คำพังเพยสำนวนปักษ์ใต้ทำนองนี้ เด็กรุ่นใหม่อาจไม่เข้าใจ ส่วนคนรุ่นเก่าที่ค่อนข้างจะห่างวัดอาจลืมๆ ไปแล้วก็ได้ แต่เมื่อได้ยินอีกครั้งก็คงจะพอหวลระลึกความหมายได้....
ตามประเพณีปักษ์ใต้ เทศกาลเข้าพรรษา นอกจากจะมีการถวายเทียนประจำพรรษา (ซึ่งปัจจุบันมีหลอดไฟฟ้าเสริมมาด้วย) และผ้าอาบน้ำฝนแล้ว ก็จะมีการถวายข้าวตอกด้วย...
ข้าวตอก คือ ข้าวเปลือกที่นำมาคั่วแห้ง ให้เมล็ดแตกออกมา แล้วก็เก็บเปลือกทิ้งไป ก็จะเหลือเพียงข้าวตอกขาวๆ ซึ่งคงจะมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก... ในเทศกาลเข้าพรรษา ญาติโยมก็จะนำข้าวตอกมาถวายด้วย เพื่อพระ-เณรในวัดจะใช้เป็นอาหารในช่วงที่ฝนตกหนัก ไม่สามารถจะออกบิณฑบาตได้...
ตอนผู้เขียนยังเป็นเด็ก จำได้ว่าแต่ละวัด จะมีข้าวตอกในช่วงแรกของการเข้าพรรษาเก็บไว้หลายโอ่ง... แต่ปัจจุบันมีน้อย สำหรับที่วัดยางทองปีนี้ ก็มีเพียงกะละมังโตๆ เท่านั้น...
ข้าวตอกที่นำมาถวายในวันเข้าพรรษานั้น พระ-เณรยังฉันไม่ได้ ต้องมีการฉลองก่อนตามประเพณี... สำหรับที่วัดยางทอง ได้มีการฉลองข้าวตอกวันนี้ (แต่ผู้เขียนไม่ได้ลงร่วมเพราะเป็นไข้หวัดตอนเช้า) หลังจากพิธีฉลองเสร็จพระใหม่ก็นำมาให้ผู้เขียน ๑ จาน ... เป็นข้าวตอกคลุกกับมะพร้าวขูดและโรยน้ำตาลใส่เกลืออีกเล็กน้อย... ซึ่งผู้เขียนพยายามฉันได้ครึ่งจานก็เลิก....
นอกจากคลุกกับมะพร้าวขูดแล้ว ข้าวตอกยังสามารถทำน้ำกะทิทุเรียนราดหน้าได้อีกด้วย คล้ายๆ กับ ลอดช่องกะทิหรือข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน (ฟังว่า วันนี้ก็มีเช่นเดียวกัน แต่ไม่ถึงมายังผู้เขียน)....
หลังจากฉลองเสร็จ พระ-เณรฉันเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือญาติโยมก็ร่วมรับประทานแล้วแจกจ่ายกันไป ไม่จำเป็นจะต้องเก็บไว้ฉันยามจำเป็นดังเช่นสมัยโบราณ...
การถวายข้าวตอกในวันเข้าพรรษาค่อยๆ น้อยลงตามลำดับ เพราะไม่มีความจำเป็นดังเช่นสมัยโบราณ... ขณะที่การถวายหลอดไฟฟ้ากลับค่อยๆ มากขึ้น... การลดลงและเพิ่มขึ้นระหว่างข้าวตอกกับหลอดไฟฟ้าเป็นเครื่องบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่า ประเพณีค่อยๆ แปรไป เพราะสังคมเห็นว่ามีความสำคัญหรือไม่เพียงใด... ประมาณนั้น
อย่างไรก็ตาม คำว่า เข้าพร้อมตอก หมายถึง การเข้าพรรษาจะมาพร้อมกับข้าวตอก ก็ยังคงอยู่ในปีนี้...
..............
ส่วนในวันออกพรรษา หลายๆ วัดจะมีการทำเรือพระแล้วก็ลากไปยังสถานที่ต่างๆ... และญาติโยมก็จะนิยมทำ ข้าวต้มสามเหลี่ยม (ปักษ์ใต้เรียกสั้นๆว่า ต้ม) เพื่อนำไปแขวนที่เรือพระวัดต่างๆ เพื่อเป็นพุทธบูชา... แม้บางวัดจะไม่ได้ทำเรือพระ แต่ก็ยังมีญาติโยมนำต้มมาถวายเป็นพุทธบูชาที่วัด... ต้มเหล่านี้ วัดที่มีเรือพระก็จะได้เยอะ...
ในตอนเย็น แม้เรือพระยังไม่กลับวัด เพราะอาจอยู่ร่วมสมโภชน์หรือสมัครใจลากไปยังที่อื่นต่อไป... แต่ต้มเกือบทั้งหมดที่เรือพระ จะนำกลับมาย่างหรือทอดที่วัดก่อน (เพราะจะบูด) เพื่อจะได้เก็บไว้ฉัน ซึ่งโดยมากพระ-เณรไม่ค่อยจะฉันสักเท่าไหร่ บรรดาลูกศิษย์จะแบ่งกันไป หรือบางครั้งก็นำไปให้ที่เรือนจำเพื่อแจกพวกนักโทษ...
................
สมัยก่อน ไม่ค่อยมีการซื้อขาย พอจะเข้าพรรษาก็มีการคั่วตอกกันทุกบ้าน นั่นคือ เข้าพร้อมตอก ... และพอจะออกพรรษาก็จะมีการทำข้าวต้มสามเหลี่ยมกันทุกบ้าน นั่นคือ ออกพร้อมต้ม ...
นมัสการค่ะ
เพิ่งเคยได้ยินค่ะ
Sasinanda
เขียนบล็อกใน GoToKnow มาปีกว่าแล้ว... บางอย่างเคยเล่าไว้แล้ว ก็ไม่อยากจะเล่าซ้ำกับปีที่แล้ว จึงนำไปฝาก Link ไว้ในอนุทิน เผื่อผู้สนใจจะได้เข้ามาอ่าน...
เรื่องราวประจำปีหรือประเพณีอื่นๆ ที่ยังไม่เขียน มีโอกาสก็จะเขียนเล่าไว้ ส่วนที่เขียนไว้แล้ว ก็ค่อยนำ Link ขึ้นอนุทินเมื่อถึงวาระ...
และตั้งใจว่า บางบันทึกที่น่าสนใจ ก็ค่อยเลือกพิมพ์รวมเล่มแจกตามโอกาสอีกครั้งหนึ่ง...
เจริญพร
ท่านคะขออนุญาต นะคะ ขออ้างถึงและลิงค์มาด้วยค่ะ
http://lanpanya.net/jindee/
Sasinanda
เจริญพร