อาชีพการเกษตรเป็นอาชีพที่พึ่งตนเองได้ หากใจเรารู้จักความพอเพียง และใช้หลักการดำเนินชีวิตตามแนวทางของศาสนาที่เรานับถืออยู่ คือต้องนำมาปฏิบัติจริงๆ แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขได้แล้ว
          เช้าวันที่ 27 กรกฎาคม 2550  ผมดูรายการข่าวภาคเช้า สถานีสนามเป้าทางช่อง 5  ในช่วงของรายการจักรพันธุ์สัญจร  ได้นำรายการไปเยี่ยมชมชาวต่างชาติท่านหนึ่ง ชื่อนายมาร์ติน  วิลเลอร์  เสียดายที่ผมไม่ได้ดูตั้งแต่ต้นรายการ  เลยไม่รู้ว่านายมาร์ตินนี้อยู่ที่จังหวัดใด  รู้แต่ว่าอยู่ที่ภาคอีสาน  ท่านใดมีรายละเอียดช่วยต่อเติมให้ผมด้วยนะครับ จะขอบพระคุณมาก
  
          ประเด็นสำคัญที่อยากนำมาแลกเปลี่ยนผ่านบันทึกนี้ก็คือ  ชาวต่างชาติท่านนี้ได้ให้ข้อคิดที่ดีมาก เกี่ยวกับการประกอบอาชีพทางการเกษตร  โดยเฉพาะคนไทยที่ยังไม่ค่อยสนใจหรือให้ความสำคัญกับการอยู่อย่างไทยๆ  ผมจะจับประเด็นายมาร์ตินเล่าในวันนั้นได้ว่า เขาได้ไปมาแล้วหลายๆ ประเทศในแถบนี้แต่พบว่า
  • เมืองไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุด
  • แนวการดำรงค์ชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงได้ให้ไว้นั้นดี หากปฏิบัติตามก็จะพบความสุขในชีวิตได้
  • เมืองไทยทีสิ่งดีๆ ที่ฝรั่งไม่มีอีกมาก
  • มีศาสนาโดยเฉพาะศาสนาพุทธ เป็นหลักหรือแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทยอยู่แล้ว ต้องนำมาปฏิบัติ
  • ฯลฯ

          เสียดายที่ผมไม่ได้ดูตั้งแต่เริ่มต้นของรายการ  ได้ชมเพียงนิดเดียวประมาณ 5 นาที  แต่เพียงแค่นิดหน่อย ก็ทำให้ผมเบิกบานใจเพราะเป็นตัวอย่างหรือแนวทางการดำรงค์ชีวิตที่ดี  ที่ได้เห็นชาวต่างชาติเขาทำการเกษตรแบบผสมผสานในบ้านเรา  ที่ๆ คนไทยกลับหนีจากอาชีพนี้แล้วหันไปทำอาชีพอื่นๆ กันหมด  น่าจะช่วยกระตุ้นให้คนไทยหันมามองดูตัวเองมากขึ้น

          เพราะฝรั่งที่เรากำลังตามก้นเขาอยู่นั้น  สุดท้ายเขาก็ยังคิดว่าเมืองไทยน่าอยู่ที่สุด อาชีพการเกษตรเป็นอาชีพที่พึ่งตนเองได้  หากใจเรารู้จักความพอเพียง และใช้หลักการดำเนินชีวิตตามแนวทางของศาสนาที่เรานับถืออยู่ คือต้องนำมาปฏิบัติจริงๆ  แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขได้แล้ว   แล้วเราจะตามเขาไปทำไมให้เสียเวลา (อันนี้ผมสรุปเองนะครับ)

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก  10 ส.ค. 50