ผมได้ค้างเรื่อง ระบบ กับ การวิจัย ไว้นานแล้ว เพราะในช่วงนั้น สุขภาพมีปัญหาครับ วันนี้คิดว่าจะบันทึกความคืดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อ แต่ได้มีผูแสดงความเห็นว่า ผมน่าจะลองยกตัวอย่าง เริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อเรื่อง ไปจนจบ ครับ โดยเริ่มจากเรื่อง การวิจัยและพัฒนาเรื่องการสร้างแบบสอบถามเกี่ยวกับการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยครับ ผมเห็นว่า สามารถที่จะสัมพันธ์กับการวิจัยกับระบบได้ ดังนั้น ผมจะเสนอแนวคิดตามที่ว่านะครับ
การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขา คือทั้งวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์ทางสังคม จะมีขั้นตอนเป็นกระบวนการดังนี้
(๑) การสังเกตเหตุการณ์ธรรมชาติ และเกิดปัญหาขึ้นในจิต
(๒) การตั้งสมมติฐาน หรือคำตอบล่วงหน้า
(๓) เมื่อเป็นคำตอบล่วงหน้า ก็ต้องทดสอบว่า ผิด หรือ ไม่ผิด โดยการเก็บรวบรวมข้อมูล หรือการวัด
(๔) นำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ด้วยสถิติที่เหมาะสมตามหลักวิชาสถิติ
(๕) ตีความผลการวิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผล ซึ่งผลสรุปนี้ก็คือ ความรู้ หรือองค์ความรู้นั่นเอง เมื่อได้ความรู้แล้วเราก็เก็บสะสมไว้ในคลังความรู้ หรือตำรา
(๖) เราสามารถที่จะรวมข้อนี้เข้าไปในกระบวนการวิจัยได้อีกข้อหนึ่ง คือ การทดสอบซ้ำ หรือ Verrification ซึ่งถ้าเป็นวิทยาศาสตร์แล้ว จะต้องทดสอบซ้ำได้ (ถ้าจะคัดข้อนี้ออกไปก็ไม่เสียหายครับ)
คราวนี้สมมติว่า เราต้องการที่จะวิจัยเรื่องการเขียนแบบสอบถาม นั่นก็หมายความว่า เราได้สังเกตเห็นเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้ว และเกิดปัญหาขึ้นในจิตว่า "เราจะสร้างแบบสอบถามให้เป็นแบบทดสอบที่ดี คือ มีความเที่ยง (Reliability) ความตรง (Validity) ให้มีค่าสูงๆได้อย่างไร ?" ตามขั้นตอนการวิจัยขั้นที่ ๑ นั่นเอง
ถ้าท่านเป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอก ถ้าท่านไม่ได้เริ่มต้นอย่างนี้แล้ว ก็แสดงว่า ท่าน "อ่อน" ทางด้าน Method ครับ คณะกรรมการบริหารโปรแกรมปริญญาเอกนั้นๆ เขาจะไม่รับเข้าเรียนครับ นี่หมายถึงมหาวิทยาลัยที่ได้มาตรฐานนะครับ หรือถ้าหลงเข้าไปแล้ว อาจารย์เขาจะรังเกียจครับ ไม่ยอมรับนักศึกษาผู้นั้นเป็ผู้รับคำให้การปรึกษาวิทยานิพนธ์ เพราะรำคาญ กลัวว่านักศึกษานั้นจะเรียนไม่จบ นักศึกษาเหล่านี้แหละครับ ที่ส่วนใหญ่จะกล่าวหาในทางร้ายต่ออาจารย์ต่างๆนาๆ ครับ เช่น สิ่งที่เขาเขียนนั้นถูกแล้ว แต่อาจารย์ลองแย้งดู เพื่อทดสอบว่า เขามีความมั่นใจแต่ไหน มีจุดยืนมั่นคงหรือไม่ กล้าถกเถียงอาจารย์หรือไม่ พร้อมที่จะเป็นผู้นำทางวิชาการในชุมชนแล้วยัง แต่ถ้านักศึกษาที่มีลักษณะเป็นพวกหัวอ่อน คล้อยตามง่าย ก็จะลบออกหมด แล้วใส่ข้อความอื่นที่ผิดเข้ามา อาจารย์ก็เสียใจ ว่าทำไมเขามีลักษณะเป็นผู้ตามเช่นนี้ จึงสั่งให้เขาเอาข้อความเดิมที่เขาลบออกไปมาใส่ตามเดิม ดังนี้ ทำให้นักศึกษาผู้นั้นเข้าใจผืด และกล่าวหาว่า อาจารย์ พูดไม่อยู่กับร่องกับรอย ฯลฯ ลักษณะนี้พบบ่อยมาก อาจารย์เขาเสียชื่อครับ เขาจึงหลีกหนีนักศึกษาพวกนี้ครับ คิดว่าท่านผู้อ่านคงไม่เป็นเช่นนี้นะครับ (นั่งนานแล้วครับ เอาไว้ต่อวันหลังนะครับ)
อาจารย์นั่งนานไม่ได้ไม่ทราบเป็นอะไรครับ...น้องอนุชา หรือชายขอบ เขาคิดถึงจะมาเยี่ยมอาจารย์ครับ สั่งให้ผมหาเบอร์โทร.อาจารย์ และที่อยู่อาจารย์ ที่อยู่อาจารย์ผมได้ข้อมูลมาแล้วครับ 53/16 ม.2 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง หากจะกรุณาก็ติดต่อเบอร์โทร.น้องชายขอบนะครับ....0848572167 ครับ ดีใจที่เปิดบล็อกแล้วเห็นบันทึกล่าสุดเมื่อวานนี้เอง
บล็อกของน้องอนุชา หรือชายขอบ คือ สพช.ภาคใต้
ขอบคุณมากครับ ครูนงเมืองคอน คุณชายขอบน่ารักมาก ขอบคุณมากที่จะไปเยี่ยม ขณะนี้ผมสบายดีแล้ว ผมเข้าไปดู สพช.ภาคใต้ แล้วครับ