การทดลอง เปลี่ยนน้ำขุ่น เป็น น้ำใส

สวัสดีครับหนูน้อย

      วันนี้มาเรียนรู้การเปลี่ยนน้ำขุ่นให้เป็นน้ำใสกันนะครับ

วัตถุประสงค์

  1. ศึกษาการเปลี่ยนน้ำขุ่นให้เป็นน้ำใส เพราะน้ำขุ่นมองไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่บ้าง น้ำใสจะเห็นโปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด

  2. ศึกษาการเจือจางน้ำขุ่น ด้วยน้ำใส

  3. อื่นๆ หนูน้อยคิดกันต่อนะครับ

อุปกรณ์การทดลอง

  1. น้ำขุ่น จำนวน 1 บิกเกอร์ใหญ่

  2. น้ำใส จำนวน 1 บิกเกอร์ใหญ่

  3. ช้อนตวงน้ำ จำนวน 1 คัน

  4. บิกเกอร์ใหญ่ ว่างเปล่า จำนวน 1 บิกเกอร์

การทดลอง มีวิธีการดังนี้

  1. ใช้ช้อนตวง ตักน้ำขุ่น หนึ่ง ช้อนตวง ใส่ลงใน บิกเกอร์เปล่า

  2. ตักน้ำใส หนึ่งช้อนตวงใส่ในบิกเกอร์น้ำขุ่น

  3. วนทำซ้ำข้อ 1 และ 2 จนน้ำในบิกเกอร์ใส่หมด

ผลการทดลอง...และผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ให้หนูๆ สรุปกันว่า การทดลองนี้ มีไว้เพื่ออะไร เกิดประโยชน์อย่างไร สอนอะไรหนูๆ บ้าง

  2. หนูๆ จะประยุกต์ใช้การทดลองนี้ ในชีวิตจริงได้อย่างไรบ้าง

  3. หนูๆ ใส่เพิ่มเองนะครับ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

  1. หนูๆ แนะนำเพิ่มเติมได้ ว่ามีวิธีการอื่นในการเปลี่ยนน้ำขุ่นเป็นน้ำใส่ได้ไหม หากไม่มีบิกเกอร์ว่างเตรียมไว้ไห้ หนูๆ จะออกแบบการทดลองอย่างไร

  2. หนูๆ จะแทนน้ำขุ่นและน้ำใส ด้วยสิ่งใดในสังคม เพื่อความสมดุลครับ

  3. อื่นๆ หนูๆ เพิ่มเติมได้ครับ

 คำถามท้ายการทดลองเพิ่มเติม

  1. น้ำในสามบีกเกอร์มีความเข้มข้น และเจือจางเหมือนหรือต่างกันต่างไร

  2. สังคมสองสังคมมาอยู่ร่วมกันได้ไหม สังคมไหนดีกว่า หรือมีข้อดีข้อด้อยอย่างไร

  3. อื่นๆ ถามและตอบตัวเอง และแลกเปลี่ยนได้ที่ด้านล่างนะครับหนูๆ

ขอบคุณมากครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มิสเตอร์ช่วย

คำสำคัญ (Tags)#สังคม#การทดลอง#ความสมดุล#น้ำใส่#น้ำขุ่น#เปลี่ยนน้ำขุ่นเป็นน้ำใส

หมายเลขบันทึก: 116638, เขียน: 03 Aug 2007 @ 16:40 (), แก้ไข: 20 Jun 2012 @ 18:57 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

เบิร์ด
IP: xxx.113.51.4
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณเม้ง

รีบมาตอบการทดลองค่ะ เลยไม่ได้ล็อกอิน

การทดลองนี้มองได้หลายแบบเลยนะคะ และ " คม " มากเลย...แต่ขออนุญาตมองแบบ " ต่างมุม " ไปอีกนิดนะคะ เพราะเราน่าจะนำไป " ประยุกต์ใช้ " ในสังคมได้บ้าง ตามคำถามท้ายบทที่คุณเม้งทิ้งท้ายไว้

การใส่ " น้ำดี " เพื่อแก้ไข หรือทำให้ " น้ำขุ่น " นั้นมีคุณภาพดีขึ้น เป็นสิ่งที่เรา ควรกระทำ อย่างน้อยก็ทำให้คุณภาพน้ำดูดีขึ้น และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามสมควร

แต่สิ่งที่ " น่าจะทำ " มากกว่านั้นคือการ " จัดการกับปัญหา " ที่ทำให้น้ำขุ่น อย่างเช่นการทดลองที่คุณเม้งกำหนดให้มีบิ๊กเกอร์สองใบ ใบหนึ่งน้ำขุ่น ใบหนึ่งน้ำใส

ถ้าเราเอาน้ำขุ่นใส่สลับกับน้ำใสในบิ๊กเกอร์ใบที่สาม เราอาจพบว่าต้องใช้ปริมาณน้ำใสมากกว่าน้ำขุ่นเยอะเพื่อทำให้เจือจาง ( ก็ไม่ได้บอกนี่คะว่า " ขุ่น " ระดับใด อิ อิ อิ ) และน้ำที่ผ่านการเจือจางก็อาจจะไม่มีคุณภาพเพียงพอแก่การใช้งานได้ ถ้าน้ำขุ่นนั้นขุ่นเกินไป ขุ่นข้นจน " น้ำใส " ที่มีไม่สามารถทำให้เจือจางลงจนอยู่ในระดับ " ใช้งาน " ได้น่ะค่ะ

เมื่อเป็นแบบนี้เราก็อาจจะสูญเสีย " น้ำใส " ไปจนหมด  แต่ได้น้ำที่มีคุณภาพที่ไม่ดีเพียงพอมาสองบิ๊กเกอร์ ( ขุ่นสองบิ๊กเกอร์ )

แต่ถ้าเรามีการ " จัดการ " ที่ " สาเหตุ " ของน้ำขุ่น  ร่วมด้วย เราอาจไม่ต้องเสียน้ำใส ไปทั้งหมดก็ได้นะคะ และไม่จำเป็นต้องมี บิ๊กเกอร์ที่สาม มาใส่เพื่อเจือจางน้ำ  อย่างเช่นการใส่สารบางอย่างที่มีคุณสมบัติทำให้น้ำขุ่นนั้นใสขึ้นได้ เช่น สารส้ม ซึ่งมีลักษณะ ขาว แข็ง และก่อให้เกิดการรวมตัวของอานุภาคขนาดใหญ่ในน้ำจนเกิดการ " ตกตะกอน " และทำให้คุณภาพของน้ำขุ่นดีขึ้น โดยไม่ต้องเสียน้ำใสในอีกบิ๊กเกอร์ไป  รวมทั้งเราสามารถนำ " ตะกอน " ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อได้อีกตามสมควร ( อย่างบันทึกรวมตะกอนเด็ด เป็นต้น ฮี่ ฮี่ ฮี่ )

ผลที่ได้รับคือเราอาจเสียสารส้มไปนิดหน่อย แต่ได้ " น้ำใส " สองบิ๊กเกอร์ ซึ่งสามารถอยู่ร่วมกันได้และได้ตะกอนมารวมเป็นตะกอนเด็ดๆอีกหลายๆบันทึก อิ อิ อิ

การทดลองนี้จึงสามารถสรุปผลการทดลองได้ว่า...การเอา " น้ำดี " เจือจางเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ร่วมกับการ " จัดการ " กับสาเหตุที่ทำให้น้ำขุ่น เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเจ้าค่ะทั่น

 

P
สวัสดีครับคุณเบิร์ด
  • สบายดีนะครับผม ขอบคุณมากๆ เลยนะครับผมที่มาฝากข้อความเห็นคมๆ ไว้ให้บาดสมองกลายเป็นแผลทางปัญญายิ่งนักครับ
  • ดีมากๆ เลยครับ ในการทดลองนี้เป็นน้ำขุ่น ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นน้ำที่ตกตะกอนได้ครับ ซึ่งคุณเบิร์ดก็แนะนำสารส้มแกว่งแล้ว จะต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่ดีครับ เพราะน้อยไปก็ตกตะกอนช้า แต่ดีกว่าไม่แกว่งๆหรือเปล่าครับ แต่หากแกว่งนานไปก็เปรี้ยวไป ได้รสชาดปะแล่มๆ ตะกอนนั้นอาจจะเป็นประโยชน์ ดังตะกอนในบทความตะกอนก็ดีเลยครับ อิๆๆ จะได้กลายเป็นประโยชน์กับพืชต่อไปครับ
  • แต่หากเราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีสารส้มต้องทำไงดีครับ ตั้งนิ่งๆ จะตกตะกอนไหมครับ ในการทดลองของคุณเบิร์ดถือว่าสารส้มเป็นสารดีที่เข้าไปทำให้น้ำขุ่นกลายเป็นน้ำดีขึ้นได้ เพราะหากดื่มน้ำขุ่น อาจจะทำให้ไตทำงานหนักใช่ไหมครับ หรือว่าจะใช้น้ำดีไว้ดื่ม น้ำขุ่นไว้ใช้ครับ
  • ว่าแล้วทำให้ผมนึกถึงบ่อน้ำนม ในหน้าแล้งครับ สมัยก่อนทางใต้แล้งจัดเรามักจะดื่มน้ำจากบ่อน้ำนมนี่หล่ะครับ ต้องไปตักเบาๆ เอามาแล้วแกว่งสารส้มครับ หรือจะผ่านการกรองด้วยวิธีการต่างๆ ก็ได้ครับ
  • หากเราจะทิ้งในบีกเกอร์ที่ขุ่นให้ใสเองจะเป็นอย่างไรหนอครับ หากบีกเกอร์นี้เป็นสังคม หรือชุมชนหนึ่งที่ขุ่นอยู่ตลอด จะมีโอกาสไหมครับ ที่จะมีโอกาสใสได้ด้วยตัวเค้า อาจจะต้องใช้สารส้มอย่างที่คุณเบิร์ดว่า หรือไม่ก็ใส่น้ำดี เติมเข้าไปให้เกิดความสมดุล
  • คราวนี้ หากเปลี่ยนน้ำขุ่นเป็นน้ำสีหล่ะครับ ที่ไม่มีวันตกตะกอนครับ เราจะทำไงดีครับ แบบน้ำเฮลท์บลูบอย นะครับ
  • ปัญหาแบบที่มีข้อจำกัดต่างๆ แล้วทำให้คนคิดผมว่าปัญหาแนวนี้ เป็นปัญหาจรรโลงปัญญาอย่างยิ่งครับ มาเถิดพี่น้อง มาลองจำกัดจำลองปัญหาเพื่อฝึกลับสมองให้มีการสร้างปัญญาเอาไว้ใช้ในยามคับขันครับ
  • ท่านอื่นๆ มีความเห็นอย่างไรบ้างครับ
  • ขอบคุณ คุณเบิร์ดมากๆ เลยครับ

การทดลองนี้จึงสามารถสรุปผลการทดลองได้ว่า...การเอา " น้ำดี " เจือจางเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ร่วมกับการ " จัดการ " กับสาเหตุที่ทำให้น้ำขุ่น เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเจ้าค่ะทั่น