• อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ
  • ไม่ชอกช้ำเหมือนนำมีดมากรีดหิน

    แม้องค์พระปฏิมายังราคิน

    คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา

    จากบทประพันธ์  พระอภัยมณี

สุนทรภู่  มหากวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรมไทยมากมาย   จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป   และในวรรณกรรมของท่านกวีเอกผู้นี้มักแฝงไปด้วยหลักธรรมในพุทธศาสนา

วันนี้คนเขียนหยิบยกผลงานของกวีเอกท่านนี้มาสอนใจตัวเอง    ว่า    การติฉินนินทานั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเจอเจอ    ในพุทธศาสนาสอนไว้ว่า  การนินทาและสรรเสริญนั้นเป็นธรรมคู่กับโลก    จึงเรียกว่า " โลกธรรม 8 "    อันมี 8 ประการ  ได้แก่   มีนินทา   มีสรรเสริญ   มีสุข    มีทุกข์   มียศ   มีเสื่อมยศ   มีลาภ   มีเสื่อมลาภ    ซึ่งเราหนีมันไม่พ้น   จึงไม่ควรยึดมั่นในสิ่งเหล่านี้

ในระยะเวลามากกว่า 5 ปี ที่ได้โลดแล่นอยู่ในโลกไซเบอร์นั้น    คนเขียนได้เรียนรู้อะไรมากมาย    ได้รู้จักมิตรสหายต่างวัย    ได้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาก็เยอะ    สิ่งหนึ่งที่ได้ประสบมาโดยตลอดก็คือ " คำติฉินนินทาว่าร้าย "   

จากที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักและรักเอ็นดูของคนกลุ่มหนึ่ง    และแล้วเมื่อเวลาผ่านไป คนเขียนก็พบว่าไม่ค่อยมีใครอยากจะพูดคุยหรือคบหากับคนเขียน    บางทีก็เจอกับตัวเองจัง ๆ ถึงขนาดเพื่อนต้องเซฟข้อความบทสนทนานั้นมาให้อ่าน    มีคนนินทาว่าคนเขียนต้องให้เพื่อนเลี้ยงข้าวทุกมื้อ   หรือไม่ก็ค่าเทอมน้องสาวก็ต้องให้เพื่อนคนนี้ออกให้    เพื่อนกับคนเขียนมองหน้ากันแล้วก็มองให้เป็นเรื่องขำขัน    ก็คนเขียนมีน้องสาวเสียเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย    และค่าอาหารก็ผลัดกันจ่ายหรือไม่ก็ออกกันคนละครึ่งเสมอ   

บางวันก็มีพี่ ๆ โทรมาถามเฉยเลยว่า " มีคนถามว่า zodiac นิสัยไม่ดี  แล้วทำไมพี่ยังคงคบอยู่ "    แรก ๆ ก็ได้แต่งง    พอตั้งหลักได้ก็ตอบไปว่า   ค่ะ  แต่ละคนก็อายุ 40 ไม่มากหรือน้อยไปกว่านี้สักเท่าไหร่    ทุกคนก็มีวุฒิภาวะและสมองไว้คิดน่ะค่ะ    ว่าใครดีหรือไม่ดีอย่างไร

เคยมีเวบของตนเอง    ซึ่งนับว่าเป็นความผิดพลาดอย่างแรงที่ตัดสินใจทำไป    มีแต่ปัญหาวุ่นวายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำ    ทั้งการโกหก  การหลอกลวง   จนทำให้คนเขียนเสียความเชื่อมั่นไปพักใหญ่ ๆ    บางครั้งก็เป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายแก่คนเขียนมิใช่น้อย    สิ่งเหล่านี้ก็เข้ามากระทบเป็นระลอก ๆ  และต้องคอยรับมือกับเรื่องแบบนี้จนรู้สึกเบื่อหน่ายในที่สุด

ด้วยเจอกับปัญหาการนินทาว่าร้ายและกล่าวร้ายนี้จนแทบจะเป็นประจำวัน   เพราะฉะนั้นเพื่อนเลยตั้งระบบเซฟข้อความบทสนทนาอัตโนมัติ    พอมีคนว่าร้ายหรือนำคำพูดของคนเขียนไปกล่าวอ้างด้วยเจตนาหวังร้ายต่อคนเขียน    ก็จะมีหลักฐานมายืนยันได้

เมื่อแรกเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ก็ได้แต่เสียใจ  ไม่เข้าใจ  และพยายามหาเหตุผลว่าทำไมทุกคนถึงได้ทำกับคนเขียนแบบนี้    แต่ละคนที่พูดจากล่าวร้ายคนเขียนก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีวัยวุฒิและคุณวุฒิมากกว่า    บ้างก็เป็นมิตรสนิท    จึงรู้สึกบั่นทอนจิตใจมิใช่น้อย 

แต่พอได้คิดและพิจารณาแล้ว   ในโลกไซเบอร์ที่มีผู้คนมากมายซึ่งเป็นผู้ที่มีความคิดและวิถีการใช้ชีวิตตลอดจนรากเหง้าการอบรมเลี้ยงดูต่างกัน    เพราะฉะนั้นจิตใจและความรู้สึกนึกคิดก็ย่อมจะแตกต่างกันไปโดยปริยาย    จากที่รับกับสถานการณ์นี้ไม่ได้    ก็ได้พิจารณาถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า  ที่ว่า  จงอย่าสนใจทั้งคำนินทาและสรรเสริญ เขาสรรเสริญเราว่าดี อย่าหลงคำสรรเสริญ ถ้าหลงคำสรรเสริญ จะตกอยู่ในความประมาท เขานินทาว่าเราเลว ก็อย่าไปกลุ้มใจกับคำนินทา คำว่าดีหรือชั่วมันอยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่ผลการปฏิบัติ

การถูกนินทาเป็นเรื่องธรรมดา    ถ้าเขานินทาแล้วเราไม่ดีตามที่เขาพูดก็ให้นำไปแก้ไข    แต่ถ้าในสิ่งนั้นที่เขาพูดเราไม่ได้ทำ    ก็ให้เมตตาเขาเพราะเขารู้ไม่จริง    ไม่ต้องถือโกรธเขาเหล่านั้น   คิดแบบนี้ก็ อื้มมมมมมม รู้สึกดีได้ค่ะ  (( ถึงแม้ว่าบางครั้งในใจนึกอยากจะตบกระโหลกคนนินทาจนปลิ้นก็เถอะ  แฮ่ะ ๆ ๆ ))