างไร ถ้าไม่ด่าก็เปลี่ยนคำด่าเป็น “พร” คือสิ่งประเสริฐที่ออกมาจากปากของเรา เปลี่ยนสิ่งที่จะด่าเป็นความรู้ คำสอน คำเตือน ประกอบด้วยใจรักและเมตตา หากเป็นเช่นนี้ก็จะเป็นหัวหน้าที่เป็นพรหม เพราะได้ประกอบธรรมของพรหมคือ “เมตตตา” ลูกน้องจะรักและบูชาหัวหน้าจากใจจริงและมีมิตรเพิ่มขึ้นอย่างมากทีเดียวสุนทรภู่ท่านยังสอนไว้ว่า “ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจาฯ” ขอเป็นกำลังใจให้กับหัวหน้าทุกคนที่จะเปลี่ยนคำด่ามาเป็นมธุรสวาจา คำให้พร คำสอนโดยกุศโลบายที่แยบยลเชื่อมั่นว่าในหน่วยงานจะมีแต่ความรักสดชื่น ส่วนลูกน้องก็ต้องทำตัวให้รู้จักหน้าที่ของตนเอง หากไม่ละก็ หัวหน้าก็อย่าลืมคตินี้“รักวัวให้ผูกรักลูกน้องให้ตี”แต่ต้องตีด้วยสติและปัญญาอย่างอารยะชน
โมฆะวาจา
ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา ทุกคนพึงตระหนักให้มั่น "โดยเฉพาะผู้เป็นหัวหน้าฯ"
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาง ปราณี ตั้งศิริวัฒนกุล · 11 ส.ค. 2550
ดารณี · 11 ส.ค. 2550
วิกูล · 11 ส.ค. 2550
coochat · 11 ส.ค. 2550
ครูสุจิรา · 11 ส.ค. 2550