เรื่อง การทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ ศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบลท่าเรือ ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ดำเนินการถ่ายทอดความรู้ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร โครงการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 1 โดยมีดิฉัน นางสาวนันทวัน วัฒนา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 3 ทำหน้าที่ผู้ดำเนินการ โดยเลือกการทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ เพราะเป็นความต้องการของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการและสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ นัดเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลท่าเรือ เวลา 10.00 น. เวลา 10.00 น. เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมาพร้อมเพรียงกันโดยแต่ละคนหิ้วเศษผักและผลไม้ที่เหลือใช้มาคนละไม้คนละมือมากน้อยต่างกัน สาเหตุที่เกษตรกรนำเศษผักผลไม้มาทำเนื่องจากการรณรงค์ของผู้นำหมู่บ้านที่เป็นผู้ใหญ่บ้านรุ่นใหม่ โดยมีการอธิบายถึงประโยชน์โดยใช้เสียงตามสายของหมู่บ้านทุกเช้า เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านได้เข้าร่วมในโครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง ผู้ใหญ่บ้านของเรา ชื่อเสียงเรียกนาม คือ นายเธียรพงษ์ สุดสงวน หนุ่มหล่อความสามารถสูง(ตัวสูง 180 เซนติเมตร) อนาคตกำนันชัวๆ ก่อนทำการลงมือปฏิบัติมีการสอบถามเกษตรกรถึงความเข้าใจของหลักเศรษฐกิจพอเพียง และวิธีการทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ ประโยชน์ของปุ๋ย โดยการแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มปริมาณน้ำยาง หรือทำให้หน้ายางนุ่มอ่อนรู้สึกได้เมื่อกรีดยาง ในไม้ผลหรือปาล์มน้ำมันมีการเจริญเติบโตที่ดี ดินไม่แข็งเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมี เกษตรกรท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้ทดลองให้โคที่เลี้ยงไว้กินโดยการผสมกับหญ้า ปรากฏว่าโคชอบมากร่างกายอ้วนสมบูรณ์ เหมือนดิฉันแน่นอน และได้ให้เกษตรกรที่เข้าใจวิธีการทำปุ๋ยได้แสดงความสามารถอธิบาย เพราะว่าจะได้สร้างความมั่นใจและฝึกให้เกษตรกรเป็นวิทยากร ก่อนเริ่มทำการปฏิบัติจริงทุกๆ คนตั้งหน้าตั้งตารอเจ้าหน้าที่จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน เนื่องจากสัญญาว่าจะนำกากน้ำตาลมาให้ใช้ฟรี ๆ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง นำทีมโดย ป้าแต๋วคนสวยแห่ง กศน. และน้องต่อหนุ่มน้อยร่างกายน้องๆ ดิฉันหน่อยหนึ่ง ก็เริ่มลงมือปฏิบัติ โดยให้คุณป้าๆ ที่เข้าร่วมโครงการทำการหั่นเศษผักผลไม้ให้เหลือชิ้นเล็กชิ้นน้อย ส่วนลุงๆ เริ่มชั่งถังที่ใช้ และช่วยคำนวณนำเศษผักผลไม้มาเติมลงในถัง ตามอัตราส่วน 40 : 10 : 10 (เศษผัก : กากน้ำตาล : น้ำ) โดยน้ำจะผสมกับสารเร่ง พด. 2 คนให้ละลาย 5 นาที แล้วเติมลงในถังที่มี เศษผักผลไม้ที่คลุกเคล้ากับกากน้ำตาลแล้ว หมักไว้ 7 วัน สามารถนำไปใช้ได้ โดยต้องทำให้เจือจางลง ขณะลงมือปฏิบัติเกษตรที่เข้าร่วมโครงการมีการวิพากวิจาร แสดงความคิดเห็น มีการบันถึงภาพ เพื่อนำไปลงใน Web เพื่อให้แสดงถึงความสามัคคีของคนในหมู่บ้าน และการนำหลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการดำเนินชีวิต ดิฉันได้ทำการนัดให้เกษตรกรมานำไปใช้ (ทำ 4 ถัง) เมื่อครบ กำหนด 7 วัน โดยเตรียมขวดมาด้วย ครั้งต่อไปนัดกันในหัวข้อ การทำบัญชีครัวเรือน ผู้เล่าเรื่อง นางสาวนันทวัน วัฒนา ผู้บันทึก นางสาวนันทวัน วัฒนา วันที่ 19 กรกฎาคม 2550
บันทึก การจัดการความรู้ : KM
วันที่ 4 พฤษภาคม 2550
ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลท่าเรือ
สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านนาเดิม
สวัสดีค่ะ.....พี่แอน พี่+เพื่อนร่วมรุ่นส่งเสริม '848
ดีใจมากๆ ที่ได้มาเจอกันที่นี่
สุราษฎร์ฯ สบายดีกันถ้วนหน้าทุกคนนะคะ
นราธิวาส ก็สบายดีทุกคนเช่นกันค่ะ
เข้ามาเขียนบลอกบ่อยๆนะคะ
จะติดตามอ่านค่ะ
เป็นกำลังใจให้เสมอ
ได้เข้ามาติดตามความเคลื่อนไหวแล้วข่าวคราวแล้วขอชมเชยว่าเขียนได้น่ารักมากน่าอ่านดี
อยากจะขอแนะนำเพิ่มเติมว่าถ้าใส่ผักอย่างเดียวน้ำหมักที่ได้จะเป็นออร์โมนพืชถ้าใส่วัตถุดิบที่เป็นสัตว์เข้าไปด้วย เช่น ปลา หรือหอยเชอรี่ น้ำหมักที่ได้จะเป็นปุ๋ยอีกด้วย รับรองว่าสูตรนี้ได้ผลแน่นอน
ขอบคุณทุกความคิดเห็น
ฟสงกฟหงสกฟกวฟ
ตอนนี้มีอุปกรณ์ EM กากนำตาล เศษอาหาร และถัง แต่ยังไม่เข้าใจขั้นตอนและ อัตราส่วน บอกขั้นตอนหน่อยคะ..
PA'Poi
การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ โดยใช้สารเร่งพด.2ของกรมพัฒนาที่ดิน จะทำโดย ได้ 2 สูตร
1 เศษผักผลไม้ 40 กิโลกรัม กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม น้ำ 10 กิโลกรัม สารเร่งพด.2 1 ซอง (ขอได้จากหมดดินใกล้บ้าน หรือสนง.เกษตรอำเภอทุกแห่ง) หมักไว้ 7 วัน นำไปใช้ได้
2 เศษปลา 30 กิโลกรัม เศษผลไม้ 10 กิโลกรัม กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม น้ำ 10 กิโลกรัม สารเร่งพด.2 1 ซอง หมัก 20 วัน นำไปใช้ได้
การทำนำส่วนผสมมาคลุกรวมกัน ส่วน EM นั้นไม่เคยใช้ค่ะ (สารเร่งนำลงไปละลายน้ำในส่วนผสมน้ำ 10 กิโลกรัม)
ขอบคุสำหรับข้อมูล