ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ

          การละเล่นพื้นเมืองภาคกลาง

          บันทึกที่แล้วผมพาไปแอ่วเหนือแล้ว วันนี้มาทำความรู้จักกับการละเล่นพื้นเมืองภาคกลางกันต่อนะครับ 

           ภาคกลางมีภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำหลายสาย เหมาะแก่การกสิกรรม ทำนา ทำสวน ประชาชนอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ จึงมีการเล่นรื่นเริงในโอกาสต่าง มากมาย ทั้งตามฤดูกาล ตามเทศกาล และตามโอกาสที่มีงานรื่นเริงภาคกลางเป็นที่รวมของศิลปวัฒนธรรม    การแสดง    มีการถ่ายทอดสืบต่อกัน และพัฒนาดัดแปลงขึ้นเรื่อยๆ จนบางอย่างกลายเป็นการแสดงนาฏศิลป์แบบฉบับไปก็มี เช่น รำวง และเนื่องจากเป็นที่รวมของศิลปะนี้เอง ทำให้คนภาคกลางรับการแสดงของท้องถิ่นใกล้เคียงเข้าไว้หมด แล้วปรุงแต่งตามเอกลักษณ์ของภาคกลาง คือการร่ายรำที่ใช้มือ แขนและลำตัว เช่นการจีบมือ ม้วนมือ ตั้งวง การอ่อนเอียง และยักตัวการแสดงภาคกลางมีหลายอย่าง ได้แก่ รำวง รำเหย่ย เต้นกำรำเคียวดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ได้แก่ วงปี่พาทย์เพลงพื้นเมืองภาคกลาง เช่น เพลงเหย่อย เพลงเทพทอง เพลงฉ่อย เพลงอีแซว เพลงเรือ เพลงเกี่ยวข้าว เพลงสงฟาง เพลงพิษฐาน เพลงเต้นกำ เพลงรำเคียว เพลงพวงมาลัย เพลงชาวไร่ เพลงระบำ เพลงบ้านนา เพลงปรบไก่ เพลงสวรรค์ เพลงแอ่วซอ เพลงพื้นเมืองบางอย่าง

 ได้วิวัฒนาการมาเป็นการแสดงที่มีศิลปะ มีระเบียบแบบแผน เช่น เพลงทรงเครื่อง คือ เพลงฉ่อย ที่แสดงเป็นเรื่อง ได้แก่ เรื่องขุนช้างขุนแผน หรือเรื่องที่แต่งขึ้นมาใหม่ลักษณะการแสดง เริ่มด้วยการไหว้ครู แล้ว่าประ แก้กันอย่างเพลงฉ่อยตามประเพณี แล้วก็แสดงเป็นเรื่องอย่างละคร ร้องดำเนินเรื่องด้วยเพลงฉ่อย และเพลงอื่นแทรกบ้าง ใช้วงปี่พาทย์รับการร้องส่งบ้างหรือบรรเลงเพลงหน้าพาทย์ประกอบกิริยาของตัวละครบ้าง 

วัฒนธรรมของภาคกลาง ส่งผลให้เกิด การแสดงนาฏศิลป์ไทย มีอยู่มากมายทั้งที่เป็นของพื้นบ้านและในพระราชวังในสมัยก่อน  ปัจจุบันเกิดการพัฒนาการชุดการแสดง ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญทางด้านนาฏศิลป์ไทย  ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในละครบางตอน และจากการค้นคว้าวิจัย อาทิ เช่น  ระบำกราวนางยักษ์  ระบำครุฑ  รำสีนวล  ระบำดาวดึงค์  ระบำกฤษดาภินิหาร  รำบายศรีเก้าชั้น  ระบำนพรัตน์  ระบำหน้าช้าง  ระบำวิชนี  รำแม่ศรี  รำเถิดเทิงกลองยาว  ระบำเทพบันเทิง  รำอธิษฐาน  ระบำมโนห์ราบูชายัญ  ระบำไกรลาสสำเริง  ระบำซัดชาตรี  ฯลฯ