การจัดการความรู้ (KM) นับเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนการผลิต...ผู้ใหญ่วิไลวรรณ ธานี จึงใช้เป็นแนวทางในการผลิตพืชเพื่ออนาคตตามแนวทางปราชญ์ชาวบ้าน

เมื่อวาน...วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2550 ผมได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนพันธมิตรทางวิชาการด้านกระบวนการกลุ่ม และเกษตรอินทรีย์ ที่บ้านบุกลาง ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี หลังจากที่หายหน้าหายตาไปนานแรมปีที่ไม่ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน พร้อมกับเพื่อนนักศึกษาอีกสองคน เพื่อไปศึกษาดูงานด้านกระบวนการดำเนินงานของกลุ่ม ในการประกอบอาชีพ ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง สามารถจัดสวัสดิการให้กับคนในชุมชนได้ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย  และเป็นกลุ่มที่เคยได้รับรางวัลจากหน่วยงานภาครัฐหลายรางวัล

   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผู้ใหญ่วิไลวรรณ   ธานี ผู้ใหญ่บ้านดีเด่นเมื่อปี 2547  แห่งบ้านบุกลาง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง ในฐานะคนคุ้นเคยที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสพบกันเสียนาน  เมื่อครั้นลงจากรถผู้ใหญ่วิไลวรรณก็ซักถามเป็นการใหญ่เลย ว่าไปอยู่ไหนมาไม่เคยมาเยี่ยมเยือนกลุ่มบ้างเลย …..ครั้นผมตั้งหลักได้จึงค่อยๆ ร่ายให้ท่านผู้ใหญ่ฟังว่า…ตอนนี้หนีไปเรียนหนังสือครับ และไปทำงานวิจัยอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเข้าไปเรียนรู้กับเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านด้วย… หลังจากนั้นพี่ผู้ใหญ่ก็ถามต่อครับว่ารู้จักพ่อคำเดื่อง   ภาษี ไหม?.. เพราะท่านก็เป็นปราชญ์ชาวบ้านเช่นกัน …ผมก็รีบตอบทันทีเลยครับว่ารู้จักครับ…เพราะผมก็ไปเป็นลูกศิษย์ของท่านเช่นกัน หลังจากนั้นผมจึงย้อนถามผู้ใหญ่กลับครับว่า…พ่อคำเดื่องเป็นอะไรเหรอครับ…พี่ผู้ใหญ่จึงเล่าให้ฟังว่า เมื่อสองปีที่ผ่านมาได้ไปดูงานกับพ่อคำเดื่อง   ภาษี และได้แนวคิดเรื่องการปลูกต้นไม้จากท่าน ตนเองจึงได้ทดลองทำของตนเองในพื้นที่ 15 ไร่ โดยใช้หลักที่ว่า ปลูกต้นไม้ใช้ประโยชน์ห้าชั้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><div style="text-align: center"></div>

ผู้ใหญ่วิไลวรรณ กับแปลงประณีต

</span></strong></p><p>  ปลูกต้นไม้ใช้ประโยชน์ห้าชั้น หมายความว่าอย่างไร พี่ผู้ใหญ่ได้เล่าให้ทีมงานเราฟังว่า…เป็นการใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่ระดับพื้นผิวดินจนกระทั่งที่อยู่ในอากาศ ดังนั้นในการที่จะปลูกพืชเราต้องมีการจัดการความรู้ของเราว่าเราควรที่จะปลูกต้นอะไรดี สภาพแวดล้อมบ้านเราเป็นอย่างไร ดินเป็นอย่างไร น้ำเป็นอย่างไร นอกจากนั้นเราต้องมีความรู้เรื่องของต้นไม้ด้วย แต่ที่สำคัญในการปลูกพืชในสวนของเรานั้นให้ยึดหลักการใช้ประโยชน์ของตนเองเป็นสำคัญ โดยแยกประโยชน์ได้ดังนี้</p><p>ประโยชน์ ชั้นที่ 1. คือ ระดับชั้นใต้ดิน โดยจะปลูกพวกพืชหัว เพื่อเป็นอาหาร ได้แก่มันสำประหลัง มันเทศ </p><p>ประโยชน์ ชั้นที่ 2.คือชั้นระดับผิวดิน โดยจะปลูกพวกพืชผักสวนครัวเป็นหลัก เช่น ขิงข่า ตระไคร้ หอมเป (ชีฝรั่ง) สะระแหน่ บัวบก และพวกสมุนไพร เป็นต้น</p><p>ประโยชน์ ชั้นที่ 3. คือชั้นระดับต่ำ เป็นการใช้ประโยชน์จากต้นไม้ที่มีทรงพุ่มเตี้ย ได้แก่พวก ผักเม็ก ผักติ้ว มะกรูด มะนาว กระสัง กล้วย แก้วมังกรเป็นต้น </p><p>ประโยชน์ ชั้นที่ 4. คือชั้นระดับกลาง เป็นชั้นที่มีความสูงเป็นรองกลุ่มไม้ยืนต้น ได้แก่พวกไม้ผล เช่น ลำไย มะม่วง มะขาม ลิ้นจี่ เงาะ ไผ่ เป็นต้น </p><p>ประโยชน์ ชั้นที่ 5.คือชั้นสูงสุด อยู่ในอากาศ ในกลุ่มนี้จะปลูกไม้ใหญ่ ไม้ยืนต้นซึ่งเป็นไม้ติดแผ่นดิน ช่วยรักษาระบบนิเวศน์ อีกทั้งเป็นการออมเพื่ออนาคตสำหรับตนเอง และลูกหลานโดยในสวนจะปลูกต้นยางนา สะแบง ประดู่ สัก กฤษณา เป็นหลัก </p><p>หลังจากที่พี่ผู้ใหญ่ ได้เล่าถึงการจัดการความรู้ให้ฟังเสร็จ ผมก็เลยใช้โอกาสนี้สอดแทรก แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องเกษตรประณีตเข้าไปร่วมด้วย ผมเสนอว่าจากประโยชน์ 5 ชั้น น่าจะยังไม่พอนะ น่าจะเสริมชั้นใต้น้ำ กลางน้ำ และผิวน้ำเข้าไปอีก เป็น 8-9 ชั้น นั่นก็คือการปลูกพืชน้ำ และเลี้ยงปลาเสริม ในกิจกรรมน่าจะเป็นแหล่งอาหาร และรายได้เพิ่มขึ้น พี่ผู้ใหญ่ก็ได้ให้ความสนใจ ขอพิจารณา และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อน หลังจากนั้นจึงได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่แปลงและเดินทางกลับ  </p><p style="text-align: center"></p>

แปลง 3 ปี ของพี่ผู้ใหญ่ (หญิงเหล็ก)

</span></strong><p>จากแนวทางการปลูกพืชของพี่ผู้ใหญ่…นับว่าเป็นการจัดการความรู้ (KM) อย่างเข้มข้นเลยทีเดียว เพราะนี่คืออาชีพ นี่คือรายได้ที่จะมาจุนเจือครอบครัว ไม่ใช่เป็นการเรียนรู้เพื่อที่จะมาทดสอบทฤษฏีเพื่อให้ได้คำตอบเพียงอย่างเดียว ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจะปลูกเราต้องมีความรู้ มีการวางแผนอย่างรอบคอบ  แล้วจึงตัดสินใจในการดำเนินการ นี่จึงนับได้ว่าเป็นเกษตรกรในระดับหัวก้าวหน้า ที่น่าจะเป็นแบบอย่างสำหรับเกษตรกรรายอื่นๆ ต่อไป </p><p>ขอบคุณครับ</p><p>อุทัย   อันพิมพ์</p><p>5 สิงหาคม 2550  </p>