“วันแม่ปีนี้ เข้าไปกราบท่านแล้วบอกว่า “แม่จ๋า…หนูรักแม่” เพียงแค่นี้แม่ก็ชื่นใจอย่างที่สุดแล้ว

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">ใครหนอรักเราเท่าชีวี  ใครหนอปรานีไม่มีเสื่อมคลาย</p>ไม่มีความรักใดในโลกนี้จะยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักของแม่หรอกค่ะ  ต่อให้น้ำหมดในมหาสมุทรที่เอามาแทนน้ำหมึก  หมกฟากฟ้าที่เอามาแทนหน้ากระดาษ  คุณก็ไม่สามารถจะพรรณนาพระคุณของแม่ได้หมด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">สิ่งที่มีอำนาจ  สามารถทำให้ทุ่มเทชีวิตจิตใจและสมบัติทั้งปวงที่มีลงไปโดยไม่เสียดายนั้น  คือความรักของแม่ที่มีต่อลูก  ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด  มั่งมีหรือยากจน  ความรักลูกเปี่ยมล้นใจเสมอ  พระอาจารย์มหาบัวบอกว่าความรักของแม่เป็นความรักที่บริสุทธิ์เป็นความรักที่หายากในโลก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">คุณหมอนักจิตวิทยาท่านหนึ่งบอกว่า  ทางจิตเวชศาสตร์ถือว่าแม่เป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตลูก  สำคัญยิ่งกว่าพ่อเสียอีก  แม่อุ้มท้องมา  9  เดือน  แม่รู้ดีว่าความรักที่มีต่อลูกเป็นอย่างไร  จึงมีคำว่าสัญชาตญาณของความเป็นแม่ที่จะปกป้อง  รักหวงแหนลูกแบบปราศจากเงื่อนไข</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">คุณหมอเล่าไว้ในนิตยสารฉบับหนึ่ง  ว่าได้พบปาฏิหาริย์ของคำว่าแม่ตอนที่ไปเรียนต่างประเทศวันหนึ่งถูกอันธพาล  3  คนจี้เอารถพร้อมบังคับเอาตัวคุณหมอนั่งรถไปด้วย  คุณหมอทำใจดีสู้เสือคุยกับพวกเขาว่าต้องการรถต้องการเงินก็เอาไปเถิด  แต่อย่าทำร้ายหมอเลยนะ  ที่มาอยู่นี่ก็มาเรียน  แต่ก็อยู่ห่างไกล  ถ้าแม่รู้ว่าเกิดอันตรายขึ้นกับชีวิต  แม่คงจะเสียใจและเป็นทุกข์มาก  พวกคนร้ายที่จี้หมอมาก็คุยด้วยว่าเขาก็มีแม่และรักแม่มากด้วย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">ทั้งยังบอกอีกว่าเราเป็นเพื่อนกันได้  เพราะมีบางอย่างเหมือนกัน  คือรักแม่และแม่ก็รักเราเหมือนกันคุณหมอจึงรอดปลอดภัยกลับมาเพราะคำว่าแม่นั่นเอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">ขอนำเหตุการณ์ในมโหสถชาดกที่แสดงถึงความรักของแม่มาเล่าต่อ  ดังนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">ในอดีตกาล  ผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มลูกน้อยของตนไปที่สระโบกบรณีของพระมโหสถ  เธออาบน้ำให้ลูกก่อนแล้วพับผ้าทำเป็นเบาะปูให้ลูกนั่งใต้ร่มไม้ริมสระ  ตนเองกลับลงไปล้างหน้า  ขณะนั้นนางยักษ์ตนหนึ่งเห็นเด็กก็นึกอยากกิน  จึงแปลงร่างเป็นมนุษย์ทำทีมาขออุ้มเด็ก  เมื่อมารดาของเด็กอนุญาต  นางยักษ์จำแลงก็อุ้มเด็กน้อยขึ้นชูชมหยอกเย้าเล่นครู่หนึ่งแล้วพาวิ่งหนีไปโดยเร็ว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">มารดาของเด็กได้วิ่งไล่ตามไปทวงคืน  นางยักษ์จำแลงไม่ยอมคืนทั้งยังอ้างว่าเด็กน้อยเป็นลูกของตนมารดาของเด็กไม่ยินยอม  จึงทะเลาะโต้เถียงกันไปจนถึงประตูศาลาของพระมโหสถ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent"></p>พระมโหสถได้ยินเสียงจึงเรียกเข้ามาถามว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร  ทั้งสองต่างก็กล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งว่าตู่เอาลูกของตน  และขอให้พระมโหสถวินิจฉัยว่าใครคือแม่ที่แท้จริง  โดยที่พวกตนจะยอมรับคำวินิจฉัยทุกประการ  พระมโหสถจึงขีดเส้นลงบนพื้นดิน  แล้วให้เด็กนอนทับลงบนเส้นนั้น  จากนั้นให้นางยักษ์จำแลงจับมือเด็ก  ให้มารดาของเด็กจับเท้าแล้วบอกว่า  ใครดึงเด็กพ้นรอยขีดเส้นนี้ได้  เด็กจะเป็นของคนนั้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">หญิงทั้งสองต่างใช้กำลังดึงเด็กโดยแรง  ฝ่ายหนึ่งดึงด้วยแรงปรารถนาจะกินเป็นอาหาร  ฝ่ายหนึ่งดึงด้วยแรงรักในบุตร  เมื่อเด็กน้อยถูกดึงไปมาก็ร้องไห้เสียงดัง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent"></p><p>เสียงร้องไห้ของลูกบีบคั้นหัวใจของแม่แทบจะแตกสลาย  สุดจะทนต่อเสียงร้องของลูกต่อไปจึงยอมแพ้  ปล่อยให้เด็กไปอยู่ในมือของนางยักษ์จำแลงผู้ลิงโลดยินดีในชัยชนะ มารดาที่แท้จริงยืนร้องไห้อยู่พระมโหสถเห็นดังนั้นก็ถามประชาชนที่มาประชุมกันว่า  ธรรมดาจิตใจของหญิงผู้เป็นแม่กับของหญิงผู้ไม่ใช่แม่  ฝ่ายไหนจะอ่อนไหวไปตามอาการของลูก  ทุกคนตอบพร้อมกันว่า  ใจของแม่อ่อนไหวไปเพราะอาการของลูก  เวลาที่ลูกอยู่ดีมีสุข  ใจแม่ก็แช่มชื่นเบิกบาน  เวลาที่ลูกเจ็บไข้ได้ทุกข์  ใจแม่ก็พลอยเดือดร้อนสะท้อนไปด้วยความสงสาร  พระมโหสถจึงตัดสินว่าหญิงที่ปล่อยเด็กแล้วยืนร้องไห้นั่นแหละเป็นแม่ที่แท้จริง  นางยักษ์จำแลงจึงยอมสารภาพความจริง  และยอมคืนเด็กให้ผู้เป็นแม่แต่โดยดีวันแม่ปีนี้  เข้าไปกราบท่านแล้วบอกว่า  แม่จ๋าหนูรักแม่  เพียงแค่นี้แม่ก็ชื่นใจอย่างที่สุดแล้ว </p><p>แม้ร้อยแห่งกวีกรรมนักรบกล้า  ผู้ฟันฝ่าผองภัยไม่ครั่นขาม  ไม่อาจเทียบวีรกรรมความดีงาม  ที่หญิงสร้างความเป็นแม่คน</p><p>ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์จวบวันคลอด  แม่เสี่ยงภัยมาตลอดกี่ร้อยหน  กว่าลูกจะเติบใหญ่ได้พึ่งตน  แม่ทุกข์ทนกว่าเดินทางกลางสงคราม</p>