วันนี้ช่วงบ่ายมีพี่ที่ทำงานฝ่ายตลาดต่างประเทศเดินมาถามผมให้ช่วยอธิบายว่าสารเคมีที่เติมในน้ำเพื่อฆ่าเชื้อ เรียกว่าอะไร ใช่คลอรีนหรือไม่มีชื่อเรียกอย่างอื่นหรือไม่  ตอนแรกผมงงว่าทำไมไม่ถามฝ่ายผลิตพี่แกบอกว่าฝ่ายผลิตอธิบายไม่รู้เรื่อง และชอบอมภูมิ ผมก็เลยอธิบายความรู้เท่าที่ผมพอจะมีให้แกไป ซึ่งแกค่อนข้างพอใจกับคำอธิบายของผมเพราะผมอธิบายรู้เรื่อง   ผมกลับมานั่งคิดความจริง  นี่เป็นปัญหาในการถ่ายทอดความรู้อย่างหนึ่งซึ่งเกิดจากตัวผู้ถ่ายทอดเอง

      ปัญหาการถ่ายทอดความรู้ที่เกิดจากผู้ถ่ายทอดเอง สิ่งหนึ่งพบเห็นกันบ่อยๆคือ “อมภูมิไม่อยากถ่ายทอดไปให้ผู้อื่น เพราะอาจทำให้ตนเองหมดความสำคัญลง หรือผู้ที่ถ่ายทอดเป็นผู้ที่มีความรู้มากมาย แต่ถ่ายทอดไม่เป็นเนื่องจากขาดทักษะการถ่ายทอด ทำให้ความรู้นั้นไปถึงผู้รับได้ไม่เต็มที่ เป็นปัญหาที่พบบ่อยในองค์กร ผมขอเล่าประสบการณ์ในงานที่ผมทำ คือผมทำงานอยู่ฝ่ายขาย ซื่งช่วงไม่นานมานี้ผมรับพนักงานขายเข้ามาใหม่ 2 คน คนที่1 มีประสบการณ์ขายมาเยอะทำยอดได้ค่อนข้างดี  คนที่ 2 ค่อนข้างใหม่หน่อย ทำยอดไม่ค่อยได้  ตอนแรกผมให้คนที่ขายได้มากลองมาสอนและอธิบายถึงวิธีการขายและเทคนิคการขายต่างๆ ให้กับคนที่ขายไม่ดี ผลคือคนที่ขายไม่ดียอดขายเพิ่มขึ้นนิดหน่อย หลังจากนั้นผมก็ลองให้คนที่ขายดีลองประกบคนที่ขายไม่ดีแบบพี่เลี้ยงเป็นช่วงๆ ผลก็คือยอดขายก็เพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย ผมเลยไปลองถามคนที่เป็นพี่เลี้ยงว่า สอนอะไรคนที่ยอดขายไม่ดีบ้าง เขาตอบว่าสอนทุกเรื่อง บอกทุกอย่างแต่คนที่เขาสอนทำไม่ดีเอง  หลังจากนั้นผมก็ลองไปถามคนที่ถูกสอนว่า คนสอนสอนอะไรบ้าง เขาตอบว่าไม่ค่อยสอนอะไรเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่รู้แล้ว   ผมมาลองนึกดูตอนนั้นตอบยากว่า" อมภูมิหรือ สอนไม่เป็น" แต่สิ่งที่ผมแก้ไขคือทำให้ทีมงานมองเห็นเป้าหมายและวัตถุประสงค์เดียวกัน ปลูกฝังการทำงานเป็นทีม ให้ทุกคนมุ่งงานเพื่อฝ่ายเพื่อองค์กรไม่ใช่เพื่อของตนเอง ผมทดลองมอบเป้ายอดขายจากรายคนเป็นของทีมแทน ให้สองคนทำงานรับเป้ายอดขายรวมกัน ไปทำการขายด้วยกันในบางช่วงเวลาเพื่อให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้ เกิดการถ่ายทอดความรู้ จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ทำให้ทุกคนในทีมขายเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญเท่ากัน ผลก็คือยอดขายดีขึ้นค่อนข้างมาก นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของปัญหาการถ่ายทอดความรู้ ถ้าเพื่อนคนใดมีความคิดเห็นหรือประสบการณ์ดีๆก็แนะนำกันเข้ามานะครับ  ตอนนี้ผมง่วงมากแล้วต้องขอตัวไปนอนก่อน