การเป็นคนดี มีคุณค่า และมีความสุข เป็นไปเพื่ออะไร
หากเทียบเคียงกับทางพุทธศาสนา คือ การอบรมที่เรียกว่า ไตรสิกขา
จะเป็นคนดีได้ ต้องมีศีล
จะเป็นคนที่มีคุณค่าได้ ต้องมีสติและสมาธิ
ความฉลาดทางอารมณ์ในเบื้องต้น อาจเป็นไปเพื่อประสบความสำเร็จ มีตำแหน่งหน้าที่สูง มีเงินทองมากมาย เรามุ่งมั่นทำการงาน มีความอดทนรอคอย เห็นใจเข้าใจผู้อื่น จึงเป็นที่รักใครของเพื่อนฝูง เจ้านายเห็นความสำคัญเลื่อนตำแหน่งให้ ถือว่าประสบความสำเร็จอีกขั้น แต่ควรเข้าใจว่านี่เป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน
เมื่อเวลาผ่านไปก็ควรจะก้าวเข้าสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนมากขึ้น แน่นอนสิ่งที่กล่าวมาแล้วยังมีความจำเป็นอยู่ แต่ก็ควรที่จะเข้าใจ รู้เท่าทันถึงธรรมชาติของชีวิต
ไม่มีสิ่งใดไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เราสามารถที่จะชะลอการเปลี่ยนแปลงนั้นได้

หากเมื่อถึงที่สุด ก็ย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงจนได้
หากเราได้รู้เท่าทันว่ามันจะต้องเกิด ย่อมยอมรับได้โดยง่าย ไม่เดือดร้อนจนเกินไป
จากจุดที่คิดด้วยตนเองได้เช่นนี้ จะนำไปสู่การรู้จักคิดหาเหตุผล รู้จักจับเอาแง่ดีมาเป็นประโยชน์ และรู้จักพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
ประกอบกับการมีศีล มีระเบียบ (เป็นคนดี) มีสติรู้อย่างไม่ประมาท ก็จะเป็นบันไดนำให้เข้าถึงหนทางแก้ไขปัญหาอันเรียกว่า มรรค
เมื่อถึงซึ่งหนทางอันนี้ ย่อมหมายถึงอิสรภาพ ปราศจากความทุกข์ทั้งปวง
สติและปัญญาจึงนำไปสู่การเป็นพุทธะ ภาวะแห่งการเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
รู้อะไร รู้เห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง โดยปราศจากอคติ
ตื่นทำไม เพื่อความรู้ตัวทั่วพร้อม
เบิกบานอย่างไร เข้าสู่ความมีอิสระ มีความสุข
ทั้งหมดน่าจะเป็นเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนามนุษย์
นำมาจากจาก
บทความของ นพ.เทอดศักดิ์ เดชคง