ไรฝุ่น:สัตว์อันตราย

      ไรฝุ่น เป็นสัตว์ขาข้อมีทั้งหมด 8 ขา จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับแมงมุม ตัวหิด เห็บ ไม่ใช่แมลง ขนาดประมาณ 0.1-0.3 มิลลิเมตร ซึ่งเล็กมาก จนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น หรืออาจเห็นเป็นเพียงจุดสีขาวๆ ชอบอาศัยอยู่ในที่อับชื้น อุณหภูมิประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส ไม่ชอบแสงสว่าง ดังนั้น แหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของไรฝุ่นก็คือภายในบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม โซฟา ผ้าม่าน ตุ๊กตาที่ภายในใช้วัสดุเส้นใย  รอยแตกของพื้นไม้ หรือที่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง
     ไรฝุ่นมีหลายพันธุ์เกือบ 20 ชนิด แต่ไรฝุ่นที่เป็นปัญหากับคนไทย คือ Dermatophagoides pteronyssinus และ D.farinae
      นักวิทยาศาสตร์ศึกษาว่า อาหารที่ไรฝุ่นชอบได้แก่ สิ่งต่างๆ จากร่างกายคน เช่น เศษฝุ่น ขี้ไคล ขี้รังแค สะเก็ดผิวหนัง หรือ  อินทรียสารอื่นๆ ซึ่งในแต่ละวันผิวหนังของคนๆ หนึ่งจะลอกหลุดวันละประมาณ 1 กรัม
     สาเหตุของการเกิดอาการแพ้ คือมูลของไรฝุ่นที่เข้าสู่ร่างกายโดยการสูดดม การรับประทานอาหาร หรือการแทรกซึมทางผิวหนัง ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ เช่น ไอ จาม คันตา และรุนแรงที่สุด คือหอบหืด(asthma) แต่อาการแพ้ก็ไม่ได้เกิดกับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งทางสิ่งแวดล้อม พันธุกรรม และอื่นๆ ซึ่งทางการแพทย์ยังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้
     นักปาราสิตวิทยาแนะนำว่า การกำจัดไรฝุ่นทำได้หลายวิธี เช่น ทำความสะอาดหมอนและปลอก ผ้าห่มและผ้าปูที่นอน  เครื่องใช้ที่เป็นผ้าทั้งทั้งหลาย เช่น เสื้อผ้า โซฟา อย่างสม่ำเสมอ  ขยันเช็ดฝุ่นด้วยผ้าหมาดๆ ย้ายของรกออกจากห้องนอน อย่าให้มีมุมเก็บฝุ่น ใช้ผ้าพลาสติก หรือผ้ากันไรฝุ่นมาสวมคลุมที่นอนและหมอน ก่อนจะใช้ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนสวมทับเพื่อป้องกันมูลไรฝุ่นฟุ้งออกมา
     ที่นอนใยสังเคราะห์ ใยมะพร้าว นุ่น ฟองน้ำ เป็นแหล่งสะสมไรฝุ่นได้ทั้งหมด   ผู้เป็นโรคภูมิแพ้จึงควรใช้ที่นอนบางที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำจากวัสดุซักง่าย  นำออกผึ่งแดดและทำความสะอาดง่าย  จะช่วยขจัดมูลและตัวไรฝุ่นได้เป็นอย่างดี ไม่ควรใช้สารเคมีใดๆ ฉีดลงบนที่นอนหมอนมุ้ง เพื่อฆ่าไรฝุ่น
(ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือ Greenline -เส้นทางสีเขียว ของกรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 19 ตุลาคม 2549-มกราคม 2549)